สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1552/2568
รั้วกำแพงหมู่บ้านจัดสรรเป็นสาธารณูปโภค ไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินที่รั้วตั้งอยู่ และการทุบกำแพงดังกล่าวเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ แต่ไม่เป็นการทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1552/2568 เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 และมาตรา 360 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 146 และพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43
- รั้วกำแพงคอนกรีตที่ผู้จัดสรรสร้างขึ้นพร้อมโครงการหมู่บ้านจัดสรรเพื่อรักษาความปลอดภัย เป็นสาธารณูปโภคตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 หรือไม่
- รั้วกำแพงดังกล่าวตกเป็นส่วนควบของที่ดินที่กำแพงตั้งอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 146 หรือไม่
- เมื่อมีการโอนสาธารณูปโภคจากผู้จัดสรรให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร แม้หนังสือส่งมอบไม่ได้ระบุรั้วกำแพงไว้โดยเฉพาะ รั้วกำแพงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนิติบุคคลหมู่บ้านหรือไม่
- การที่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทุบรั้วกำแพงของหมู่บ้าน เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 หรือไม่
- รั้วกำแพงหมู่บ้านดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ อันจะทำให้การทุบทำลายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 หรือไม่
บริษัท ว. ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้จัดสรรที่ดินและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ในโครงการหมู่บ้าน ช. โดยสร้างรั้วกำแพงคอนกรีตรอบโครงการ รวมทั้งบริเวณด้านทิศเหนือของโครงการ
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2550 จำเลยซื้อที่ดินพร้อมทาวน์เฮาส์เลขที่ 6 จากบริษัท ว. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ โดยด้านทิศเหนือของที่ดินดังกล่าวมีรั้วกำแพงคอนกรีตของหมู่บ้านอยู่
ต่อมามีการจัดตั้งโจทก์เป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เพื่อรับโอนที่ดิน สาธารณูปโภค และบริการสาธารณะจากบริษัทผู้จัดสรรไปจัดการ ดูแล และบำรุงรักษา โดยโจทก์ได้รับมอบทรัพย์สินมาดูแลเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2550
ต่อมาเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 จำเลยกับพวกรวม 5 คน ร่วมกันทุบทำลายรั้วกำแพงคอนกรีตด้านหลังทาวน์เฮาส์เลขที่ 6 ซึ่งจำเลยพักอาศัยอยู่ โดยกำแพงส่วนที่ถูกทุบมีความยาว 11 เมตร สูง 2 เมตร
จำเลยอ้างว่ากำแพงคอนกรีตเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตามกฎหมายเรื่องส่วนควบ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นเพียงความเข้าใจของจำเลยเอง
ข้อเท็จจริงยังได้ความว่า จำเลยกับพวกร่วมกันทุบกำแพงเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของจำเลย และเมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านเข้าไปห้ามปราม จำเลยกับพวกก็ไม่สนใจ
รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุเป็นส่วนหนึ่งของรั้วกำแพงหมู่บ้านที่บริษัทผู้จัดสรรสร้างขึ้นพร้อมกับการจัดสรรที่ดินและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ขาย เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยแก่ผู้ซื้อที่ดินและทาวน์เฮาส์ในโครงการ
การสร้างรั้วดังกล่าวจึงเป็นการจัดให้มี สาธารณูปโภคตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 ทำให้รั้วกำแพงซึ่งเป็นสาธารณูปโภคดังกล่าวตกอยู่ใน ภาระจำยอมตามกฎหมายเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทั้งหมด
รั้วกำแพงคอนกรีตที่บริษัทผู้จัดสรรก่อสร้างขึ้นเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทผู้จัดสรร และ ไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินที่รั้วตั้งอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 146
ศาลฎีกาให้เหตุผลว่า มิฉะนั้นบทบัญญัติของกฎหมายซึ่งควบคุมดูแลการจัดสรรที่ดินโดยเฉพาะจะไม่มีผลบังคับใช้
รั้วกำแพงดังกล่าวถือเป็นทรัพย์สินที่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน บุคคลจะกระทำการใดอันเป็นเหตุให้กำแพงเสียหาย ให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไป หรือเสื่อมความสะดวกจากที่ได้รับอนุญาตแล้วไม่ได้ รวมทั้งผู้ซื้อที่ดินจัดสรรรายหนึ่งรายใดก็ไม่อาจกระทำได้เช่นกัน
ต่อมาเมื่อโจทก์จัดตั้งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและได้รับโอนสาธารณูปโภคจากบริษัทผู้จัดสรรซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม รั้วกำแพงคอนกรีตซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของหมู่บ้านจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ด้วย
แม้หนังสือส่งมอบทรัพย์สินและจำนวนเงินค่าบริการสาธารณะจะไม่ได้ระบุโดยเฉพาะว่าส่งมอบรั้วกำแพงคอนกรีตหมู่บ้าน แต่หนังสือดังกล่าวระบุว่าส่งมอบทรัพย์สินที่เป็นสาธารณูปโภคแก่โจทก์ ประกอบกับภายหลังส่งมอบแล้วไม่ปรากฏว่าบริษัทผู้จัดสรรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับรั้วกำแพงคอนกรีตรอบหมู่บ้านอีก จึงเป็นการแสดงออกชัดเจนว่าได้ส่งมอบรั้วกำแพงแก่โจทก์แล้ว
ส่วนข้ออ้างของจำเลยว่ากำแพงคอนกรีตเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตามกฎหมายเรื่องส่วนควบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นเพียงความเข้าใจของจำเลยเอง และจำเลยไม่อาจอ้างเป็นเหตุพ้นความรับผิดอาญาได้
เมื่อจำเลยกับพวกร่วมกันทุบรั้วกำแพงคอนกรีตของหมู่บ้านเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของจำเลย และเมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านเข้าไปห้ามปรามก็ไม่สนใจ แสดงว่าจำเลยกับพวกกระทำโดยมีเจตนากระทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย การกระทำจึงเป็นความผิดฐาน ทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358
อย่างไรก็ตาม รั้วกำแพงคอนกรีตดังกล่าวมีไว้เพื่อประโยชน์เฉพาะแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในโครงการเท่านั้น มิใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั่วไป จึง มิใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์
การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360
ศาลฎีกาเห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 บางส่วน และฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท
ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1
ประมวลกฎหมายอาญา
- มาตรา 83
- มาตรา 358
- มาตรา 360
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- มาตรา 146
พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543
- มาตรา 43
รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุเป็นส่วนหนึ่งของรั้วที่บริษัทผู้จัดสรรที่ดินสร้างขึ้นพร้อมการจัดสรรและปลูกสร้างทาวน์เฮาส์ขาย อันเป็นการจัดให้มีสาธารณูปโภคตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 43 ทำให้รั้วกำแพงคอนกรีตตกอยู่ในภาระจำยอมตามกฎหมายเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทั้งหมด และไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินที่รั้วตั้งอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 146 เมื่อโจทก์จัดตั้งเป็นนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้วได้รับโอนสาธารณูปโภคจากบริษัทผู้จัดสรรซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมมาดำเนินการ รั้วกำแพงคอนกรีตจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ด้วย การที่จำเลยกับพวกร่วมกันทุบทำลายรั้วกำแพงคอนกรีตด้านหลังทาวน์เฮาส์ที่จำเลยพักอาศัยเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของจำเลย จึงมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 แต่รั้วกำแพงคอนกรีตที่เกิดเหตุมีไว้เพื่อประโยชน์เฉพาะแก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรเท่านั้น มิใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั่วไป จึงมิใช่ทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1552/2568
แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา