คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1166/2566
พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 4
พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 7
โจทก์ซื้อรถยนต์คันเกิดเหตุจากจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ โดยจำเลยร่วมเป็นผู้ผลิตรถยนต์คันดังกล่าว ต่อมาโจทก์ประสบอุบัติเหตุขณะขับรถยนต์คันนี้ แต่ถุงลมนิรภัยซึ่งเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยหลักของรถยนต์กลับไม่ทำงานตามที่ควรจะเป็นในขณะเกิดการชน เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บมากกว่าที่ควรจะเป็นหากถุงลมนิรภัยทำงานตามปกติ โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมโดยอ้างว่ารถยนต์ที่จำหน่ายเป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัยตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ถุงลมนิรภัยเป็นอุปกรณ์ที่ผู้บริโภคคาดหมายได้ว่าจะต้องทำงานปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารเมื่อเกิดการชนในระดับความรุนแรงที่ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาให้ทำงาน เมื่อถุงลมนิรภัยไม่ทำงานตามที่ควรจะเป็นในเหตุการณ์เช่นนี้ ย่อมถือได้ว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัยอันเกิดจากความบกพร่องในการผลิตตามความหมายของมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว และจำเลยทั้งสองกับจำเลยร่วมไม่สามารถนำสืบเข้าข้อยกเว้นความรับผิดตามมาตรา 7 ได้ ผู้ประกอบการทุกช่วงของการผลิตและจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตหรือผู้ขาย จึงต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายโดยไม่ต้องคำนึงว่าฝ่ายใดเป็นผู้ก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยนั้นโดยตรง พิพากษาให้จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เป็นเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
ตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ "สินค้า" หมายความว่า สังหาริมทรัพย์ทุกชนิดที่ผลิตหรือนำเข้าเพื่อขาย รวมทั้งผลิตผลเกษตรกรรม และให้หมายความรวมถึงกระแสไฟฟ้าด้วย เว้นแต่สินค้าตามที่กำหนดในกฎกระทรวง "ความเสียหาย" หมายความว่า ความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ อนามัย จิตใจ หรือทรัพย์สิน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงความเสียหายต่อตัวสินค้าที่ไม่ปลอดภัยนั้น "สินค้าที่ไม่ปลอดภัย" หมายความว่า สินค้าที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุจากความบกพร่องในการผลิตหรือการออกแบบ หรือไม่ได้กำหนดวิธีใช้ วิธีเก็บรักษา คำเตือน หรือข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือกำหนดไว้แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ชัดเจนตามสมควร โดยคำนึงถึงสภาพของสินค้า รวมทั้งลักษณะการใช้งานและการเก็บรักษาตามปกติธรรมดาของสินค้าอันพึงคาดหมายได้ "ผู้ประกอบการ" หมายความว่า (1) ผู้ผลิตหรือผู้ว่าจ้างให้ผลิต (2) ผู้นำเข้า (3) ผู้ขายสินค้าที่ไม่สามารถระบุตัวผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิต หรือผู้นำเข้าได้ (4) ผู้ซึ่งใช้ชื่อ ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ หรือเครื่องหมายอื่นใดที่แสดงให้เข้าใจว่าเป็นผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิต หรือผู้นำเข้า
มาตรา 7 ผู้ประกอบการไม่ต้องรับผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หากพิสูจน์ได้ว่า
(1) สินค้านั้นมิได้เป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัย
(2) ผู้เสียหายได้รู้อยู่แล้วว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัย
(3) ความเสียหายเกิดจากการใช้หรือการเก็บรักษาสินค้าไม่ถูกต้องตามวิธีใช้ วิธีเก็บรักษา คำเตือน หรือข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ผู้ประกอบการได้กำหนดไว้อย่างถูกต้องและชัดเจนตามสมควรแล้ว