เด็กเป็นฝ่ายออกมาพบจำเลยเอง ยังเป็นความผิดฐานพรากเด็กเพื่อการอนาจารได้หรือไม่
การพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม จำเป็นหรือไม่ที่ผู้กระทำจะต้องเป็นฝ่ายพา ชักชวน หรือนำเด็กออกจากบ้าน
หากเด็กเป็นฝ่ายออกมาพบจำเลยเอง แต่ต่อมาจำเลยกระทำต่อเด็กในลักษณะที่ล่วงละเมิดอำนาจปกครองของบิดามารดา จะถือว่าเป็น “การพราก” ได้หรือไม่
ผู้เสียหายเป็นเด็กหญิงอายุ 14 ปีเศษ อยู่ในอำนาจปกครองดูแลของมารดา
จำเลยพบโฆษณาขายบริการทางเพศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จากภาพโฆษณาจำเลยเข้าใจว่าผู้เสียหายมีอายุเกิน 18 ปี จึงติดต่อซื้อบริการ
ต่อมาผู้เสียหายเดินทางมาพบจำเลยที่ห้องพัก
เมื่อจำเลยเห็นตัวจริงอย่างชัดเจน พบว่ารูปร่างหน้าตาของผู้เสียหายไม่ตรงกับภาพที่โฆษณา และจำเลยเองประเมินว่า ผู้เสียหายน่าจะเป็นเด็กมีอายุไม่ถึง 18 ปี
แต่จำเลยไม่ได้ตรวจสอบอายุให้แน่ชัด กลับตกลงซื้อบริการทางเพศจากผู้เสียหายเป็นเงิน 700 บาท และกระทำชำเราผู้เสียหายโดยผู้เสียหายยินยอม
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า “พราก” หมายถึงการพาหรือแยกเด็กออกไปจากอำนาจปกครองดูแลของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล จนทำให้อำนาจปกครองดังกล่าวถูกรบกวนหรือกระทบกระเทือนโดยบุคคลเหล่านั้นไม่รู้เห็นยินยอม
กฎหมายมุ่งคุ้มครอง อำนาจปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเด็ก เป็นสำคัญ
ดังนั้น การพรากจึง ไม่จำกัดว่าจะต้องกระทำด้วยวิธีใด และไม่คำนึงว่าเด็กจะเป็นฝ่ายออกจากบ้านเอง หรือมีบุคคลใดเป็นฝ่ายนัดหมายหรือชักชวนมา
หากมีการกระทำต่อเด็กในทางเสื่อมเสียและเสียหาย อันเป็นการล่วงละเมิดอำนาจปกครองดูแล ก็อาจเป็นความผิดฐานพรากเด็กได้
แม้ในตอนแรกจำเลยเห็นภาพโฆษณาแล้วเข้าใจว่าผู้เสียหายมีอายุเกิน 18 ปี จึงถือได้ว่าในขณะนั้นจำเลยยังไม่มีเจตนากระทำความผิดฐานพรากเด็ก
แต่เมื่อผู้เสียหายมาพบจำเลยที่ห้อง จำเลยได้เห็นตัวจริงอย่างชัดเจน และจำเลยเองยอมรับว่าประเมินแล้วเห็นว่าผู้เสียหายน่าจะมีอายุไม่ถึง 18 ปี
เมื่อจำเลยมีข้อสงสัยเช่นนี้ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อนว่าผู้เสียหายยังเป็นเด็กอยู่หรือไม่ และมีอายุเท่าใดแน่
แต่จำเลยไม่นำพา กลับตกลงซื้อบริการและกระทำชำเราผู้เสียหายต่อไป
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้เสียหายมีอายุยังไม่ถึง 15 ปี การกระทำของจำเลยจึงมีผลทำให้อำนาจปกครองดูแลของมารดาถูกล่วงละเมิดและตัดขาด
ถือเป็น “การพรากไปโดยปริยาย”
จำเลยจึงมีความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม
เด็กเป็นฝ่ายออกมาหาผู้กระทำเอง ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความผิดฐานพรากเด็กเสมอไป
เพราะความผิดตามมาตรา 317 มุ่งคุ้มครอง อำนาจปกครองดูแลเด็ก
จึงไม่จำกัดว่าผู้กระทำต้องเป็นฝ่ายพาหรือชักชวนเด็กออกจากบ้านเอง
หากการกระทำภายหลังเป็นการล่วงละเมิดอำนาจปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ก็อาจถือเป็น การพรากเด็กโดยปริยาย ได้
คดีนี้ เมื่อจำเลยเห็นตัวจริงแล้วสงสัยว่าอาจเป็นเด็ก แต่ไม่ตรวจสอบอายุให้แน่ชัดและยังซื้อบริการทางเพศต่อ ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 317 วรรคสาม
ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยรับโทษฐานนี้จำคุก 5 ปี ลดโทษหนึ่งในสาม เหลือ 3 ปี 4 เดือน
เมื่อรวมกับความผิดฐานกระทำชำเราเด็กแล้ว รวมจำคุก 6 ปี 8 เดือน ไม่ปรับ ไม่รอการลงโทษ และไม่คุมความประพฤติ
ประมวลกฎหมายอาญา
- มาตรา 317 วรรคสาม — พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร
- มาตรา 277 — ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี
- มาตรา 78 — เหตุบรรเทาโทษ
- มาตรา 91 — ความผิดหลายกรรมต่างกัน