ฎีกาที่ 3412/2561

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3412/2561

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49

โจทก์เป็นลูกจ้างตำแหน่งพนักงานฝ่ายบัญชีของจำเลยซึ่งประกอบกิจการให้เช่าเครื่องมือสำหรับขุดเจาะน้ำมัน ได้รับค่าจ้างเดือนละ 39,275.64 บาท ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างเหตุผลด้านการปรับลดกำลังคน โจทก์เห็นว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเป็นเงิน 5,000,000 บาท ทางพิจารณาได้ความว่าก่อนเลิกจ้างจำเลยยังคงส่งโจทก์ไปอบรมเพิ่มพูนความรู้ ปรับขึ้นเงินเดือนให้ และจ่ายเงินเดือนแก่โจทก์ไปแล้วรวมกว่า 2,400,000 บาท อีกทั้งจำเลยยังมีรายรับจากการประกอบกิจการอยู่ มิได้ประสบภาวะขาดทุนถึงขนาดต้องเลิกกิจการหรือลดขนาดกิจการลง นอกจากนี้จำเลยไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกพนักงานที่จะเลิกจ้างไว้อย่างชัดเจนและไม่สามารถอธิบายได้ว่าโจทก์มีความแตกต่างจากพนักงานคนอื่นที่ยังคงทำงานอยู่อย่างไร ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเมื่อพิจารณาสภาพการประกอบกิจการของจำเลยประกอบกับพฤติการณ์ดังกล่าวแล้ว เหตุผลที่จำเลยยกขึ้นอ้างยังไม่เพียงพอที่จะแสดงว่ามีความจำเป็นถึงขนาดต้องเลิกจ้างโจทก์ การเลิกจ้างของจำเลยจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้างตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 พิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย


ตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 49 การพิจารณาคดีในกรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง ถ้าศาลแรงงานเห็นว่าการเลิกจ้างลูกจ้างผู้นั้นไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง ศาลแรงงานอาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างผู้นั้นเข้าทำงานต่อไปในอัตราค่าจ้างที่ได้รับในขณะที่เลิกจ้าง ถ้าศาลแรงงานเห็นว่าลูกจ้างกับนายจ้างไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้ ให้ศาลแรงงานกำหนดจำนวนค่าเสียหายให้นายจ้างชดใช้ให้แทน โดยให้ศาลคำนึงถึงอายุของลูกจ้าง ระยะเวลาการทำงานของลูกจ้าง ความเดือดร้อนของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง มูลเหตุแห่งการเลิกจ้าง และเงินค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ ประกอบการพิจารณา

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า