ฏีกาที่ 857/2568

เจตนายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ - ฎีกาที่ 857/2568
⚖️ ฎีกาศึกษา

เจตนายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ

(สร้างโรงจอดรถรุกล้ำทางสาธารณะ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 857/2568
🧐 ประเด็นข้อกฎหมาย

การที่จำเลยปลูกสร้างโรงจอดรถบนที่ดินโดยอ้างว่าขณะซื้อที่ดินไม่ทราบว่าเป็นทางสาธารณะ แต่ภายหลังเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและแจ้งให้ทราบแล้วยังเพิกเฉยไม่รื้อถอน จะถือว่าจำเลยมีเจตนายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐหรือไม่

📝 ข้อเท็จจริง
  • 🏠 การครอบครอง: จำเลยเป็นเจ้าของบ้านและที่ดินในหมู่บ้านจัดสรร ได้ก่อสร้างอาคารโรงจอดรถ (โครงสร้างเหล็กหลังคาเมทัลชีท ขนาด 4.5 x 6 เมตร) คร่อมทางสาธารณะภายในหมู่บ้านซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ

  • ⚠️ การแจ้งเตือน: เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 เจ้าหน้าที่เทศบาลตรวจสอบพบการรุกล้ำ จำเลยยอมรับและทำบันทึกว่าจะรื้อถอนภายใน 15 วัน แต่เมื่อครบกำหนดกลับไม่ดำเนินการ

  • 🛡️ ข้อต่อสู้: จำเลยอ้างว่า "ขาดเจตนา" เพราะซื้อที่ดินมาโดยสุจริตเมื่อปี 2557 และเข้าใจว่าเป็นที่ดินของตนเอง ไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นทางสาธารณะ
👨‍⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 857/2568 วินิจฉัยวางหลักว่า:

1. เจตนายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ 🚫

แม้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ขณะที่จำเลยซื้อที่ดินและปลูกสร้างโรงจอดรถ จำเลยจะไม่รู้ว่าเป็นทางสาธารณะ แต่ตามวันเวลาที่โจทก์ฟ้อง จำเลยรู้ดีแล้วว่าเป็นที่ดินของรัฐแต่ไม่ยอมรื้อถอน

อันเป็นการแสดงถึง เจตนายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ จำเลยจึงไม่อาจยกเรื่องขาดเจตนาขึ้นอ้างเพื่อให้พ้นผิดได้ (เป็นความผิดฐานเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน)


2. เหตุรอการลงโทษ (การแก้ไขเยียวยา) 🕊️

จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง และภายหลังได้ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปแล้ว ถือว่าสำนึกผิดและบรรเทาผลร้าย การลงโทษจำคุกระยะสั้นไม่เป็นผลดี จึงเห็นควรให้ รอการลงโทษจำคุก แต่เพื่อให้หลาบจำ ให้ลงโทษปรับอีกสถานหนึ่ง

📌 บทสรุป

การสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำที่สาธารณะ แม้ตอนแรกจะอ้างว่า "ไม่รู้" ว่าเป็นที่หลวง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบแล้ว หากยัง เพิกเฉย/ดื้อแพ่ง ครอบครองต่อ ไม่ยอมรื้อถอน กฎหมายถือว่ามี "เจตนา" ยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐทันที

(มีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 (1) และ 108 ทวิ)

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า