ฎีกาที่ 8557/2568

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8557/2568

เรื่อง

โอนเงินผิดบัญชี เงินยังอยู่ที่ธนาคาร ผู้โอนมีสิทธิติดตามคืนหรือไม่?

ประเด็นข้อกฎหมาย

ผู้โอนเงินผิดบัญชี โดยเงินยังอยู่ในบัญชีปลายทางและธนาคารได้อายัดเงินไว้แล้ว มีสิทธิติดตามเอาเงินคืนจากธนาคารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 และมีอำนาจฟ้องธนาคารหรือไม่

ข้อเท็จจริง

โจทก์ประสงค์จะโอนเงินจำนวน 31,000 บาท จากบัญชีของตนไปยังบัญชีของบุตร แต่พิมพ์หมายเลขบัญชีผิดไป 1 ตัว ทำให้เงินถูกโอนไปเข้าบัญชีของบุคคลอื่น ซึ่งเปิดบัญชีไว้กับธนาคารจำเลย

ในวันเดียวกันโจทก์ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจออกหมายอายัดเงินจำนวน 31,000 บาทในบัญชีปลายทางส่งไปยังธนาคารจำเลย และธนาคารได้อายัดเงินจำนวนดังกล่าวไว้แล้ว

โจทก์ทวงถามให้ธนาคารคืนเงิน แต่ธนาคารไม่คืน จึงฟ้องขอให้ธนาคารชำระเงินจำนวน 31,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

คำวินิจฉัยศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามหลักการฝากเงินกับธนาคาร เงินที่ฝากย่อมตกเป็นของธนาคาร และธนาคารมีหน้าที่คืนเงินให้แก่ผู้ฝาก

แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ไม่ได้มีเจตนาฝากเงิน 31,000 บาท เข้าบัญชีของเจ้าของบัญชีปลายทาง หากแต่โอนเงินเข้าไปโดยผิดพลาด

เจ้าของบัญชีปลายทางจึงไม่ใช่ผู้ฝากเงินดังกล่าว และการฝากเงินโดยผิดพลาดหาใช่เป็นการฝากเงินแทนเจ้าของบัญชีปลายทางไม่

ตราบใดที่เจ้าของบัญชีปลายทางยังไม่ได้ถอนหรือเบิกเงิน หรือโอนเงินออกจากบัญชี เงินดังกล่าวย่อมอยู่ในความครอบครองของธนาคารจำเลย และธนาคารไม่มีหน้าที่ต้องคืนเงินดังกล่าวแก่เจ้าของบัญชีปลายทางซึ่งไม่ใช่ผู้ฝากเงิน

แม้โจทก์และธนาคารจำเลยจะไม่มีนิติสัมพันธ์กันในเรื่องสัญญาฝากทรัพย์ แต่ธนาคารในฐานะ ผู้ประกอบธุรกิจอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ต้องกระทำด้วยความสุจริต โดยคำนึงถึงมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสมภายใต้ระบบธุรกิจที่เป็นธรรม และคำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภค

เมื่อโจทก์แจ้งว่าโอนเงินผิดบัญชีและธนาคารได้อายัดเงินไว้แล้ว โดยมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสม ธนาคารควรติดต่อเจ้าของบัญชีปลายทางให้แสดงตนหรือโต้แย้งคัดค้าน พร้อมแสดงหลักฐานถึงสิทธิในเงินดังกล่าว เพื่อมิให้เกิดภาระแก่ผู้บริโภคในการติดตามทรัพย์สินคืนเพียงฝ่ายเดียวเกินสมควร

เมื่อธนาคารให้การและนำสืบรับว่าได้รับเงินจากโจทก์จริง เงินที่โอนผิดยังอยู่ในความครอบครองของธนาคาร และไม่ปรากฏว่าเจ้าของบัญชีปลายทางได้โต้แย้งเกี่ยวกับเงินดังกล่าว

โจทก์ย่อมมีสิทธิติดตามเอาเงินคืนจากธนาคารได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336

เมื่อโจทก์ทวงถามแล้ว แต่ธนาคารเพิกเฉยไม่คืนเงิน การกระทำของธนาคารจึงเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์มีอำนาจฟ้อง

ผลคดี

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ธนาคารจำเลยชำระเงิน 31,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย แก่โจทก์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ เห็นว่าฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น จึง พิพากษากลับ ให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

สรุป

การโอนเงินผิดบัญชี ไม่ได้ทำให้เจ้าของบัญชีปลายทางเป็นผู้ฝากเงินจำนวนนั้นโดยอัตโนมัติ

