คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อผ.197/2568

สรุปคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อผ.197/2568

เรื่อง
ไฟฟ้าดับทำให้ระบบระบายอากาศและระบบควบคุมอุณหภูมิในฟาร์มไก่ระบบปิดหยุดทำงาน จนไก่ตายเป็นจำนวนมาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือไม่

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

ประเด็นข้อกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคละเลยต่อหน้าที่ในการตัดต้นไม้ กิ่งไม้ หรือรากไม้ที่อยู่ใกล้สายส่งไฟฟ้า จนเป็นเหตุให้เกิดกระแสไฟฟ้าขัดข้องหรือไม่

เจ้าหน้าที่แก้ไขเหตุไฟฟ้าขัดข้องและจ่ายกระแสไฟฟ้าคืนล่าช้าเกินสมควรหรือไม่

การที่ไก่ในฟาร์มตายเป็นผลจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ หรือเกิดจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองของผู้ฟ้องคดีขัดข้องและไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

ข้อเท็จจริง

ผู้ฟ้องคดีประกอบกิจการฟาร์มไก่เนื้อแบบโรงเรือนปิด ซึ่งจำเป็นต้องใช้กระแสไฟฟ้าตลอดเวลา เพื่อให้ระบบระบายอากาศและระบบควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนทำงานอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 3 มีนาคม 2561 เวลาประมาณ 12.30 นาฬิกา เกิดกระแสไฟฟ้าขัดข้องเป็นวงกว้าง รวมถึงบริเวณฟาร์มของผู้ฟ้องคดี ทำให้ระบบระบายอากาศและระบบควบคุมอุณหภูมิภายในฟาร์มขัดข้อง ผู้ฟ้องคดีจึงใช้เครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้าสำรองจ่ายกระแสไฟฟ้าแทน และแจ้งเหตุให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทราบทันที

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สายไฟฟ้าและดรอปเอาท์ฟิวส์หรือฟิวส์แรงสูง เฟส B ขาด การแก้ไขต้องใช้เครื่องมือเกี่ยวกับไฟฟ้าแรงสูง บุคลากรช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และรถกระเช้า จึงต้องประสานทีมงานเข้าดำเนินการ

ระหว่างนั้น เครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้าสำรองของผู้ฟ้องคดีขัดข้อง ไม่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ระบบระบายอากาศและระบบควบคุมอุณหภูมิได้ ทำให้ระบบภายในโรงเรือนหยุดทำงานและไก่ตายเป็นจำนวนมาก

ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า เหตุไฟฟ้าดับเกิดจากเจ้าหน้าที่ละเลยไม่ตัดต้นไม้ กิ่งไม้ หรือรากไม้ที่อยู่ใกล้สายส่งไฟฟ้า และแก้ไขเหตุไฟฟ้าขัดข้องล่าช้าเกินสมควร จึงฟ้องขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

คำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด

การละเลยต่อหน้าที่ในการตัดต้นไม้ใกล้สายส่งไฟฟ้า

แม้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะมีอำนาจตัดต้นไม้ กิ่งไม้ หรือรากไม้ที่อยู่ใกล้สายส่งไฟฟ้าเพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัยในการส่งพลังงานไฟฟ้า แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ปรากฏว่าไฟฟ้าดับเพราะต้นไม้ กิ่งไม้ หรือรากไม้ล้ม หักโค่น ทับ หรือพาดสายส่งไฟฟ้า

เหตุไฟฟ้าดับเกิดจากกระรอกไต่ไปตามสายส่งไฟฟ้า ทำให้กระแสไฟฟ้าลัดวงจร และไม่มีพยานหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่ากระรอกกระโดดจากต้นไม้หรือกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้สายส่งไฟฟ้าไปยังสายส่งไฟฟ้า เพราะกระรอกอาจไต่จากพื้นดินขึ้นไปตามเสาไฟฟ้าและไต่ไปตามสายส่งไฟฟ้าก็เป็นได้

จึงรับฟังไม่ได้ว่า เหตุไฟฟ้าดับเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ละเลยต่อหน้าที่ในการตัดต้นไม้ กิ่งไม้ หรือรากไม้ที่อยู่ใกล้สายส่งไฟฟ้า

ระยะเวลาการแก้ไขเหตุไฟฟ้าขัดข้อง

ศาลรับฟังจากบันทึกการปฏิบัติงานว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเวลาประมาณ 12.30 นาฬิกา และสามารถแก้ไขจนจ่ายกระแสไฟฟ้าคืนได้ตามปกติในเวลา 15.07 นาฬิกา รวมใช้เวลา 2 ชั่วโมง 37 นาที

มาตรฐานการให้บริการกำหนดให้แก้ไขปัญหากระแสไฟฟ้าขัดข้องและจ่ายไฟฟ้าคืนให้แล้วเสร็จภายใน 4 ชั่วโมงนับตั้งแต่ได้รับแจ้งเหตุ ระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่ใช้จึงไม่เกินมาตรฐานดังกล่าว การดำเนินการของเจ้าหน้าที่จึงมิได้ล่าช้าเกินสมควร

