คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.1329/2568

⚖️ สรุปคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.1329/2568

เรื่อง

เคยได้รับใบอนุญาตดูดทรายมาโดยตลอด แต่เมื่อสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสม หน่วยงานจะไม่ต่อใบอนุญาตได้หรือไม่

ประเด็นข้อกฎหมาย

แม้ยังไม่อาจระบุได้ว่า ผู้ขออนุญาตเป็นผู้ทำให้ตลิ่งพังโดยตรง แต่เมื่อสภาพพื้นที่มีการพังทลายและไม่เหมาะสมตามหลักเกณฑ์ด้านวิชาการ หน่วยงานจะมีคำสั่ง ไม่ต่อใบอนุญาตดูดทรายและให้หยุดดูดทราย ได้หรือไม่

ข้อเท็จจริง

ผู้ฟ้องคดีเป็นบริษัทประกอบกิจการดูดทราย เคยได้รับอนุญาตให้ดูดทรายในลำน้ำแห่งหนึ่งบนที่ดินของรัฐ เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ และได้รับการต่อใบอนุญาตมาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อใบอนุญาตใกล้สิ้นอายุ ผู้ฟ้องคดียื่นขอต่อใบอนุญาตสำหรับปีถัดไป แต่จากการตรวจสอบพื้นที่หลายครั้งพบว่า บริเวณตลิ่งใกล้พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตมีการพังทลายเป็นบริเวณกว้าง จึงมีมติไม่ต่อใบอนุญาตและให้ผู้ฟ้องคดีหยุดดูดทราย

ผู้ฟ้องคดีโต้แย้งว่า ตนดูดทรายอยู่ภายในเขตที่ได้รับอนุญาต และยังไม่อาจระบุได้ว่าความพังทลายของตลิ่งเกิดจากผู้ฟ้องคดีหรือผู้ประกอบการรายใดโดยเฉพาะ เมื่ออุทธรณ์คำสั่งแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยกอุทธรณ์ ผู้ฟ้องคดีจึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.1329/2568 วินิจฉัยว่า

การพิจารณาอนุญาตให้ดูดทรายต้องเป็นไปตาม ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการอนุญาตให้ดูดทราย พ.ศ. 2546 ข้อ 18 ซึ่งกำหนดให้คำนึงถึงทั้งด้านวิชาการและด้านการปกครอง โดยเฉพาะความเสียหายแก่สภาพตลิ่งและสภาพธรรมชาติของลำน้ำ

จากการตรวจสอบพื้นที่หลายครั้ง ประกอบกับภาพถ่ายทางอากาศ ปรากฏว่าบริเวณตลิ่งใกล้พื้นที่ที่ผู้ฟ้องคดีได้รับอนุญาตมีการพังทลายเป็นบริเวณกว้าง

แม้ยังไม่อาจระบุได้ว่า ความพังทลายดังกล่าวเกิดจากผู้ฟ้องคดีหรือผู้ประกอบการรายใดโดยเฉพาะ แต่ประเด็นในการพิจารณาต่อใบอนุญาตไม่ได้อยู่เพียงว่าใครเป็นผู้ทำให้ตลิ่งพัง หากต้องพิจารณาด้วยว่า สภาพพื้นที่ยังเหมาะสมที่จะอนุญาตให้ดูดทรายต่อไปหรือไม่

เมื่อหากยังอนุญาตให้ดูดทรายในบริเวณดังกล่าวต่อไป อาจทำให้ตลิ่งพังทลายเพิ่มขึ้น และทำให้สภาพธรรมชาติของลำน้ำเปลี่ยนแปลงจนยากแก่การฟื้นฟู พื้นที่ดังกล่าวจึงไม่เหมาะสมตามหลักเกณฑ์ด้านวิชาการที่จะอนุญาตให้ดูดทรายต่อไป

การที่ผู้ฟ้องคดีเคยได้รับใบอนุญาตและได้รับการต่อใบอนุญาตมาโดยตลอด จึงไม่ได้ทำให้มีสิทธิที่จะต้องได้รับการต่อใบอนุญาตในครั้งต่อไป เพราะการพิจารณาอนุญาตแต่ละครั้งต้องพิจารณาสภาพพื้นที่และหลักเกณฑ์ที่กำหนดในขณะนั้นด้วย

ดังนั้น คำสั่งไม่ต่อใบอนุญาตดูดทรายและให้ผู้ฟ้องคดีหยุดดูดทราย รวมทั้งคำวินิจฉัยยกอุทธรณ์ ชอบด้วยกฎหมาย

ผลคดี

ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืน ตามศาลปกครองชั้นต้นที่ยกฟ้อง

สรุปท้าย

การเคยได้รับใบอนุญาตมาก่อน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องได้รับการต่อใบอนุญาตเสมอไป

แม้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า ผู้ขออนุญาตเป็นผู้ทำให้ตลิ่งพังโดยตรง แต่หากสภาพพื้นที่ในขณะพิจารณาคำขอไม่เหมาะสม และการอนุญาตให้ดูดทรายต่อไปอาจทำให้ตลิ่งหรือสภาพธรรมชาติของลำน้ำเสียหายเพิ่มขึ้น หน่วยงานสามารถไม่ต่อใบอนุญาตได้ หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการอนุญาตให้ดูดทราย พ.ศ. 2546 ข้อ 18

หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้ดูดทราย ให้คำนึงถึง
(1) ในด้านวิชาการ เช่น ความเสียหายแก่สภาพตลิ่ง สภาพธรรมชาติของลำน้ำ
(2) ในด้านการปกครอง เช่น ความเดือดร้อนของราษฎร ความเสียหายทางเศรษฐกิจหรือทรัพยากรธรรมชาติ ให้ได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(3) แม่น้ำลำคลองแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศ

คำพิพากษาย่อ

ผู้ฟ้องคดีเคยได้รับใบอนุญาตดูดทรายและได้รับการต่อใบอนุญาตมาอย่างต่อเนื่อง ต่อมายื่นขอต่อใบอนุญาต แต่จากการตรวจสอบพื้นที่และภาพถ่ายทางอากาศพบว่า ตลิ่งบริเวณใกล้พื้นที่ได้รับอนุญาตมีการพังทลายเป็นบริเวณกว้าง แม้ยังไม่อาจระบุได้ว่าเกิดจากผู้ฟ้องคดีหรือผู้ประกอบการรายใดโดยเฉพาะก็ตาม เมื่อการอนุญาตให้ดูดทรายต่อไปอาจทำให้ตลิ่งพังทลายเพิ่มขึ้นและสภาพธรรมชาติของลำน้ำเปลี่ยนแปลงจนยากแก่การฟื้นฟู พื้นที่ดังกล่าวจึงไม่เหมาะสมตามหลักเกณฑ์ด้านวิชาการ คำสั่งไม่ต่อใบอนุญาตและให้หยุดดูดทรายจึงชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายืน.

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า