สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7982/2568
ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้ตามกฎหมายล้มละลาย ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดด้วยหรือไม่
ค้ำประกัน – จำนอง – เจ้าหนี้มีประกัน – การหลุดพ้นจากหนี้สินตามกฎหมายล้มละลาย – ความระงับแห่งหนี้
การที่ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้สิน เนื่องจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 135 (3) ตามนัยมาตรา 136 จะถือว่าหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไป อันทำให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 698 หรือไม่
และหากผู้จำนองหลุดพ้นจากหนี้สินตามกฎหมายล้มละลาย เจ้าหนี้มีประกันยังมีสิทธิบังคับจำนองหรือเรียกให้ผู้จำนองรับผิดในส่วนที่ขาดจากทรัพย์สินอื่นได้เพียงใด
บริษัทลูกหนี้ทำสัญญาสินเชื่อเพื่อการส่งออกกับธนาคาร วงเงินรวม 470,000,000 บาท โดยมีจำเลยทั้งสี่เป็นผู้ค้ำประกัน
จำเลยที่ 1 นำที่ดินหลายแปลงจำนองเป็นประกัน ส่วนจำเลยที่ 3 นำห้องชุดจำนองเป็นประกันในวงเงิน 40,000,000 บาท
บริษัทลูกหนี้เบิกถอนเงินตามสัญญาแล้วไม่ชำระหนี้ ถึงวันฟ้องมีหนี้เงินต้น 246,934,191.78 บาท และดอกเบี้ย 254,969,984.80 บาท รวมเป็นเงิน 501,904,176.58 บาท
ต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดบริษัทลูกหนี้ จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3
ภายหลังเจ้าหนี้ถอนคำขอรับชำระหนี้ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้ศาลยกเลิกการล้มละลาย ศาลล้มละลายกลางจึงมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายของบริษัทลูกหนี้และจำเลยที่ 3 ตามมาตรา 135 (3) และยกเลิกการล้มละลายของจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 135 (2)
สำหรับจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในส่วนความรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน และไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์หรือฎีกา ข้อเท็จจริงส่วนนี้จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงเหลือพิจารณาความรับผิดของจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้จำนอง
การที่บริษัทลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้สิน เนื่องจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 135 (3) ตามนัยมาตรา 136 เป็นผลของกฎหมายล้มละลาย
เมื่อโจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้จากบริษัทลูกหนี้ และไม่มีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะทำให้หนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 2 หมวด 5 ความระงับแห่งหนี้
การหลุดพ้นจากหนี้สินดังกล่าวจึงเป็นเรื่องระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ในคดีล้มละลายเท่านั้น และเป็นเรื่องเฉพาะตัวของลูกหนี้ ไม่ถือเป็นข้อต่อสู้ของลูกหนี้ที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ในฐานะผู้ค้ำประกันจะยกขึ้นต่อสู้โจทก์เพื่อปฏิเสธความรับผิดได้
เนื่องจากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 698 ผู้ค้ำประกันจะหลุดพ้นจากความรับผิดก็ต่อเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใด
สำหรับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จำนอง มีข้อตกลงยอมรับผิดในส่วนที่ขาดจนครบถ้วน และสัญญาจำนองทำขึ้นก่อนมีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 727/1 โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันจึงบังคับจำเลยที่ 1 ได้ตามข้อตกลงในสัญญา
ส่วนจำเลยที่ 3 แม้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายตามมาตรา 135 (3) เป็นผลให้จำเลยที่ 3 หลุดพ้นจากหนี้สินตามสัญญาค้ำประกัน แต่โจทก์ยังเป็นเจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 จึงยังมีสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันและบังคับชำระหนี้ได้เฉพาะทรัพย์สินที่จำเลยที่ 3 จำนองไว้
หากบังคับจำนองแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ แม้จำเลยที่ 3 จะมีข้อตกลงยอมรับผิดในส่วนที่ขาดจนครบถ้วน โจทก์ก็ไม่อาจบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 3 ได้อีก เพราะจำเลยที่ 3 หลุดพ้นจากหนี้สินแล้ว
ศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
แต่หากบังคับยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 3 ขายทอดตลาดแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์อีก
ศาลฎีกายังให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่โจทก์เสียเกินมา 245,837 บาท ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7982/2568 วางหลักสำคัญว่า
การที่ลูกหนี้ “หลุดพ้นจากหนี้สิน” อันเป็นผลของกฎหมายล้มละลาย ไม่ใช่กรณีเดียวกับการที่ “หนี้ระงับสิ้นไป” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
เมื่อหนี้ของลูกหนี้ยังไม่ได้ระงับสิ้นไป การหลุดพ้นจากหนี้ซึ่งเป็นผลเฉพาะตัวของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย จึงไม่ทำให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดตามมาตรา 698
ส่วนเจ้าหนี้มีประกันยังมีสิทธิบังคับทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันได้ แม้ผู้จำนองจะหลุดพ้นจากหนี้สินตามกฎหมายล้มละลายแล้ว แต่สำหรับจำเลยที่ 3 เมื่อขายทรัพย์จำนองแล้วได้เงินไม่ครบ เจ้าหนี้ไม่อาจบังคับเอาส่วนที่ขาดจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 3 ได้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 698
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483
มาตรา 95
มาตรา 135 (3)
มาตรา 136
คำพิพากษาฉบับนี้ระบุตัวบทที่เกี่ยวข้องไว้ ได้แก่ ป.พ.พ. มาตรา 698 และ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 95 มาตรา 135 (3) และมาตรา 136
การที่บริษัทลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้สินเนื่องจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 135 (3) ตามนัยมาตรา 136 เป็นผลของกฎหมายล้มละลาย เมื่อโจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้หรือมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะทำให้หนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปตาม ป.พ.พ. ลักษณะ 2 หมวด 5 ความระงับแห่งหนี้ การหลุดพ้นจากหนี้สินของลูกหนี้จึงเป็นเรื่องระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ในคดีล้มละลายเท่านั้นและเป็นเรื่องเฉพาะตัวของลูกหนี้ ไม่ถือเป็นข้อต่อสู้ที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ในฐานะผู้ค้ำประกันจะยกขึ้นต่อสู้โจทก์เพื่อปฏิเสธความรับผิดได้ เพราะผู้ค้ำประกันจะหลุดพ้นจากความรับผิดก็ต่อเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใดตาม ป.พ.พ. มาตรา 698 ส่วนจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จำนองมีข้อตกลงยอมรับผิดในส่วนที่ขาดจนครบถ้วน โดยสัญญาจำนองทำขึ้นก่อนมีการแก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. มาตรา 727/1 โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้มีประกันจึงบังคับจำเลยที่ 1 ได้ตามข้อตกลงในสัญญา ส่วนจำเลยที่ 3 เมื่อศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายตามมาตรา 135 (3) เป็นผลให้หลุดพ้นจากหนี้สินตามสัญญาค้ำประกัน แต่โจทก์ยังคงเป็นเจ้าหนี้มีประกันตามมาตรา 95 จึงมีสิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันและบังคับชำระหนี้ได้เฉพาะทรัพย์สินที่จำเลยที่ 3 จำนองไว้ หากบังคับจำนองแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ แม้มีข้อตกลงยอมรับผิดในส่วนที่ขาดจนครบถ้วน โจทก์ก็ไม่อาจบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 3 ได้อีก เพราะจำเลยที่ 3 หลุดพ้นจากหนี้สินแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7982/2568
แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
ฎีกาที่ 7982/2568, ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากหนี้, ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้, ยกเลิกการล้มละลาย, มาตรา 135 (3), มาตรา 136, มาตรา 698, เจ้าหนี้มีประกัน, มาตรา 95, ผู้จำนอง, บังคับจำนอง, หนี้ระงับ, กฎหมายล้มละลาย, ค้ำประกัน, จำนอง