ฎีกาที่ 5954/2567

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5954/2567

หมายเหตุ: บทความนี้ปกปิดชื่อบุคคลและสถานที่ที่ปรากฏในคำพิพากษา โดยใช้อักษรย่อแทนชื่อบุคคล ได้แก่ นาง จ. = ผู้ให้กู้ (ผู้ตาย), นาย น. = จำเลย, นาง ง. = พยานในสัญญากู้

เรื่อง

จำเลยอ้างว่าเอกสารสัญญากู้เงินเป็นเอกสารปลอม โดยใช้ข้อความสนทนาในแอปพลิเคชันไลน์ระหว่างภริยาจำเลยกับพยานอีกคนเป็นหลักฐาน แต่ไม่ได้นำคู่สนทนาทั้งสองมาเบิกความต่อศาล ข้อความสนทนาดังกล่าวรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่

ประเด็นข้อกฎหมาย

  1. สัญญาเงินกู้ที่โจทก์นำมาฟ้องบังคับเป็นเอกสารปลอมหรือไม่
  2. ข้อความสนทนาในไลน์ที่จำเลยอ้างเพื่อพิสูจน์ว่าเอกสารปลอม แต่ไม่ได้นำคู่สนทนามาเป็นพยาน ถือเป็นพยานบอกเล่าที่ต้องห้ามมิให้รับฟังตาม ป.วิ.พ. มาตรา 95/1 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 หรือไม่

ข้อเท็จจริง

โจทก์ในฐานะสามีและผู้จัดการมรดกของนาง จ. ฟ้องว่าจำเลยกู้ยืมเงินนาง จ. ไปเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2560 จำนวน 1,000,000 บาท ตกลงชำระคืนภายในวันที่ 21 พฤษภาคม 2561 โดยจำเลยมอบต้นฉบับโฉนดที่ดินเลขที่ 7974 พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของตนไว้เป็นประกัน เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงฟ้องเรียกต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยรวม 1,187,500 บาท

จำเลยต่อสู้และฟ้องแย้งว่าได้ชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์คืนต้นฉบับโฉนดที่ดิน

ระหว่างพิจารณา จำเลยขอให้ตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อในช่องผู้กู้ (นาย น.) เทียบกับตัวอย่างลายมือของจำเลยช่วงปี 2560 ผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (หนังสือแจ้งผล ลงวันที่ 22 มกราคม 2564) สรุปว่าตัวอย่างลายมือของจำเลยเองเขียนไม่คงที่ ไม่มีลักษณะเด่นชัดพอจะลงความเห็นได้ว่าเป็นลายมือจำเลยหรือไม่

  • ศาลชั้นต้น: พิพากษาให้จำเลยชำระ 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามฟ้อง ยกฟ้องแย้ง
  • ศาลอุทธรณ์ (แผนกคดีผู้บริโภค): พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์คืนโฉนดที่ดินแก่จำเลย
  • โจทก์ฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5954/2567 วินิจฉัยว่า

โจทก์นำสัญญาเงินกู้มาแสดง พร้อมต้นฉบับโฉนดที่ดิน สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของจำเลยซึ่งเป็นเอกสารส่วนตัวของจำเลยเองมาแสดงประกอบ แม้โจทก์จะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะจำเลยทำสัญญากับภริยาโจทก์ แต่ได้ความว่าโจทก์เป็นผู้จัดเตรียมเงินให้ภริยานำไปให้จำเลยกู้ยืมถึงบ้านจำเลย และภริยาโจทก์เป็นผู้นำเอกสารทั้งหมดกลับมามอบให้โจทก์เก็บไว้เป็นประกัน ถือว่าโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกู้ยืมครั้งนี้ด้วย

การที่โจทก์ไม่ได้นำนาง ง. (พยานในสัญญากู้) มาเบิกความ ได้ความจากคำตอบโจทก์ต่อทนายจำเลยว่านาง ง. ทำงานที่เดียวกับภริยาจำเลย และยังเป็นลูกหนี้เงินกู้ของโจทก์ที่ยังไม่ชำระคืนเช่นกัน จึงมีเหตุผลรองรับ ไม่ถือเป็นข้อพิรุธของโจทก์

ในทางกลับกัน คำอ้างของจำเลยว่าโฉนดที่ดินสูญหายโดยไม่ทราบสาเหตุเป็นเพียงคำกล่าวอ้างลอยๆ และการที่จำเลยไปแจ้งความว่าโฉนดสูญหายก็เกิดขึ้นหลังจากที่จำเลยทราบแล้วว่าโฉนดอยู่กับโจทก์ และหลังจากโจทก์ทวงถามหนี้แล้ว (จำเลยเบิกความยอมรับข้อเท็จจริงนี้เอง) จึงเป็นข้อพิรุธของจำเลย ไม่ใช่ของโจทก์

ส่วนข้อความสนทนาในไลน์ระหว่างภริยาจำเลยกับนาง ง. ที่จำเลยอ้างว่าเอกสารกู้เป็นของปลอม เมื่อจำเลยไม่ได้นำคู่สนทนาทั้งสองคนมาเป็นพยาน ข้อความดังกล่าวจึงเป็นเพียงพยานบอกเล่า ซึ่งโดยหลักต้องห้ามมิให้รับฟังตาม ป.วิ.พ. มาตรา 95/1 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 และไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะรับฟังได้

โดยสรุป พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมากกว่าจำเลย ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าสัญญาเงินกู้มิใช่เอกสารปลอม

ผลคดี

ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (จำเลยต้องชำระหนี้ตามฟ้อง) ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ

สรุป

การอ้างข้อความสนทนา (เช่น แชทไลน์) ของบุคคลอื่นเพื่อพิสูจน์ว่าเอกสารปลอม จะไม่มีน้ำหนักในทางกฎหมายหากไม่นำคู่สนทนาตัวจริงมาเบิกความยืนยัน เพราะถือเป็นพยานบอกเล่าที่ต้องห้ามรับฟังตาม ป.วิ.พ. มาตรา 95/1 นอกจากนี้ พฤติการณ์ที่ขัดแย้งกันเอง เช่น แจ้งความว่าเอกสารหายหลังถูกทวงหนี้ไปแล้ว ก็เป็นข้อพิรุธที่ศาลนำมาชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานได้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95/1
  • พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7

ฎีกาย่อ

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ยืมที่จำเลยกู้ไปจากภริยาโจทก์ (ผู้ตาย) โดยมอบโฉนดที่ดินไว้เป็นประกัน จำเลยต่อสู้ว่าสัญญากู้เป็นเอกสารปลอมและได้ชำระหนี้ครบแล้ว โดยอ้างข้อความสนทนาในไลน์ระหว่างภริยาจำเลยกับพยานอีกคนเป็นหลักฐาน แต่ไม่นำคู่สนทนามาเบิกความ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อความดังกล่าวเป็นพยานบอกเล่า ต้องห้ามมิให้รับฟังตาม ป.วิ.พ. มาตรา 95/1 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ประกอบกับพฤติการณ์ที่จำเลยแจ้งความว่าโฉนดสูญหายหลังถูกทวงหนี้แล้ว เป็นข้อพิรุธของจำเลยเอง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าสัญญากู้มิใช่เอกสารปลอม จำเลยต้องรับผิดชำระหนี้ตามฟ้อง

อ้างอิง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5954/2567

คำค้น

ฎีกาที่ 5954/2567, พยานบอกเล่า, ป.วิ.พ. มาตรา 95/1, พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค, สัญญาเงินกู้ปลอม, แชทไลน์เป็นหลักฐาน, ตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อ, คดีผู้บริโภค

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า