คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4000/2569
กฎหมายเดิมบางส่วนเป็นคุณกว่า แม้มีกฎหมายใหม่ใช้บังคับ ศาลต้องนำส่วนที่เป็นคุณมาใช้หรือไม่?
ฎีกาย่อ
ป.อ. มาตรา 3 บัญญัติว่า ถ้ากฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดไม่ว่าในทางใด เว้นแต่คดีถึงที่สุดแล้ว แต่กรณีที่คดีถึงที่สุดแล้วดังต่อไปนี้ (1) ถ้าผู้กระทำความผิดยังไม่ได้รับโทษ หรือกำลังรับโทษอยู่และโทษที่กำหนดตามคำพิพากษาหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง...ให้ศาลกำหนดโทษเสียใหม่ตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง... ดังนี้ คำว่า กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดหรือกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดดังกล่าวนั้น หมายความรวมถึงกฎหมายที่บัญญัติถึงโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้นด้วย ได้แก่ การลงโทษจำเลยที่ 2 น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น เนื่องจากจำเลยที่ 2 ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อตำรวจ หากมีการแก้ไขบทกฎหมายดังกล่าวในทางที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดและมีผลที่จะทำให้จำเลยที่ 2 ได้รับโทษน้อยลง ศาลก็มีอำนาจแก้ไขโทษที่จะลงแก่จำเลยที่ 2 ได้ภายใต้หลักเกณฑ์ของมาตรา 3
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 2 น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100/2 ดังนี้ เมื่อ ป.ยาเสพติด มาตรา 153 ยังคงบัญญัติเกี่ยวกับการให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งเป็นผู้จับกุม ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นก็ได้ แต่การให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อตำรวจ ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100/2 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดเป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 จึงต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 ไม่ว่าในทางใดด้วย การไม่กำหนดโทษจำเลยที่ 2 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100/2 จึงหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง
เมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาลฎีกา จึงเห็นสมควรปรับบทกำหนดโทษจำเลยที่ 1 ใหม่ ตาม ป.อ. มาตรา 3 (1) ด้วย เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3
สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4000/2569
เรื่อง
กฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 รวมถึงบทที่เปิดโอกาสให้ศาลลงโทษต่ำกว่าอัตราโทษขั้นต่ำ
ประเด็น
เมื่อจำเลยเคยได้รับประโยชน์จาก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100/2 เพราะให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต่อมามีประมวลกฎหมายยาเสพติดใช้บังคับ และจำเลยขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ตาม ป.อ. มาตรา 3 (1)
ประเด็นคือ ศาลต้องนำมาตรา 100/2 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดและเป็นคุณแก่จำเลย มาพิจารณาในการกำหนดโทษใหม่ด้วยหรือไม่
ข้อเท็จจริง
คดีเดิมถึงที่สุดว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดเกี่ยวกับเมทแอมเฟตามีน ได้แก่ ฐานเสพ ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และฐานร่วมกันจำหน่าย
ศาลชั้นต้นในคดีเดิมได้นำ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100/2 มาใช้ในการกำหนดโทษ โดยลงโทษต่ำกว่าอัตราโทษขั้นต่ำ เนื่องจากจำเลยให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
เมื่อเพิ่มโทษและลดโทษแล้ว คดีเดิมถึงที่สุดให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 27 ปี 3 เดือน และปรับคนละ 690,000 บาท
ภายหลังประมวลกฎหมายยาเสพติดมีผลใช้บังคับ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ตาม ป.อ. มาตรา 3 (1)
ศาลชั้นต้นกำหนดโทษใหม่ เมื่อวางโทษ เพิ่มโทษ และลดโทษแล้ว คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 21 ปี 6 เดือน 20 วัน และปรับคนละ 350,000 บาท
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดกำหนดโทษใหม่สำหรับความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และถือว่าความผิดฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายกับฐานร่วมกันจำหน่ายเป็นกรรมเดียว
เมื่อเพิ่มและลดโทษแล้ว รวมจำคุกคนละ 13 ปี 6 เดือน 20 วัน และปรับคนละ 400,000 บาท
จำเลยที่ 2 ฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา โดยอ้างว่า พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100/2 เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องนำมาใช้ในการกำหนดโทษใหม่ด้วย
คำพิพากษาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ป.อ. มาตรา 3 บัญญัติให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดไม่ว่าในทางใด เมื่อกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด
คำว่า “กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด” หรือ “กฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด” หมายความรวมถึง กฎหมายที่บัญญัติถึงโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดด้วย
คดีนี้ การลงโทษจำเลยที่ 2 น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำ เนื่องจากจำเลยได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อตำรวจ เป็นเรื่องเกี่ยวกับโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิด
หากมีการแก้ไขบทกฎหมายดังกล่าวในทางที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด และมีผลทำให้จำเลยได้รับโทษน้อยลง ศาลมีอำนาจแก้ไขโทษที่จะลงแก่จำเลยได้ภายใต้หลักเกณฑ์ของ ป.อ. มาตรา 3
แม้ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 153 จะยังคงบัญญัติเกี่ยวกับการให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ในคดีนี้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100/2 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด เป็นคุณแก่จำเลยที่ 2
จึงต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 ไม่ว่าในทางใดด้วย
การที่ศาลอุทธรณ์ไม่ได้กำหนดโทษจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 100/2 จึงทำให้จำเลยได้รับโทษหนักกว่า ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น
สำหรับจำเลยที่ 1 แม้ไม่ได้ฎีกา แต่จำเลยที่ 1 กำลังรับโทษและเคยยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ เมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาลฎีกาและปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและปรับบทกำหนดโทษให้จำเลยที่ 1 ด้วย
ผลคดี
ศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้ปรับบทกำหนดโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100/2
ความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย วางโทษจำคุกคนละ 15 ปี และปรับคนละ 600,000 บาท
เพิ่มโทษคนละหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุกคนละ 20 ปี และปรับคนละ 800,000 บาท
ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 10 ปี และปรับคนละ 400,000 บาท
เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานอื่นแล้ว
คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 10 ปี 2 เดือน 20 วัน และปรับคนละ 400,000 บาท
นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
สรุป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4000/2569 วางหลักสำคัญว่า การพิจารณาว่ากฎหมายใดเป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 3 ไม่ได้จำกัดเฉพาะฐานความผิดหรืออัตราโทษ แต่รวมถึงบทบัญญัติที่มีผลต่อโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดด้วย
ดังนั้น หากกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดมีบทบัญญัติที่เป็นคุณแก่จำเลย เช่น บทที่เปิดโอกาสให้ศาลลงโทษต่ำกว่าอัตราโทษขั้นต่ำ เนื่องจากจำเลยให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ศาลต้องนำบทที่เป็นคุณนั้นมาพิจารณาในการกำหนดโทษใหม่ด้วย
นอกจากนี้ แม้จำเลยอีกคนไม่ได้ฎีกา หากปัญหาที่ปรากฏแก่ศาลฎีกาเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาก็อาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามบทกฎหมายวิธีพิจารณาที่เกี่ยวข้อง
ตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3
มาตรา 3 ถ้ากฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดไม่ว่าในทางใดเว้นแต่คดีถึงที่สุดแล้ว แต่ในกรณีที่คดีถึงที่สุดแล้วดังต่อไปนี้
(1) ถ้าผู้กระทำความผิดยังไม่ได้รับโทษ หรือกำลังรับโทษอยู่ และโทษที่กำหนดตามคำพิพากษาหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง เมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาลหรือเมื่อผู้กระทำความผิด ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้นหรือพนักงานอัยการร้องขอ ให้ศาลกำหนดโทษเสียใหม่ตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง ในการที่ศาลจะกำหนดโทษใหม่นี้ ถ้าปรากฏว่า ผู้กระทำความผิดได้รับโทษมาบ้างแล้ว เมื่อได้คำนึงถึงโทษตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง หากเห็นเป็นการสมควร ศาลจะกำหนดโทษน้อยกว่าโทษขั้นต่ำที่กฎหมายที่บัญญัติในภายหลังกำหนดไว้ถ้าหากมีก็ได้ หรือถ้าเห็นว่าโทษที่ผู้กระทำความผิดได้รับมาแล้วเป็นการเพียงพอ ศาลจะปล่อยผู้กระทำความผิดไปก็ได้
(2) ถ้าศาลพิพากษาให้ประหารชีวิตผู้กระทำความผิดและตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง โทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดไม่ถึงประหารชีวิต ให้งดการประหารชีวิตผู้กระทำความผิด และให้ถือว่าโทษประหารชีวิตตามคำพิพากษาได้เปลี่ยนเป็นโทษสูงสุดที่จะพึงลงได้ตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง
พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100/2
มาตรา 100/2 ถ้าศาลเห็นว่าผู้กระทำความผิดผู้ใดได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจหรือพนักงานสอบสวน ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นก็ได้
ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 153
มาตรา 153 ถ้าศาลเห็นว่าผู้กระทำความผิดผู้ใดได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งเป็นผู้จับกุม หรือพนักงานสอบสวนในคดีนั้น เมื่อพนักงานอัยการระบุในคำฟ้องหรือยื่นคำร้องต่อศาล ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นก็ได้
กรณีที่ผู้กระทำความผิดได้เคยให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามวรรคหนึ่ง ถ้าพนักงานอัยการไม่ระบุในคำฟ้องหรือยื่นคำร้องต่อศาล ผู้กระทำความผิดนั้นอาจยื่นคำร้องต่อศาลตามมาตรานี้ได้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1)
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92
พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100/2
ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 153
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225
พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3