สัญญาประกันภัยรถยนต์ระหว่างผู้เอาประกันภัยกับจำเลยที่ ๒ ผู้รับประกันภัย เป็นการรับประกันภัยค้ำจุนแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ เมื่อผู้เอาประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นญาติขับรถกระบะคันที่จำเลยที่ ๒ รับประกันภัยได้ กรณีจึงเข้าเงื่อนไขข้อบังคับตามกรมธรรม์ ประกันภัย ในหมวดการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ข้อ ๔ ซึ่งกำหนดไว้สำหรับการคุ้มครองความรับผิดของผู้ขับว่าบริษัทจะถือว่าบุคคลใดซึ่งขับรถยนต์ โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย เสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง ซึ่งหมายความว่านอกจากความรับผิดในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยทำละเมิดต่อผู้อื่นแล้ว จำเลยที่ ๒ ยังยอมรับผิดในกรณีผู้เอาประกันภัยมิได้เป็นผู้ทำละเมิด แต่ผู้อื่นเป็นผู้ทำละเมิดโดยผู้นั้นได้ขับรถยนต์คันที่จำเลยที่ ๒ รับประกันภัยไว้ โดยความยินยอมของผู้เอาประกันภัย จำเลยที่ ๒ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในการที่จำเลยที่ ๑ ทำละเมิดต่อโจทก์ตามกรมธรรม์ประกันภัยนั้น โจทก์สามารถฟ้องจำเลยที่ ๒ ผู้รับประกันภัยตามสัญญาประกันภัยได้โดยไม่จำต้องฟ้องผู้เอาประกันภัยด้วย
               
               ตามฎีกานี้ จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์ไม่ได้ฟ้องผู้เอาประกันภัยให้รับผิด จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้รับประกันภัยจึงไม่ต้องร่วมรับผิด

เพิ่มเติม
               ฎีกาที่ ๘๒๓/๒๕๖๐ ป.พ.พ.มาตรา ๘๗๕ กำหนดให้สิทธิอันมีอยู่ในสัญญาประกันภัยโอนตามวัตถุที่ได้เอาประกันภัย  แสดงว่าในสัญญาประกันภัยค้ำจุนเมื่อผู้เอาประกันภัยโอนรถยนต์แก่ผู้รับโอนไปแล้ว ผู้รับโอนย่อมได้สิทธิของผู้เอาประกันภัยเป็นผู้เอาประกันภัยเสียเอง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
               มาตรา ๘๘๗ อันว่าประกันภัยค้ำจุนนั้น คือสัญญาประกันภัยซึ่งผู้รับประกันภัยตกลงว่า จะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย เพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคน หนึ่งและซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ
               บุคคลผู้ต้องเสียหายชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามที่ตนควรจะได้นั้นจากผู้รับประกันโดยตรง แต่ค่าสินไหมทดแทนเช่นว่านี้หาอาจจะคิดเกินไปกว่าจำนวนอันผู้รับประกันภัยจะพึ่งต้องใช้ตามสัญญานั้นได้ไม่ ในคดีระหว่างบุคคลผู้ต้องเสียหายกับผู้รับประกันภัยนั้น ท่านให้ผู้ต้องเสียหายเรียกตัวผู้เอาประกันภัยเข้ามาในคดีด้วย
               อนึ่ง ผู้รับประกันภัยนั้นแม้จะได้ส่งค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว ก็ยังหา หลุดพ้นจากความรับผิดต่อบุคคลผู้ต้องเสียหายนั้นไม่เว้นแต่ตนจะพิสูจน์ได้ว่าสินไหมทดแทน นั้นผู้เอาประกันภัยได้ใช้ให้แก่ผู้ต้องเสียหายแล้ว