คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2412/2569
จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ จำเลยที่ 1 โพสต์ภาพเปลือยของจำเลยทั้งสองเผยแพร่ในบัญชีทวิตเตอร์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเปิดเป็นสาธารณะด้วยความสมัครใจของจำเลยทั้งสอง ดังนั้น ทันทีที่มีการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยการโพสต์ภาพเปลือยของจำเลยทั้งสองดังกล่าวในบัญชีทวิตเตอร์ของจำเลยที่ 1 ที่เปิดเป็นสาธารณะ ย่อมเป็นการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามกดังกล่าวอยู่ในตัว เมื่อจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดฐานดังกล่าวในคราวเดียวกันต่อเนื่องกัน อีกทั้งการกระทำความผิดดังกล่าวก็เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง เช่นเดียวกัน จึงเป็นความผิดเพียงบทเดียว ตามมาตรา 14 วรรคหนึ่ง (4) (5) ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานดังกล่าวเป็นสองกรรมจึงไม่ถูกต้อง
ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพและไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
ส่วนปัญหาว่ามีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกหรือไม่ การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันนำภาพเปลือยเห็นเต้านมและอวัยวะเพศของจำเลยทั้งสองที่มีลักษณะอันลามกเข้าสู่บัญชีแอปพลิเคชันทวิตเตอร์ที่เปิดเป็นสาธารณะ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ แสดงถึงเจตนาของจำเลยทั้งสองที่จะเผยแพร่ภาพเปลือยดังกล่าวแก่สาธารณชน เข้าข่ายการแสวงหาประโยชน์จากการกระทำดังกล่าว หาใช่เจตนาถ่ายภาพเพื่อเก็บเอาไว้เป็นการส่วนตัวหรือเฉพาะกลุ่มดังที่จำเลยทั้งสองฎีกา อีกทั้งยังเป็นการกระทำที่ขัดต่อศีลธรรมและมีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง สมควรที่จะลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่าง แม้จำเลยทั้งสองจะมีภาระต้องดูแลครอบครัวหรือมีเหตุอื่นดังที่ยกขึ้นอ้างในฎีกา ก็ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยทั้งสอง
พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามกและประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ และฐานร่วมกันเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามกและประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (4) (5) เพียงบทเดียว ให้จำคุก 1 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน เมื่อรวมกับโทษปรับฐานกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัลโดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย เป็นจำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 500 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2