#ฎีกาศึกษา #ทนายความ
สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3050/2564
เรื่อง
ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร การปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม การกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน และการรอการลงโทษจำคุก
ประเด็นข้อกฎหมาย
ประเด็นที่ 1 การกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน
การปลอมแผ่นป้ายเสียภาษีรถยนต์ประจำปีในภายหลัง โดยมีระยะเวลาห่างจากการปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และรายการจดทะเบียนรถเกือบ 1 ปี ถือเป็นการกระทำกรรมเดียวกัน หรือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
ประเด็นที่ 2 การรอการลงโทษจำคุก
เมื่อภายหลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง กลายเป็นผู้พิการประเภท 3 และมีอายุมาก ศาลจะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้หรือไม่
ข้อเท็จจริง
ประมาณต้นเดือนสิงหาคม 2561 จำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์จำนวน 2 แผ่นและปลอมรายการจดทะเบียนรถ แล้วนำแผ่นป้ายทะเบียนปลอมไปติดบริเวณด้านหน้าและด้านหลังของรถยนต์ พร้อมนำสำเนารายการจดทะเบียนรถปลอมไปใช้ประกอบการเสนอขายรถยนต์แก่บุคคลอื่น เพื่อให้หลงเชื่อว่าแผ่นป้ายทะเบียนและรายการจดทะเบียนรถดังกล่าวเป็นของแท้
ต่อมาประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2562 จำเลยปลอมแผ่นป้ายเสียภาษีรถยนต์ประจำปี โดยทำให้ปรากฏข้อความว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้ชำระภาษีประจำปีแล้วและแผ่นป้ายยังไม่สิ้นอายุ จากนั้นจึงนำแผ่นป้ายปลอมดังกล่าวไปใช้อ้างหรือแสดงต่อผู้อื่น
ศาลชั้นต้นเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ส่วนศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่าการปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ รายการจดทะเบียนรถ และแผ่นป้ายเสียภาษีรถยนต์ประจำปี เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท
ในระหว่างการพิจารณาคดี ภายหลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ช่วยเหลือตนเองได้เพียงเล็กน้อย และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้พิการประเภท 3 ทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย จำเลยจึงฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3050/2564 วินิจฉัยว่า
ประเด็นที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
การปลอมแผ่นป้ายเสียภาษีรถยนต์ประจำปีเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2562 ภายหลังจากที่จำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และรายการจดทะเบียนรถ แล้วนำรถยนต์ไปเสนอขายแก่บุคคลอื่นในเดือนสิงหาคม 2561 เป็นเวลาห่างกันเกือบ 1 ปี
ระยะเวลาการกระทำความผิดที่ห่างกันดังกล่าวบ่งชี้ว่า การปลอมแผ่นป้ายเสียภาษีรถยนต์ประจำปีเกิดจากเจตนากระทำความผิดขึ้นใหม่ และสามารถแยกต่างหากจากการปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และรายการจดทะเบียนรถได้ จึงต้องถือเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อจำเลยเป็นผู้ปลอมแผ่นป้ายเสียภาษีรถยนต์ประจำปีและนำแผ่นป้ายปลอมที่ตนทำขึ้นไปใช้เอง ต้องลงโทษจำเลยฐานใช้เอกสารราชการปลอมแต่เพียงกระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง ประกอบมาตรา 265
จำเลยจึงต้องรับผิดรวม 2 กระทง คือ
• ฐานใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และรายการจดทะเบียนรถปลอม 1 กระทง
• ฐานใช้แผ่นป้ายเสียภาษีรถยนต์ประจำปีปลอม 1 กระทง
ประเด็นที่ 2 มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุก
แม้พฤติการณ์กระทำความผิดของจำเลยจะถือได้ว่าเป็นเรื่องร้ายแรง แต่โทษจำคุกแต่ละกระทงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 กำหนดไว้ไม่สูงมาก และอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะรอการลงโทษได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56
ภายหลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยมีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ช่วยเหลือตนเองได้เพียงเล็กน้อย มือซ้ายไม่สามารถใช้งานได้ ขาซ้ายอ่อนแรง สื่อสารและโต้ตอบได้ช้า และมีปัญหาด้านความทรงจำ แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นผู้พิการประเภท 3 ทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย ต้องได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับจำเลยมีอายุ 67 ปีเศษ
