คดีล้มละลาย การขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายหลังพ้นกำหนดเวลา เหตุสุดวิสัย และการยื่นคำร้องภายในระยะเวลาอันสมควร ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91/1
แม้พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91/1 จะไม่ได้กำหนดระยะเวลาสำหรับยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายหลังพ้นกำหนดเวลาไว้โดยชัดแจ้ง เจ้าหนี้จะยื่นคำร้องเมื่อใดก็ได้หรือไม่
และการที่เจ้าหนี้ทราบถึงมูลหนี้เพิ่มเติมแล้ว แต่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยเป็นเวลาหลายปี โดยอ้างขั้นตอนการตรวจสอบภายในของหน่วยงานและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะถือว่ามีเหตุผลอันสมควรให้ศาลอนุญาตหรือไม่
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2552 ผู้ร้องทำสัญญาว่าจ้างจำเลยให้ก่อสร้างอาคารที่ทำการศาล อาคารชุดพักอาศัย บ้านพัก และสิ่งก่อสร้างประกอบ
ต่อมาผู้ควบคุมงานก่อสร้างแจ้งว่า จำเลยไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาได้ ผู้ร้องจึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญา ซึ่งจำเลยได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558
ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2559 ผู้ร้องตรวจสอบความเสียหายและเห็นว่าจำเลยต้องรับผิดชำระค่าปรับ ค่าเสียหายในการว่าจ้างผู้รับจ้างรายใหม่ ค่าที่ปรึกษาควบคุมงานรายใหม่ และค่าควบคุมงานค้างชำระตามระยะเวลาที่ขยายออกไปพร้อมดอกเบี้ย รวมเป็นเงิน 78,067,529.71 บาท
ผู้ร้องจึงยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560
ต่อมาผู้รับจ้างรายใหม่แจ้งว่า อาคารที่จำเลยก่อสร้างมีข้อบกพร่องของโครงสร้างหลายรายการ ผู้ร้องจึงทำสัญญาว่าจ้างบริษัทอื่นให้ตรวจสอบสภาพโครงสร้างเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2560 เป็นเงิน 438,840 บาท
บริษัทผู้ตรวจสอบส่งมอบงานเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2560 และคณะกรรมการตรวจรับงานของผู้ร้องตรวจรับงานเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2560
ผลการตรวจสอบพบว่าโครงสร้างพื้นชั้น G บริเวณลานจอดรถก่อสร้างไม่ถูกต้องตามรูปแบบ รายการ และหลักวิศวกรรม อันเป็นผลมาจากการที่จำเลยผิดสัญญาก่อสร้าง
ผู้ร้องจึงทำสัญญาว่าจ้างบริษัทเดิมให้ปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2561 เป็นเงิน 8,200,000 บาท บริษัทดังกล่าวส่งมอบงานเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 และคณะกรรมการตรวจการจ้างของผู้ร้องตรวจรับงานเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562
ผู้ร้องเห็นว่า จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าตรวจสอบและค่าปรับปรุงแก้ไขโครงสร้าง รวมเป็นเงิน 8,638,840 บาท จึงยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2565 ขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้เพิ่มเติม
ผู้ร้องอ้างว่า ความเสียหายต้องตรวจสอบตามหลักวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญ และการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐต้องตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายส่วน ผู้ร้องจึงเพิ่งทราบจำนวนความเสียหายที่แน่นอนเมื่อมีการตรวจรับงาน
นอกจากนี้ ในช่วงดังกล่าวเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรุนแรง เป็นอุปสรรคต่อการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ทำให้ผู้ร้องไม่สามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้เพิ่มเติมได้ภายในกำหนดเวลา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91/1 ไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้ แต่การดำเนินคดีล้มละลายมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สะดวก และรวดเร็ว เพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย รวมทั้งเพื่อให้ลูกหนี้สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่หรือชำระสะสางหนี้สินให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
ดังนั้น เมื่อกฎหมายเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้ยื่นคำร้องภายหลังพ้นกำหนดเวลาได้ เจ้าหนี้ต้องยื่นคำร้องขออนุญาตภายในเวลาอันสมควร หลังจากทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือทราบถึงหนี้ที่จะยื่นคำขอรับชำระหนี้หรือคำขอรับชำระหนี้เพิ่มเติม
มิใช่ว่าเมื่อมีเหตุสุดวิสัยแล้ว เจ้าหนี้จะสามารถยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อใดก็ได้โดยไม่มีกำหนดระยะเวลา
เจ้าหนี้ต้องยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางภายในระยะเวลาอันสมควร นับแต่เหตุสุดวิสัยที่ทำให้ไม่สามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 91 ได้สิ้นสุดลง จึงจะถือว่ามีเหตุผลอันสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาต
ผู้ร้องทราบถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่จำเลยก่อสร้างอาคารไม่เป็นไปตามสัญญา ตั้งแต่ได้รับแจ้งจากผู้รับจ้างรายใหม่ว่าอาคารที่จำเลยก่อสร้างมีข้อบกพร่องของโครงสร้างหลายรายการ
ผู้ร้องยังทราบจำนวนค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่บริษัทที่ว่าจ้างให้ตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขโครงสร้าง ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 และวันที่ 21 ธันวาคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ร้องลงนามในสัญญาว่าจ้างแล้ว
