คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๗๘๔/๒๕๖๒

               ภายหลังจากจำเลยที่ ๑ ลูกหนี้ชั้นต้นผิดนัด โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวทวงถามและบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยที่ ๑ เท่านั้น ไม่ปรากฏว่าโจทก์มีหนังสือบอกกล่าวทวงถามไปยังจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ผู้ค้ำประกัน ตามบทบัญญัติแห่งมาตรา ๖๘๖ วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองสิทธิและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ค้ำประกันซึ่งมิใช่ลูกหนี้ชั้นต้น ดังนี้ ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด โจทก์ย่อมจะเรียกให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนมีหนังสือบอกกล่าวไปถึงจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มิได้ โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ผู้ค้ำประกันตามบทกฎหมายดังกล่าว ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๒ (๕) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๕๑

 

               ตามฎีกานี้ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืน หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน

               แสดงว่า เป็นเงื่อนไขต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือไปยังผู้ค้ำประกันก่อนฟ้องเสมอ มิฉะนั้น โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง