ฎีกาที่ 4786/2558

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4786/2558

เรื่อง

ลูกจ้างนำรถบริษัทไปเที่ยวถึงตี 2 แล้วเกิดเหตุละเมิด นายจ้างต้องรับผิดหรือไม่

ประเด็นข้อกฎหมาย

เมื่อนายจ้างมอบรถยนต์ให้ลูกจ้างซึ่งมีหน้าที่ขับรถใช้ในการปฏิบัติงาน และให้ลูกจ้างเป็นผู้ครอบครอง ใช้ และเก็บรักษารถ แม้ภายหลังเลิกงานลูกจ้างจะนำรถไปเที่ยวหรือทำธุรกิจส่วนตัว และเกิดเหตุละเมิดในเวลา 2 นาฬิกา การกระทำดังกล่าวยังถือว่าเป็นการกระทำ “ในทางการที่จ้าง” ซึ่งทำให้นายจ้างต้องร่วมรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425 หรือไม่

ข้อเท็จจริง

นายจ้างมอบหมายให้ลูกจ้างไปควบคุมงานในจังหวัดแห่งหนึ่ง และมอบรถยนต์กระบะของนายจ้างให้ใช้ในการปฏิบัติงาน โดยลูกจ้างใช้รถคันดังกล่าวรับส่งพนักงานและขนส่งสินค้า

นายจ้างไม่ได้กำหนดให้ลูกจ้างนำรถไปเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่ใด และไม่ได้มอบหมายให้บุคคลใดเป็นผู้ดูแลรถภายหลังเลิกงาน ลูกจ้างจึงเป็นผู้ครอบครอง ใช้ และเก็บรักษารถ และสามารถนำรถออกไปปฏิบัติงานนอกเวลาหรือในเวลากลางคืนได้

ภายหลังเลิกงาน ลูกจ้างนำรถยนต์กระบะคันดังกล่าวไปเที่ยวเตร่สถานบันเทิงและทำกิจส่วนตัวเป็นเวลานานประมาณ 9 ชั่วโมง ต่อมาในเวลา 2 นาฬิกา ได้เกิดเหตุละเมิดและก่อให้เกิดความเสียหาย

โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยจึงฟ้องจำเลยทั้งสามให้ร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหาย โดยจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เป็นทายาทของลูกจ้างผู้ขับรถ ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นนายจ้าง

คำวินิจฉัยศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความหมายของคำว่า “ในทางการที่จ้าง” ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในเวลาทำงานของนายจ้าง หรือระหว่างเวลาที่ต่อเนื่องคาบเกี่ยวใกล้ชิดกับการปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างเท่านั้น

หากแต่เมื่อลูกจ้างที่มีหน้าที่ขับรถได้กระทำไปในทางการที่จ้างแล้ว หลังจากนั้น แม้ลูกจ้างจะได้ขับรถไปทำธุรกิจส่วนตัวหรือประการใดก็ตาม ตราบใดที่ลูกจ้างยังไม่ได้นำรถกลับคืนสู่ความครอบครองของนายจ้าง ก็ยังคงถือว่าอยู่ในระหว่างทางการที่จ้างหรือเนื่องต่อกับทางการที่จ้าง ซึ่งนายจ้างยังคงต้องรับผิดในการกระทำละเมิดของลูกจ้าง

สำหรับคดีนี้ นายจ้างไม่ได้กำหนดสถานที่เก็บรักษารถหรือมอบหมายให้บุคคลใดดูแลรถภายหลังเลิกงาน พฤติการณ์จึงถือได้ว่า นายจ้างมอบให้ลูกจ้างเป็นผู้ครอบครอง ใช้ และเก็บรักษารถ โดยสามารถนำรถออกไปปฏิบัติงานได้ตลอดเวลา รวมถึงในเวลากลางคืนนอกเวลาทำงานปกติ

ส่วนข้ออ้างว่า ลูกจ้างไปทำงานต่างจังหวัด จึงไม่สามารถนำรถและกุญแจกลับคืนแก่นายจ้างหลังเลิกงานได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ไม่ใช่เหตุที่จะยกขึ้นปัดความรับผิด เพราะเป็นเรื่องภายในระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ซึ่งนายจ้างสามารถกำหนดมาตรการควบคุมดูแลการใช้รถนอกสถานประกอบกิจการได้

ดังนั้น แม้ขณะเกิดเหตุจะเป็นเวลา 2 นาฬิกา นอกเวลาทำงานปกติ และลูกจ้างนำรถออกไปเที่ยวส่วนตัว ก็ยังถือว่าลูกจ้างขับรถไปในทางการที่จ้างของนายจ้าง เพราะยังไม่ได้นำรถกลับคืนสู่ความครอบครองของนายจ้าง

นายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการกระทำละเมิดของลูกจ้าง

ผลคดี

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 389,036.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทายาทของลูกจ้าง รับผิดไม่เกินทรัพย์มรดกของลูกจ้างที่ตกทอดแก่ตน

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน และศาลฎีกาพิพากษายืน โดยเห็นว่า นายจ้างต้องร่วมรับผิดในความเสียหายจากการกระทำละเมิดของลูกจ้าง ฎีกาของนายจ้างฟังไม่ขึ้น และให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีการะหว่างโจทก์กับนายจ้างเป็นพับ

สรุป

คำว่า “ในทางการที่จ้าง” ไม่ได้จำกัดเฉพาะการกระทำในเวลาทำงานเท่านั้น

เมื่อนายจ้างมอบรถให้ลูกจ้างซึ่งมีหน้าที่ขับรถเป็นผู้ครอบครอง ใช้ และเก็บรักษาเพื่อปฏิบัติงาน แม้ภายหลังลูกจ้างจะนำรถไปทำธุรกิจส่วนตัว ตราบใดที่ยังไม่ได้นำรถกลับคืนสู่ความครอบครองของนายจ้าง ก็ยังอาจถือว่าอยู่ในระหว่างทางการที่จ้างหรือเนื่องต่อกับทางการที่จ้างได้

คดีนี้ แม้ลูกจ้างนำรถของนายจ้างไปเที่ยวส่วนตัวและเกิดเหตุละเมิดในเวลา 2 นาฬิกา นายจ้างก็ยังต้องร่วมรับผิด เนื่องจากรถยังอยู่ในความครอบครองและการเก็บรักษาของลูกจ้างตามที่นายจ้างมอบหมาย

อย่างไรก็ตาม ผลคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเฉพาะเกี่ยวกับการมอบรถ การครอบครองและเก็บรักษารถ มาตรการควบคุมการใช้รถ และการที่รถยังไม่ได้กลับคืนสู่ความครอบครองของนายจ้าง จึงไม่อาจสรุปว่า ทุกกรณีที่ลูกจ้างนำรถของนายจ้างไปใช้ส่วนตัว นายจ้างจะต้องรับผิดเสมอไป

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425
นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

ฎีกาย่อ

ความหมายของคำว่า “ในทางการที่จ้าง” ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในเวลาทำงานของนายจ้าง หรือระหว่างเวลาที่ต่อเนื่องคาบเกี่ยวใกล้ชิดกับการปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างเท่านั้น หากแต่เมื่อลูกจ้างที่มีหน้าที่ขับรถได้กระทำไปในทางการที่จ้างแล้ว หลังจากนั้น แม้ลูกจ้างจะได้ขับรถไปทำธุรกิจส่วนตัวหรือประการใดก็ตาม ตราบใดที่ลูกจ้างยังไม่ได้นำรถกลับคืนสู่ความครอบครองของนายจ้าง ก็ยังคงถือว่าอยู่ในระหว่างทางการที่จ้างหรือเนื่องต่อกับทางการที่จ้าง ซึ่งนายจ้างยังคงต้องรับผิดในการกระทำละเมิดของลูกจ้าง ดังนั้น แม้ขณะเกิดเหตุจะเป็นเวลา 2 นาฬิกา นอกเวลาทำงานปกติ และลูกจ้างขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุออกไปเที่ยว ก็ถือได้ว่าลูกจ้างขับรถไปในทางการที่จ้างของนายจ้าง นายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการกระทำละเมิดของลูกจ้างด้วย

อ้างอิง: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4786/2558, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425

แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น: พ1194/2556

คำค้น: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4786/2558, ในทางการที่จ้าง, นายจ้างรับผิดในการกระทำของลูกจ้าง, ลูกจ้างขับรถบริษัท, ลูกจ้างนำรถบริษัทไปใช้ส่วนตัว, ความรับผิดของนายจ้าง, ละเมิดของลูกจ้าง, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425, รถบริษัท, เกิดเหตุละเมิดนอกเวลางาน

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า