สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2079/2563
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
เรื่อง
ภาระจำยอม การสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำทางภาระจำยอม การใช้ทางเพิ่มภาระแก่ภารยทรัพย์ และการสิ้นไปของภาระจำยอมเพราะหมดประโยชน์แก่สามยทรัพย์
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ประเด็นข้อกฎหมาย
เจ้าของภารยทรัพย์ก่อสร้างหลังคาโรงจอดรถรุกล้ำเข้าไปในแนวทางภาระจำยอม จะถือว่าเป็นการทำให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดลงหรือเสื่อมความสะดวกหรือไม่
การที่เจ้าของสามยทรัพย์นำทางภาระจำยอมไปใช้เพื่อประโยชน์แก่กิจการในที่ดินอีกแปลงหนึ่ง อันเป็นการเพิ่มภาระแก่ภารยทรัพย์ จะทำให้สิทธิภาระจำยอมเดิมสิ้นไปหรือไม่
การที่เจ้าของสามยทรัพย์มีหรือใช้ทางเข้าออกอีกทางหนึ่ง จะถือว่าภาระจำยอมเดิมหมดประโยชน์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1400 และมีเหตุให้เพิกถอนการจดทะเบียนภาระจำยอมหรือไม่
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ข้อเท็จจริง
เดิมเจ้าของที่ดินแปลงหนึ่งได้จดทะเบียนภาระจำยอมให้ที่ดินของโจทก์มีสิทธิใช้ที่ดินดังกล่าวเป็นทางเดินและทางรถยนต์ กว้างประมาณ 2 เมตร เพื่อออกสู่ถนนสาธารณะ
ต่อมาจำเลยซื้อที่ดินแปลงที่เป็นภารยทรัพย์ จึงต้องผูกพันตามภาระจำยอมที่จดทะเบียนไว้ ภายหลังจำเลยยังทำบันทึกแก้ไขเปลี่ยนแปลงภาระจำยอม โดยเพิ่มเติมเรื่องสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้แก่ที่ดินของโจทก์ด้วย
ต่อมาจำเลยต่อเติมกำแพงอิฐบล็อกและสร้างโครงหลังคาโรงจอดรถ โดยมีบางส่วนรุกล้ำเข้าไปในแนวทางภาระจำยอม
โจทก์เห็นว่าการกระทำของจำเลยกระทบสิทธิในการใช้ทางภาระจำยอม จึงฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนหลังคาและกำแพงที่ปิดกั้นทาง หากจำเลยไม่รื้อถอน ขอให้โจทก์รื้อถอนได้โดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย พร้อมเรียกค่าเสียหาย
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนภาระจำยอมในที่ดินของจำเลย
ข้อเท็จจริงยังปรากฏว่า โจทก์ประกอบกิจการหอพักและโรงยิมในที่ดินอีกแปลงหนึ่ง และให้ลูกค้าของกิจการใช้ทางภาระจำยอมด้วย อันเป็นการเพิ่มภาระแก่ภารยทรัพย์
นอกจากนี้ โจทก์ยังใช้ทางบริเวณติดลำห้วยซึ่งทางราชการกันไว้เป็นทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะอีกทางหนึ่ง จำเลยจึงขอให้เพิกถอนภาระจำยอมเดิม
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
คำวินิจฉัยศาลฎีกา
การสร้างหลังคาโรงจอดรถรุกล้ำทางภาระจำยอม
จำเลยซื้อที่ดินซึ่งมีการจดทะเบียนภาระจำยอมไว้แล้ว จำเลยในฐานะเจ้าของภารยทรัพย์จึงต้องผูกพันและยอมรับการใช้ที่ดินส่วนที่จดทะเบียนเป็นทางเดินและทางรถยนต์แก่โจทก์
จำเลยไม่อาจกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดลงหรือเสื่อมความสะดวก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1390
พยานหลักฐานรับฟังได้ว่า หลังคาโรงจอดรถของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในแนวทางภาระจำยอม แม้โจทก์จะใช้ที่ดินบริเวณติดลำห้วยซึ่งทางราชการกันไว้เป็นทางออกสู่ถนนสาธารณะด้วย ก็ไม่ทำให้จำเลยมีสิทธิสร้างหลังคาโรงจอดรถยื่นรุกล้ำทางภาระจำยอม
การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดลงหรือเสื่อมความสะดวก และกระทบสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิขอให้จำเลยรื้อถอนโครงหลังคาเฉพาะส่วนที่รุกล้ำทางภาระจำยอมได้
การใช้ทางภาระจำยอมเพิ่มภาระแก่ภารยทรัพย์
การที่โจทก์ประกอบกิจการในที่ดินอีกแปลงหนึ่ง และให้ลูกค้าของกิจการมาใช้ทางภาระจำยอมในที่ดินของจำเลยด้วย เป็นการทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์
โจทก์ในฐานะเจ้าของสามยทรัพย์ไม่มีสิทธิกระทำเช่นนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1388 และมาตรา 1389
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องไปว่ากล่าวห้ามมิให้โจทก์ใช้ทางในลักษณะที่เพิ่มภาระแก่ภารยทรัพย์ การใช้ทางเพิ่มภาระดังกล่าวไม่ทำให้สิทธิในการใช้ทางภาระจำยอมของโจทก์สิ้นไป
การมีหรือใช้ทางออกอื่นทำให้ภาระจำยอมเดิมสิ้นไปหรือไม่
ศาลฎีกาวางหลักว่า คำว่า “ภาระจำยอมหมดประโยชน์” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1400 หมายความว่า ไม่สามารถใช้ภารยทรัพย์เพื่อประโยชน์แก่สามยทรัพย์ได้อีกต่อไป
หากภารยทรัพย์ยังสามารถใช้ประโยชน์แก่สามยทรัพย์ได้อยู่ แม้ไม่มีการใช้ภารยทรัพย์นั้น ก็ยังไม่ถือว่าภาระจำยอมหมดประโยชน์ตามความหมายของบทกฎหมาย
คดีนี้โจทก์ยังคงใช้ทางภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินสามยทรัพย์อยู่ การที่โจทก์ใช้ทางบริเวณติดลำห้วยเป็นทางเข้าออกเพิ่มเติม จึงไม่ทำให้ทางภาระจำยอมเดิมในที่ดินของจำเลยสิ้นไป
กรณีไม่ใช่ภาระจำยอมหมดประโยชน์แก่สามยทรัพย์ตามมาตรา 1400 และไม่มีเหตุให้เพิกถอนการจดทะเบียนภาระจำยอม
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ผลคดี
ศาลชั้นต้น
พิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้เพิกถอนการจดทะเบียนภาระจำยอมตามฟ้องแย้งของจำเลย
ศาลอุทธรณ์ภาค 1
พิพากษาแก้ให้จำเลยรื้อถอนโครงหลังคากันแดดเฉพาะส่วนที่รุกล้ำทางภาระจำยอม ยกคำขออื่นของโจทก์ และยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนภาระจำยอม
ศาลฎีกา
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้จำเลยรื้อถอนโครงหลังคาเฉพาะส่วนที่รุกล้ำทางภาระจำยอม และยกฟ้องแย้งที่ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนภาระจำยอม
ศาลฎีกายังให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่จำเลยเสียเกินมาเป็นเงิน 29,700 บาท
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
สรุป
การที่เจ้าของสามยทรัพย์มีหรือใช้ทางเข้าออกอื่นเพิ่มเติม ไม่ทำให้ภาระจำยอมเดิมสิ้นไปโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาว่าภารยทรัพย์ยังสามารถใช้เพื่อประโยชน์แก่สามยทรัพย์ได้อยู่หรือไม่
หากทางภาระจำยอมเดิมยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ ก็ยังไม่ถือว่าภาระจำยอมหมดประโยชน์ตามมาตรา 1400 และไม่มีเหตุให้เพิกถอนการจดทะเบียนภาระจำยอม
ส่วนเจ้าของภารยทรัพย์ไม่มีสิทธิก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำ จนทำให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดลงหรือเสื่อมความสะดวก
หากเจ้าของสามยทรัพย์ใช้ทางเกินขอบเขตหรือเพิ่มภาระแก่ภารยทรัพย์ เจ้าของภารยทรัพย์มีสิทธิว่ากล่าวห้ามการใช้ที่เกินขอบเขตนั้นได้ แต่ไม่ทำให้สิทธิภาระจำยอมเดิมสิ้นไป
