สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3147/2568
เรื่อง
วิธีพิจารณาความอาญา — ศาลอุทธรณ์แก้เฉพาะโทษ การแก้ไขเล็กน้อย และการห้ามโจทก์ร่วมฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ประเด็นข้อกฎหมาย
เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น 9 ปี 9 เดือน และศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เฉพาะโทษเป็นจำคุก 10 ปี 8 เดือน โจทก์ร่วมจะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนักและไม่ลดโทษแก่จำเลยได้หรือไม่
ข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2565 เวลากลางวัน จำเลยมีอาวุธปืนพกไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้ พร้อมกระบอกและกระสุนปืนออโตเมติกขนาด .32 หรือ 7.65 มิลลิเมตร จำนวนเท่าใดไม่ปรากฏชัด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต
จำเลยพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปตามถนนสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์
จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย 2 นัด กระสุนปืนถูกบริเวณโหนกแก้มซ้าย 1 นัด การกระทำไม่บรรลุผล เนื่องจากกระสุนปืนไม่ถูกอวัยวะสำคัญและแพทย์รักษาผู้เสียหายได้ทันท่วงที ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตาย แต่เป็นเหตุให้ตาซ้ายบอด ต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วัน และไม่สามารถประกอบกรณียกิจตามปกติได้เกินกว่า 20 วัน
จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และข้อหาพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น จำเลยให้การปฏิเสธโดยอ้างเหตุป้องกัน
ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น เนื่องจากข้อหามีและพาอาวุธปืนเป็นความผิดต่อรัฐ โจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายจึงไม่มีสิทธิเข้าร่วมเป็นโจทก์ในข้อหาดังกล่าว
โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน รวมเป็นเงิน 2,430,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
คำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป
สำหรับความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ให้จำคุก 13 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 9 ปี 9 เดือน
เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนแล้ว เป็นจำคุก 9 ปี 15 เดือน ริบลูกกระสุนปืนของกลาง และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วม 1,239,731 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1
โจทก์ร่วมอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ให้จำคุก 13 ปี 4 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในห้า คงจำคุก 10 ปี 8 เดือน
เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุก 10 ปี 14 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นสถานหนัก และขอไม่ให้ลดโทษแก่จำเลย
คำวินิจฉัยศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 9 ปี 9 เดือน ส่วนศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นจำคุก 10 ปี 8 เดือน
การแก้คำพิพากษาดังกล่าวเป็นการแก้เฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลย จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกินกว่า 5 ปี
กรณีจึงต้องห้ามมิให้โจทก์ ซึ่งหมายความรวมถึงโจทก์ร่วม ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคสอง
การที่โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นสถานหนักและขอไม่ให้ลดโทษแก่จำเลย เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้โจทก์ร่วมฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว
ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ร่วม
ผลคดี
ศาลฎีกาพิพากษายกฎีกาของโจทก์ร่วม
สรุป
การที่ศาลอุทธรณ์แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลย ถือเป็นการแก้ไขเล็กน้อย
เมื่อศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำคุกจำเลยเกินกว่า 5 ปี โจทก์รวมถึงโจทก์ร่วมย่อมต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคสอง
การฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยหนักขึ้นหรือขอไม่ให้ลดโทษ เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดและลดโทษของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้ามฎีกา
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ประมวลกฎหมายอาญา
พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490
ฎีกาย่อ
ความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 9 ปี 9 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลย 10 ปี 8 เดือน เป็นการแก้เฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลย เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกินห้าปี ห้ามมิให้โจทก์ซึ่งหมายความถึงโจทก์ร่วมด้วยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคสอง ที่โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นสถานหนักและขอให้ไม่ลดโทษแก่จำเลย เป็นการฎีกาโต้เถียงดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้โจทก์ร่วมฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว
อ้างอิง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3147/2568
คำค้น
ฎีกาที่ 3147/2568, ศาลอุทธรณ์แก้เฉพาะโทษ, แก้ไขเล็กน้อย, ห้ามฎีกาข้อเท็จจริง, โจทก์ร่วมฎีกา, ดุลพินิจในการลงโทษ, ขอให้ลงโทษสถานหนัก, ไม่ลดโทษจำเลย, ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218, พยายามฆ่าผู้อื่น