การบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสซึ่งมิใช่กรณีบอกล้างโมฆียะกรรม แต่เป็นการขอบอกล้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๖๑ นั้น โดยสภาพเป็นการเฉพาะตัวของสามี หรือภริยาเท่านั้น เมื่อฝ่ายใดถึงแก่กรรม สิทธิบอกล้างย่อมระงับสิ้นไป ไม่ตกทอดไปยังทายาทในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของกองมรดกของผู้ตาย ทายาทไม่มีสิทธิบอกล้างได้

               ตามฎีกานี้ การใช้สิทธิบอกลางของโจทก์ในคดีนี้ไม่ใช่เป็นกรณีที่โจทก์ขอบอกล้างโมฆียะกรรม หากแต่เป็นการขอบอกล้างโดยอาศัยสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๖๑ โดยเฉพาะ ศาลฎีกาโดยมติของที่ประชุมใหญ่ วินิจฉัยว่า สัญญาซึ่งสามีภริยาได้ทำไว้ต่อกันในระหว่างเป็นสามีภริยาดังเช่นสัญญาแบ่งทรัพย์สินฉบับพิพาทนี้ อาจเป็นเรื่องที่จัดทำขึ้นโดยมีเหตุผลอันสมควรก็ได้ หรืออาจเป็นเรื่องที่จัดทำขึ้นโดยอาศัยอารมณ์ของคู่สมรสในขณะทำสัญญาเป็นที่ตั้งก็ได้ กฎหมายจึงได้บัญญัติให้เป็นสิทธิของคู่สมรสในอันที่จะบอกล้างได้ แม้ในระหว่างสมรสนั้นเอง หรือภายในหนึ่งปีหลังจากที่การสมรสขาดจากกัน สัญญาประเภทนี้ย่อมเห็นได้โดยแจ้งชัดในตัวเองว่า เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างสามีกับภริยาโดยเฉพาะ แม้ว่าผลของสัญญานี้อาจกระทบกระเทือนถึงส่วนได้เสียของทายาทของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายก็ตาม

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
               มาตรา ๑๖๐๐ ภายใต้บังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ กองมรดกของผู้ตายได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย ตลอดทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ เว้นแต่ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้ว เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้

หมายเหตุ หนังสือรวมคำบรรยายเนติบัณฑิต ภาคหนึ่ง สมัยที่ ๗๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๒ เล่มที่ ๑ อาจารย์กีรติ กาญจนรินทร์ บรรยายไว้ว่า สามารถออกข้อสอบได้