ฎีกาที่ 157/2569

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ
⚖️ ฎีกาที่ 157/2569
🔹 เรื่อง

เด็กเป็นฝ่ายออกมาพบจำเลยเอง ยังเป็นความผิดฐานพรากเด็กเพื่อการอนาจารได้หรือไม่

━━━━━━━━━━━━━━
📌 ประเด็น

การพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม จำเป็นหรือไม่ที่ผู้กระทำจะต้องเป็นฝ่ายพา ชักชวน หรือนำเด็กออกจากบ้าน

หากเด็กเป็นฝ่ายออกมาพบจำเลยเอง แต่ต่อมาจำเลยกระทำต่อเด็กในลักษณะที่ล่วงละเมิดอำนาจปกครองของบิดามารดา จะถือว่าเป็น “การพราก” ได้หรือไม่

━━━━━━━━━━━━━━
📝 ข้อเท็จจริง

ผู้เสียหายเป็นเด็กหญิงอายุ 14 ปีเศษ อยู่ในอำนาจปกครองดูแลของมารดา

จำเลยพบโฆษณาขายบริการทางเพศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จากภาพโฆษณาจำเลยเข้าใจว่าผู้เสียหายมีอายุเกิน 18 ปี จึงติดต่อซื้อบริการ

ต่อมาผู้เสียหายเดินทางมาพบจำเลยที่ห้องพัก

เมื่อจำเลยเห็นตัวจริงอย่างชัดเจน พบว่ารูปร่างหน้าตาของผู้เสียหายไม่ตรงกับภาพที่โฆษณา และจำเลยเองประเมินว่า ผู้เสียหายน่าจะเป็นเด็กมีอายุไม่ถึง 18 ปี

แต่จำเลยไม่ได้ตรวจสอบอายุให้แน่ชัด กลับตกลงซื้อบริการทางเพศจากผู้เสียหายเป็นเงิน 700 บาท และกระทำชำเราผู้เสียหายโดยผู้เสียหายยินยอม

━━━━━━━━━━━━━━
⚖️ คำพิพากษาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า “พราก” หมายถึงการพาหรือแยกเด็กออกไปจากอำนาจปกครองดูแลของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล จนทำให้อำนาจปกครองดังกล่าวถูกรบกวนหรือกระทบกระเทือนโดยบุคคลเหล่านั้นไม่รู้เห็นยินยอม

กฎหมายมุ่งคุ้มครอง อำนาจปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเด็ก เป็นสำคัญ

ดังนั้น การพรากจึง ไม่จำกัดว่าจะต้องกระทำด้วยวิธีใด และไม่คำนึงว่าเด็กจะเป็นฝ่ายออกจากบ้านเอง หรือมีบุคคลใดเป็นฝ่ายนัดหมายหรือชักชวนมา

หากมีการกระทำต่อเด็กในทางเสื่อมเสียและเสียหาย อันเป็นการล่วงละเมิดอำนาจปกครองดูแล ก็อาจเป็นความผิดฐานพรากเด็กได้

แม้ในตอนแรกจำเลยเห็นภาพโฆษณาแล้วเข้าใจว่าผู้เสียหายมีอายุเกิน 18 ปี จึงถือได้ว่าในขณะนั้นจำเลยยังไม่มีเจตนากระทำความผิดฐานพรากเด็ก

แต่เมื่อผู้เสียหายมาพบจำเลยที่ห้อง จำเลยได้เห็นตัวจริงอย่างชัดเจน และจำเลยเองยอมรับว่าประเมินแล้วเห็นว่าผู้เสียหายน่าจะมีอายุไม่ถึง 18 ปี

เมื่อจำเลยมีข้อสงสัยเช่นนี้ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อนว่าผู้เสียหายยังเป็นเด็กอยู่หรือไม่ และมีอายุเท่าใดแน่

แต่จำเลยไม่นำพา กลับตกลงซื้อบริการและกระทำชำเราผู้เสียหายต่อไป

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้เสียหายมีอายุยังไม่ถึง 15 ปี การกระทำของจำเลยจึงมีผลทำให้อำนาจปกครองดูแลของมารดาถูกล่วงละเมิดและตัดขาด

ถือเป็น “การพรากไปโดยปริยาย”

จำเลยจึงมีความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม

━━━━━━━━━━━━━━
✅ สรุป

เด็กเป็นฝ่ายออกมาหาผู้กระทำเอง ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความผิดฐานพรากเด็กเสมอไป

เพราะความผิดตามมาตรา 317 มุ่งคุ้มครอง อำนาจปกครองดูแลเด็ก

จึงไม่จำกัดว่าผู้กระทำต้องเป็นฝ่ายพาหรือชักชวนเด็กออกจากบ้านเอง

หากการกระทำภายหลังเป็นการล่วงละเมิดอำนาจปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ก็อาจถือเป็น การพรากเด็กโดยปริยาย ได้

คดีนี้ เมื่อจำเลยเห็นตัวจริงแล้วสงสัยว่าอาจเป็นเด็ก แต่ไม่ตรวจสอบอายุให้แน่ชัดและยังซื้อบริการทางเพศต่อ ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 317 วรรคสาม

ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยรับโทษฐานนี้จำคุก 5 ปี ลดโทษหนึ่งในสาม เหลือ 3 ปี 4 เดือน

เมื่อรวมกับความผิดฐานกระทำชำเราเด็กแล้ว รวมจำคุก 6 ปี 8 เดือน ไม่ปรับ ไม่รอการลงโทษ และไม่คุมความประพฤติ

━━━━━━━━━━━━━━
📚 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา

- มาตรา 317 วรรคสาม — พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร
- มาตรา 277 — ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี
- มาตรา 78 — เหตุบรรเทาโทษ
- มาตรา 91 — ความผิดหลายกรรมต่างกัน

#ฎีกาศึกษา
#คำพิพากษาศาลฎีกา
#ฎีกาที่1572569
#พรากเด็ก
#มาตรา317
#กฎหมายอาญา
#กฎหมาย

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า