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ฎีกาย่อ
จำเลยเจ้าของภารยทรัพย์มีความผูกพันต้องยอมรับกรรมหรืองดใช้สิทธิบางอย่างในที่ดินของตนเองส่วนที่จดทะเบียนเป็นทางเดินและทางรถยนต์แก่โจทก์ จำเลยไม่อาจประกอบกรรมใด ๆ อันจะเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกดังที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 1390 การที่จำเลยก่อสร้างหลังคาโรงจอดรถรุกล้ำแนวทางภาระจำยอม แม้โจทก์ได้ใช้ที่ดินที่ทางราชการกันไว้เป็นทางออกสู่ทางสาธารณะด้วย ก็ไม่เป็นเหตุให้จำเลยมีสิทธิสร้างหลังคาโรงจอดรถยื่นออกมารุกล้ำทางภาระจำยอมได้ การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวก โจทก์มีสิทธิขอให้จำเลยรื้อถอนโครงหลังคาเฉพาะส่วนที่รุกล้ำทางภาระจำยอมได้
การที่โจทก์ประกอบธุรกิจในที่ดินอีกแปลงหนึ่ง และโจทก์ให้ลูกค้าของโจทก์ซึ่งใช้บริการในที่ดินดังกล่าวมาใช้ทางภาระจำยอมในที่ดินของจำเลยด้วย อันเป็นการทำให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ภารยทรัพย์ ซึ่งโจทก์ในฐานะเจ้าของสามยทรัพย์ไม่มีสิทธิที่จะทำได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1388 และมาตรา 1389 แต่ก็เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องไปว่ากล่าวห้ามมิให้โจทก์กระทำเช่นนั้น หาทำให้สิทธิในการใช้ทางภาระจำยอมของโจทก์สิ้นไปไม่
ส่วนการที่โจทก์ใช้ทางที่ติดกับลำห้วยเป็นทางเข้าออกด้วยนั้น ก็ได้ความว่าโจทก์ยังคงใช้ทางภาระจำยอมเพื่อประโยชน์ของที่ดินสามยทรัพย์อยู่ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1400 บัญญัติว่า ถ้าภาระจำยอมหมดประโยชน์แก่สามยทรัพย์ไซร้ ท่านว่าภาระจำยอมนั้นสิ้นไป แต่ถ้าความเป็นไปมีทางให้กลับใช้ภาระจำยอมได้ไซร้ ท่านว่าภาระจำยอมนั้นกลับมีขึ้นอีก แต่ต้องยังไม่พ้นอายุความที่ระบุไว้ในมาตราก่อน
คำว่า ภาระจำยอมหมดประโยชน์นั้น หมายความว่า ไม่สามารถใช้ภารยทรัพย์เพื่อประโยชน์แก่สามยทรัพย์ได้อีกต่อไป หากภารยทรัพย์ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้อยู่ แม้ไม่มีการใช้ภารยทรัพย์นั้น ก็หาใช่ภาระจำยอมหมดประโยชน์ตามความหมายของบทกฎหมายดังกล่าวไม่ ดังนั้น แม้โจทก์จะใช้ทางที่ติดกับลำห้วยเป็นทางเข้าออกด้วย ก็หาทำให้ทางภาระจำยอมในที่ดินของจำเลยที่มีอยู่แล้วสิ้นไปไม่ จึงไม่ใช่เป็นเรื่องภาระจำยอมหมดประโยชน์แก่สามยทรัพย์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1400 กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนการจดทะเบียนภาระจำยอมในที่ดินของจำเลย
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1388
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1389
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1390
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1400
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
อ้างอิง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2079/2563
แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
━━━━━━━━━━━━━━━━━━
คำค้น
ฎีกาที่ 2079/2563, ภาระจำยอม, ภารยทรัพย์, สามยทรัพย์, ภาระจำยอมหมดประโยชน์, มีทางออกอื่น, เพิกถอนภาระจำยอม, ปิดทางภาระจำยอม, รุกล้ำทางภาระจำยอม, หลังคาโรงจอดรถรุกล้ำ, มาตรา 1388, มาตรา 1389, มาตรา 1390, มาตรา 1400
Tags
ฎีกาปี ๒๕๖๓