การที่ผู้ร้องเพิ่งยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2565 จึงเป็นการยื่นภายหลังจากทราบถึงมูลหนี้เพิ่มเติมเป็นเวลาถึง
5 ปี 4 เดือน สำหรับค่าตรวจสอบโครงสร้าง
3 ปี 8 เดือน สำหรับค่าปรับปรุงแก้ไขโครงสร้าง
ระยะเวลาดังกล่าวเป็นระยะเวลาที่เกินสมควร
แม้จะถือว่าผู้ร้องเพิ่งทราบจำนวนค่าเสียหายที่แน่นอนเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2562 ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการตรวจรับงานก่อสร้าง ผู้ร้องก็ยังปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปถึงประมาณ 3 ปี จึงเป็นการทอดเวลาออกไปเนิ่นนาน
ความล่าช้าดังกล่าวไม่เป็นธรรมแก่เจ้าหนี้รายอื่นซึ่งขวนขวายยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลา
ข้ออ้างว่าผู้ร้องเป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งการดำเนินงานต้องเป็นไปตามรูปแบบการตรวจสอบความถูกต้องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่อาจรับฟังเป็นเหตุให้ยื่นคำร้องล่าช้าได้
เนื่องจากผู้ร้องทราบถึงความชำรุดบกพร่องของงานก่อสร้างและทราบจำนวนค่าเสียหายเพียงพอที่จะยื่นคำร้องขออนุญาตต่อศาลแล้ว
มูลหนี้ค่าตรวจสอบและค่าปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างเกิดขึ้นและผู้ร้องทราบก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ผู้ร้องมีโอกาสและเวลาเพียงพอที่จะยื่นคำร้องขออนุญาตต่อศาลล้มละลายกลางก่อนเกิดการแพร่ระบาด จึงไม่อาจนำเหตุดังกล่าวมาเป็นเหตุผลในการยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้เพิ่มเติมเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามมาตรา 91 ได้
พฤติการณ์แห่งคดีจึงไม่มีเหตุผลอันสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 91/1
ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง และศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืน
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ให้ยกคำร้องขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้เพิ่มเติมของผู้ร้อง
แม้พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91/1 จะไม่ได้กำหนดจำนวนวันสำหรับยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายหลังพ้นกำหนดเวลา แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหนี้จะยื่นคำร้องเมื่อใดก็ได้
เมื่อเจ้าหนี้ทราบถึงหนี้ที่จะยื่นขอรับชำระหนี้ หรือเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไม่ทันได้สิ้นสุดลงแล้ว เจ้าหนี้ต้องดำเนินการภายในระยะเวลาอันสมควร
การปล่อยเวลาให้ล่วงเลยหลายปีโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ ย่อมกระทบต่อความรวดเร็วในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้และไม่เป็นธรรมแก่เจ้าหนี้รายอื่น ศาลจึงอาจไม่อนุญาตให้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายหลังพ้นกำหนดเวลาได้
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483
มาตรา 91 กำหนดให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
มาตรา 91/1 กรณีเจ้าหนี้ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง เจ้าหนี้อาจยื่นคำร้องต่อศาล โดยต้องแสดงถึงเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ไม่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ทัน และต้องมีเหตุผลอันสมควรที่ศาลจะอนุญาต
การยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91/1 เจ้าหนี้ต้องยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางภายในกำหนดระยะเวลาอันสมควร นับแต่เหตุสุดวิสัยที่ทำให้เจ้าหนี้ไม่สามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 91 ได้สิ้นสุดลงแล้วจึงจะถือว่ามีเหตุผลอันสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายหลังพ้นกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายได้
ผู้ร้องทราบถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากจำเลยผู้รับจ้างเดิมทำการก่อสร้างอาคารไม่เป็นไปตามสัญญาตั้งแต่วันที่ผู้ร้องได้รับแจ้งจากบริษัท ก. ผู้รับจ้างรายใหม่ว่าอาคารที่จำเลยก่อสร้างมีข้อบกพร่องของโครงสร้างหลายรายการ และทราบจำนวนค่าเสียหายที่ผู้ร้องต้องชำระให้แก่บริษัท น. ที่ผู้ร้องว่าจ้างให้ตรวจสอบโครงสร้างและดำเนินการปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างที่บกพร่องตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 และวันที่ 21 ธันวาคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ร้องลงนามในสัญญาว่าจ้างบริษัท น. แล้ว การที่ผู้ร้องเพิ่งยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางวันที่ 2 กันยายน 2565 เพื่อขออนุญาตยื่นขอรับชำระหนี้อันเป็นระยะเวลาภายหลังจากที่ผู้ร้องทราบถึงมูลหนี้ค่าเสียหายที่ผู้ร้องมีสิทธิเรียกร้องเอาแก่จำเลยเพิ่มเติมเป็นเวลาถึง 5 ปี 4 เดือน และ 3 ปี 8 เดือน ตามลำดับ นับแต่วันที่ผู้ร้องทราบถึงมูลหนี้ดังกล่าว จึงเป็นระยะเวลาที่เกินสมควร พฤติการณ์แห่งคดีไม่มีเหตุผลอันสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91/1
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5294/2568
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91 และมาตรา 91/1
ฎีกาที่ 5294/2568, คดีล้มละลาย, คำขอรับชำระหนี้, ยื่นคำขอรับชำระหนี้พ้นกำหนด, เหตุสุดวิสัย, เหตุผลอันสมควร, ระยะเวลาอันสมควร, มาตรา 91/1, เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์, โควิด-19