สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7638/2538
เรื่อง
อุทิศที่ดินเพื่อใช้เป็นที่สร้างวัด ขณะที่ยังไม่มีวัดเกิดขึ้น และมิได้จดทะเบียนการให้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ประเด็นข้อกฎหมาย
การอุทิศที่ดินเพื่อใช้เป็นที่สร้างวัด ในขณะที่วัดยังไม่ได้ก่อสร้างเสร็จและยังไม่ได้ตั้งขึ้นเป็นวัด หากไม่ได้จดทะเบียนการให้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จะมีผลตามกฎหมายหรือไม่ และเมื่อมีการสร้างและตั้งวัดโดยสมบูรณ์แล้ว กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกแก่ใคร
ข้อเท็จจริง
ผู้มีสิทธิในที่ดินได้ทำหนังสือยกที่ดินพิพาท โดยมีเจตนาอุทิศที่ดินดังกล่าวเพื่อใช้เป็นที่สร้างวัด
ในขณะที่มีการอุทิศที่ดินนั้น วัดโจทก์ยังมิได้เกิดขึ้น เนื่องจากยังไม่ได้ลงมือสร้าง หรืออยู่ระหว่างการก่อสร้างแต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์
ต่อมาการก่อสร้างวัดแล้วเสร็จ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นชอบให้ตั้งเป็นวัด และมีการประกาศตั้งเป็นวัดโดยชอบด้วยกฎหมาย
ภายหลังจากนั้น มีบุคคลดำเนินการจดทะเบียนยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย จำเลยจึงอ้างกรรมสิทธิ์ในที่ดินจากการจดทะเบียนดังกล่าว
วัดโจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทคืนแก่วัด
คำวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การทำหนังสือยกที่ดินพิพาทดังกล่าว ถือได้ว่าผู้อุทิศมีเจตนาอุทิศที่ดินเพื่อใช้เป็นที่สร้างวัด
ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นของแผ่นดินสำหรับใช้เป็นที่สร้างวัดตามเจตนาของผู้อุทิศทันที โดยไม่จำต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการยกให้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 525
แม้ขณะที่อุทิศที่ดินจะยังไม่มีวัดโจทก์เกิดขึ้น เพราะยังไม่ได้ลงมือสร้าง หรือกำลังก่อสร้างแต่ยังไม่เสร็จ ที่ดินพิพาทก็ยังคงเป็นของแผ่นดินสำหรับใช้เป็นที่สร้างวัดตามเจตนาของผู้อุทิศ และคงสภาพเช่นนั้นต่อไปจนกว่าวัดจะสร้างเสร็จและได้รับการตั้งเป็นวัดโดยสมบูรณ์
เมื่อการสร้างวัดแล้วเสร็จและได้รับการตั้งเป็นวัดโดยชอบแล้ว ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดโจทก์โดยสมบูรณ์ตั้งแต่ขณะนั้น
ส่วนการที่ภายหลังมีการจดทะเบียนยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยนั้น ผู้ดำเนินการโอนไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทอีกต่อไปแล้ว การจดทะเบียนดังกล่าวจึงไม่ทำให้จำเลยได้กรรมสิทธิ์ เพราะผู้รับโอนย่อมไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน
การดำเนินการจดทะเบียนยกที่ดินให้แก่จำเลยในภายหลัง ก็ไม่ถือเป็นการแสดงเจตนายกเลิกการอุทิศที่ดินเดิม เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดโดยสมบูรณ์แล้ว
ผลคดี
ศาลฎีกาพิพากษายืน
วัดโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท และจำเลยต้องดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินตามคำพิพากษาของศาลล่าง
สรุป
การอุทิศที่ดินเพื่อใช้เป็นที่สร้างวัด แม้ในขณะที่อุทิศนั้นวัดยังไม่ได้เกิดขึ้น และมิได้จดทะเบียนการให้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ก็มีผลตามกฎหมายได้
เมื่อผู้อุทิศแสดงเจตนาอุทิศที่ดินเพื่อใช้เป็นที่สร้างวัด ที่ดินย่อมตกเป็นของแผ่นดินสำหรับใช้ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว และคงสถานะเช่นนั้นในระหว่างที่วัดยังสร้างไม่เสร็จหรือยังไม่ได้รับการตั้งเป็นวัด
เมื่อวัดสร้างเสร็จและได้รับการตั้งเป็นวัดโดยสมบูรณ์แล้ว กรรมสิทธิ์ในที่ดินจึงตกเป็นของวัด
บุคคลซึ่งไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแล้ว ย่อมไม่อาจนำที่ดินดังกล่าวไปโอนให้บุคคลอื่นจนเกิดสิทธิเหนือวัดได้
ฎีกาย่อ
การทำหนังสือยกที่ดินพิพาทโดยมีเจตนาอุทิศเพื่อใช้เป็นที่สร้างวัด ถือได้ว่าเป็นการอุทิศที่ดินเพื่อสาธารณประโยชน์ ที่ดินย่อมตกเป็นของแผ่นดินสำหรับใช้เป็นที่สร้างวัดตามเจตนาของผู้อุทิศ โดยไม่จำต้องจดทะเบียนการยกให้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 525
แม้ขณะอุทิศจะยังไม่มีวัดเกิดขึ้น ที่ดินก็ยังคงมีสถานะเป็นของแผ่นดินสำหรับสร้างวัด จนเมื่อวัดสร้างเสร็จและได้รับการตั้งเป็นวัดโดยสมบูรณ์แล้ว ที่ดินจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัด
การจดทะเบียนยกที่ดินให้บุคคลอื่นในภายหลังไม่มีผล เมื่อผู้โอนไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินอีกต่อไปแล้ว
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 525
หลักเกี่ยวกับแบบของการให้ทรัพย์สินซึ่งการซื้อขายต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304
หลักเกี่ยวกับสาธารณสมบัติของแผ่นดิน รวมถึงทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน
อ้างอิง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7638/2538
คำค้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7638/2538, ฎีกา 7638/2538, ยกที่ดินให้วัด, อุทิศที่ดินให้วัด, อุทิศที่ดินสร้างวัด, ยกที่ดินให้วัดไม่จดทะเบียน, ที่ดินของวัด, กรรมสิทธิ์ที่ดินวัด, สาธารณสมบัติของแผ่นดิน, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 525, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304