พฤติการณ์แห่งคดีจึงเปลี่ยนแปลงไป การให้จำเลยรับโทษจำคุกในขณะที่มีสภาพร่างกายเช่นนี้ ยากต่อการแก้ไขฟื้นฟูพฤติกรรมตามหลักอาชญาวิทยาอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ ทั้งอาจกลายเป็นภาระของเรือนจำในการดูแลอาการเจ็บป่วยของจำเลยอย่างใกล้ชิด
เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน การให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีโดยรอการลงโทษจำคุก ย่อมเป็นประโยชน์และเกิดผลดีแก่สังคมส่วนรวมมากกว่า แต่เพื่อให้จำเลยหลาบจำและไม่หวนกลับไปกระทำความผิดอีก จึงให้ลงโทษปรับอีกสถานหนึ่ง
ผลคดี
ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยรวม 2 กระทง ดังนี้
กระทงแรก ฐานใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และรายการจดทะเบียนรถปลอม ตามโทษที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 กำหนด และให้ปรับอีกสถานหนึ่ง เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท
กระทงที่สอง ฐานใช้แผ่นป้ายเสียภาษีรถยนต์ประจำปีปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง ประกอบมาตรา 265 จำคุก 2 ปี และปรับ 20,000 บาท เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 1 ปี และปรับ 10,000 บาท
รวมจำคุก 2 ปี และปรับ 20,000 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยฟัง
ฎีกาย่อ
ประเด็นที่ 1 การกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน
การปลอมแผ่นป้ายเสียภาษีรถยนต์ประจำปีเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2562 ภายหลังจากที่จำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และรายการจดทะเบียนรถ แล้วนำรถยนต์ไปเสนอขายแก่บุคคลอื่นเมื่อเดือนสิงหาคม 2561 เป็นเวลาห่างกันเกือบ 1 ปี บ่งชี้ว่าการปลอมแผ่นป้ายเสียภาษีรถยนต์ประจำปีนั้น จำเลยมีเจตนากระทำความผิดขึ้นใหม่ สามารถแยกต่างหากจากการปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และรายการจดทะเบียนรถได้ จึงต้องถือเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง แต่เมื่อจำเลยใช้แผ่นป้ายเสียภาษีรถยนต์ประจำปีปลอมซึ่งตนเป็นผู้ทำปลอมนั้นด้วย ต้องลงโทษฐานใช้แผ่นป้ายเสียภาษีรถยนต์ประจำปีปลอมแต่เพียงกระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง ประกอบมาตรา 265
ประเด็นที่ 2 การรอการลงโทษจำคุก
แม้พฤติการณ์กระทำความผิดของจำเลยจะถือได้ว่าเป็นเรื่องร้ายแรง แต่โทษจำคุกแต่ละกระทงที่กำหนดไว้ไม่สูงมากและอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะรอการลงโทษได้ ภายหลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ช่วยเหลือตนเองได้เพียงเล็กน้อย มือซ้ายไม่สามารถใช้งานได้ ขาซ้ายอ่อนแรง สื่อสารและโต้ตอบได้ช้า มีปัญหาด้านความทรงจำ และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้พิการประเภท 3 ทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับจำเลยมีอายุ 67 ปีเศษ การให้จำเลยรับโทษจำคุกในสภาพร่างกายเช่นนี้ยากต่อการแก้ไขฟื้นฟูพฤติกรรมอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ ทั้งอาจกลายเป็นภาระของเรือนจำ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน การให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีโดยรอการลงโทษจำคุกย่อมเป็นประโยชน์และเกิดผลดีแก่สังคมส่วนรวมมากกว่า แต่เพื่อให้จำเลยหลาบจำและไม่หวนกลับไปกระทำความผิดอีก จึงให้ลงโทษปรับอีกสถานหนึ่ง
สรุป
การปลอมแผ่นป้ายเสียภาษีรถยนต์ประจำปีภายหลังจากการปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์และรายการจดทะเบียนรถเกือบ 1 ปี แสดงว่าจำเลยเกิดเจตนากระทำความผิดขึ้นใหม่ จึงเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง จำเลยต้องรับผิดรวม 2 กระทง
ส่วนการรอการลงโทษ แม้ความผิดจะมีพฤติการณ์ร้ายแรง แต่เมื่อภายหลังจำเลยมีอาการเจ็บป่วยรุนแรง เป็นผู้พิการ มีอายุมาก ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน และการจำคุกอาจไม่เกิดประโยชน์ต่อการแก้ไขฟื้นฟู ศาลฎีกาจึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้ โดยลงโทษปรับเพื่อให้หลาบจำอีกสถานหนึ่ง
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคหนึ่งและวรรคสอง
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30
อ้างอิง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3050/2564
คำค้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3050/2564, ปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์, ปลอมรายการจดทะเบียนรถ, ปลอมป้ายเสียภาษีรถยนต์, ใช้เอกสารราชการปลอม, หลายกรรมต่างกัน, เจตนากระทำความผิดขึ้นใหม่, รอการลงโทษจำคุก, ผู้พิการประเภท 3, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268