เหตุที่ไก่ในฟาร์มตาย

ฟาร์มของผู้ฟ้องคดีเป็นฟาร์มระบบปิด ซึ่งจำเป็นต้องมีระบบระบายอากาศและระบบควบคุมอุณหภูมิทำงานตลอดเวลา ผู้ฟ้องคดีประกอบอาชีพทำฟาร์มไก่มาเป็นเวลากว่า 20 ปี ย่อมต้องจัดให้มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองที่มีสภาพสมบูรณ์ เพื่อให้ระบบภายในฟาร์มทำงานต่อเนื่องในกรณีเกิดกระแสไฟฟ้าขัดข้องหรือไฟฟ้าดับ

แต่ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องปรากฏว่า ในวันเกิดเหตุเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของผู้ฟ้องคดีขัดข้อง ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ทำให้ระบบระบายอากาศและระบบควบคุมอุณหภูมิไม่ทำงาน และเป็นเหตุให้ไก่ในฟาร์มตาย

หากผู้ฟ้องคดีจัดให้มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่สมบูรณ์และใช้งานได้ดีตามมาตรฐาน ระบบระบายอากาศและระบบควบคุมอุณหภูมิย่อมสามารถทำงานต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่ต้องแก้ไขเหตุไฟฟ้าขัดข้องให้แล้วเสร็จ และไก่ในฟาร์มก็จะไม่ตาย

เหตุที่ไก่ในฟาร์มตายจึงเกิดจากความประมาทของผู้ฟ้องคดีเอง ที่มิได้จัดให้มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองที่มีสภาพสมบูรณ์ หรือมิได้ดูแลรักษาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองให้มีสภาพใช้งานได้ดีตลอดเวลา มิได้เกิดจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

ผลคดี

ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีจำนวน 319,849.32 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 300,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า ความเสียหายมิได้เกิดจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ จึงพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นยกฟ้อง และคืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่ผู้ถูกฟ้องคดี

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

สรุป

เหตุไฟฟ้าดับไม่ได้เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ละเลยไม่ตัดต้นไม้ใกล้สายส่งไฟฟ้า แต่เกิดจากกระรอกไต่ไปตามสายส่งไฟฟ้าจนทำให้กระแสไฟฟ้าลัดวงจร

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาแก้ไขและจ่ายกระแสไฟฟ้าคืน 2 ชั่วโมง 37 นาที ไม่เกินมาตรฐาน 4 ชั่วโมง จึงมิได้ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร

ส่วนเหตุที่ไก่ในฟาร์มตายเกิดจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองของผู้ฟ้องคดีขัดข้องและมิได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน ความเสียหายจึงมิได้เกิดจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

พระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2503 มาตรา 6 และมาตรา 37 วรรคหนึ่ง

ระเบียบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่าด้วยมาตรฐานคุณภาพบริการ พ.ศ. 2543 ข้อ 4 และข้อ 6.1

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยมาตรฐานการให้บริการในการประกอบกิจการไฟฟ้า ประเภทใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ข้อ 4 และตัวชี้วัดผลการดำเนินงานข้อ 1.1

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

คำพิพากษาย่อ

เหตุไฟฟ้าดับบริเวณฟาร์มไก่เนื้อระบบปิดของผู้ฟ้องคดีเกิดจากกระรอกไต่ไปตามสายส่งไฟฟ้า ทำให้กระแสไฟฟ้าลัดวงจร มิได้เกิดจากต้นไม้ กิ่งไม้ หรือรากไม้ล้ม หักโค่น หรือพาดสายไฟฟ้า ทั้งไม่มีพยานหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่ากระรอกกระโดดจากต้นไม้หรือกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้สายส่งไฟฟ้า เพราะกระรอกอาจไต่จากพื้นดินขึ้นไปตามเสาไฟฟ้าและไต่ไปตามสายส่งไฟฟ้าก็ได้ จึงรับฟังไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่ละเลยต่อหน้าที่ในการตัดต้นไม้ กิ่งไม้ หรือรากไม้ที่อยู่ใกล้สายส่งไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเวลาประมาณ 12.30 นาฬิกา และจ่ายกระแสไฟฟ้าคืนได้ในเวลา 15.07 นาฬิกา รวมใช้เวลา 2 ชั่วโมง 37 นาที ไม่เกินมาตรฐาน 4 ชั่วโมง จึงมิได้ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร ส่วนฟาร์มของผู้ฟ้องคดีเป็นฟาร์มระบบปิดซึ่งต้องใช้ระบบระบายอากาศและระบบควบคุมอุณหภูมิทำงานตลอดเวลา แต่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองของผู้ฟ้องคดีขัดข้องและไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ เหตุที่ไก่ในฟาร์มตายจึงเกิดจากความประมาทของผู้ฟ้องคดีเอง มิได้เกิดจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับเป็นยกฟ้อง

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

อ้างอิง

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อผ.197/2568
คดีหมายเลขดำที่ อผ.287/2563
คำพิพากษาลงวันที่ 20 มิถุนายน 2568

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

คำค้น

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อผ.197/2568, ไฟฟ้าดับ, ฟาร์มไก่ระบบปิด, ไก่ตาย, เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, ละเลยต่อหน้าที่, ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร, ค่าสินไหมทดแทน, หน่วยงานทางปกครองทำละเมิด

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า