หากเจ้าของบัญชีปลายทางยังไม่ได้ถอน เบิก หรือโอนเงินออก และเงินยังอยู่ในความครอบครองของธนาคาร โดยไม่ปรากฏว่าเจ้าของบัญชีปลายทางโต้แย้งสิทธิในเงินดังกล่าว ผู้โอนมีสิทธิติดตามเอาเงินคืนจากธนาคารได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336

เมื่อผู้โอนทวงถามแล้วธนาคารเพิกเฉยไม่คืนเงิน ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิ ผู้โอนจึงมีอำนาจฟ้องธนาคาร

ข้อสำคัญของคดีนี้จึงไม่ควรสรุปกว้างว่า “โอนเงินผิดแล้วธนาคารต้องคืนทุกกรณี” แต่ต้องพิจารณาประกอบด้วยว่าเงินยังอยู่ในความครอบครองของธนาคารหรือไม่ และเจ้าของบัญชีปลายทางได้โต้แย้งสิทธิในเงินนั้นหรือไม่

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 657
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 665
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 672
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336
  • พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 12

ฎีกาย่อ

แม้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 657 บัญญัติถึงสัญญาฝากทรัพย์ และกรณีฝากเงินผู้รับฝากไม่พึงต้องส่งคืนเป็นเงินอันเดียวกันกับเงินที่ฝาก แต่ต้องคืนเงินให้ครบจำนวนตามมาตรา 672 วรรคหนึ่ง เมื่อมีการฝากเงินไว้กับธนาคาร เงินที่ฝากย่อมตกเป็นของธนาคารและธนาคารมีหน้าที่คืนเงินให้ครบจำนวนแก่ผู้ฝากตามมาตรา 665 วรรคหนึ่ง

แต่เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์ไม่ได้มีเจตนาฝากเงิน 31,000 บาทเข้าบัญชีของเจ้าของบัญชีปลายทาง แต่โอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าวโดยผิดพลาด เจ้าของบัญชีปลายทางจึงไม่ใช่ผู้ฝากเงิน และการฝากเงินโดยผิดพลาดหาใช่เป็นการฝากเงินแทนเจ้าของบัญชีปลายทางไม่ ตราบใดที่เจ้าของบัญชีปลายทางยังไม่ได้ถอนหรือเบิกเงิน หรือโอนเงินออกจากบัญชี เงินดังกล่าวย่อมอยู่ในความครอบครองของธนาคาร และธนาคารไม่มีหน้าที่ต้องคืนเงินให้แก่เจ้าของบัญชีปลายทางซึ่งไม่ใช่ผู้ฝากเงิน

แม้โจทก์และธนาคารจะไม่มีนิติสัมพันธ์กันในเรื่องสัญญาฝากทรัพย์ แต่ธนาคารในฐานะผู้ประกอบธุรกิจอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ต้องกระทำด้วยความสุจริต โดยคำนึงถึงมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสมภายใต้ระบบธุรกิจที่เป็นธรรมและประโยชน์ของผู้บริโภค เมื่อโจทก์โอนเงินผิดบัญชี ไม่มีหลักฐานว่ามีนิติสัมพันธ์กับเจ้าของบัญชีปลายทาง มีการแจ้งความและธนาคารได้อายัดเงินไว้แล้ว โดยมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสม ธนาคารควรติดต่อเจ้าของบัญชีปลายทางให้แสดงตนหรือโต้แย้งคัดค้าน เพื่อแสดงหลักฐานถึงสิทธิในเงินดังกล่าว มิให้เกิดภาระแก่ผู้บริโภคในการติดตามทรัพย์สินคืนเพียงฝ่ายเดียวเกินสมควร

เมื่อธนาคารให้การและนำสืบรับว่าได้รับเงินดังกล่าวจากโจทก์จริง เงินยังอยู่ในความครอบครองของธนาคาร และไม่ปรากฏว่าเจ้าของบัญชีปลายทางได้โต้แย้งเกี่ยวกับเงินที่โอนผิดพลาด โจทก์ย่อมมีสิทธิติดตามเอาเงินคืนจากธนาคารได้ตามมาตรา 1336 เมื่อโจทก์ทวงถามแล้วแต่ธนาคารเพิกเฉยไม่คืนเงิน การกระทำของธนาคารจึงเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์มีอำนาจฟ้อง

อ้างอิง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8557/2568
แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

คำค้น

โอนเงินผิดบัญชี, โอนเงินผิด, ธนาคารคืนเงิน, ติดตามเงินคืน, เงินโอนผิดบัญชี, มาตรา 1336, สิทธิติดตามทรัพย์, ธนาคารอายัดเงิน, คดีผู้บริโภค, ฎีกาที่ 8557/2568

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า