สรุปคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.294/2569
เรื่อง
อ้างครอบครองที่ดินโดยปรปักษ์เกิน 10 ปี แต่ยังไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรม และหลักฐานไม่แสดงความเกี่ยวข้องโดยตรงกับที่ดินที่ขออายัด เจ้าพนักงานที่ดินมีคำสั่งไม่รับอายัดชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ประเด็นข้อกฎหมาย
ผู้ฟ้องคดีซึ่งอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ เป็นผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินโดยตรง และอยู่ในฐานะที่อาจฟ้องบังคับให้มีการจดทะเบียนหรือเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน อันจะมีสิทธิขออายัดที่ดินตามมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม่
ข้อเท็จจริง
ผู้ฟ้องคดีกับพวกรวม 15 คน อ้างว่าได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยความสงบ โดยเปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเกิน 10 ปี ภายในพื้นที่มีบ้านพักอาศัยประมาณ 40 หลัง สนามกีฬา และพื้นที่สำหรับประกอบกิจกรรมทางศาสนา
ที่ดินดังกล่าวมีการโอนกรรมสิทธิ์ แบ่งแยก และรวมโฉนดหลายครั้ง ต่อมาบริษัทเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามทะเบียนยื่นขอรังวัดแบ่งแยกที่ดิน ผู้ฟ้องคดีจึงคัดค้านการรังวัดและยื่นคำขออายัดที่ดินต่อสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร โดยอ้างว่าตนเป็นผู้ครอบครองปรปักษ์และเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในที่ดินพิพาท
ผู้ฟ้องคดีนำเอกสารประกอบคำขออายัดมาแสดง ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่ายชุมชน ใบเสร็จภาษีบำรุงท้องที่ หนังสือมอบอำนาจ และใบเสร็จเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน
อย่างไรก็ตาม ในขณะยื่นคำขออายัด ผู้ฟ้องคดียังไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งว่าได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ เพียงแต่ระบุว่าจะดำเนินการยื่นคำร้องต่อไป
เจ้าพนักงานที่ดินเห็นว่า เอกสารที่นำมาแสดงยังไม่ปรากฏสิทธิที่แสดงว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินแปลงที่ขออายัดโดยตรง จึงมีคำสั่งไม่รับอายัด เมื่อผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครมีคำวินิจฉัยยกอุทธรณ์ ผู้ฟ้องคดีกับพวกจึงฟ้องขอให้ศาลปกครองเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว
คำวินิจฉัย
ผู้มีสิทธิขออายัดต้องมีส่วนได้เสียในที่ดินโดยตรง
ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ผู้มีส่วนได้เสียในที่ดินที่จะมีสิทธิขออายัดต้องมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินแปลงที่ขออายัดโดยตรง และอยู่ในฐานะที่อาจฟ้องบังคับให้มีการจดทะเบียนหรือให้มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้
การอายัดมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองบุคคลที่อาจมีสิทธิในที่ดินดีกว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม มิให้ได้รับความเสียหายจากการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์หรือการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน โดยเป็นการระงับการจดทะเบียนไว้ชั่วคราว มีกำหนด 30 วันนับแต่วันที่สั่งรับอายัด
เจ้าพนักงานที่ดินพิจารณาจากหลักฐานที่ผู้ขอนำมาแสดง
ในการพิจารณาคำขออายัด เจ้าพนักงานที่ดินต้องสอบสวนข้อเท็จจริงจากเอกสารหลักฐานและข้ออ้างที่ผู้ขออายัดนำมาแสดงฝ่ายเดียว
เจ้าพนักงานที่ดินไม่จำต้องแสวงหาพยานหลักฐานอื่นหรือสอบสวนพยานบุคคลเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงแทนผู้ขออายัด เพราะจะทำให้การพิจารณารับอายัดล่าช้า และอาจกระทบสิทธิของผู้มีชื่อในเอกสารสิทธิเกินสมควร
การอ้างครอบครองปรปักษ์ต้องพิสูจน์ต่อศาลยุติธรรม
ผู้ฟ้องคดีอ้างว่าได้ครอบครองที่ดินของผู้อื่นโดยความสงบ โดยเปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเกิน 10 ปี ตามมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
แต่ผู้ฟ้องคดีมีภาระต้องยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท และพิสูจน์ว่าการครอบครองเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เมื่อศาลยุติธรรมมีคำสั่งว่าได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว จึงนำคำสั่งนั้นไปขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนเป็นชื่อของตนได้
ในขณะยื่นคำขออายัด ผู้ฟ้องคดียังไม่ได้ยื่นคำร้องดังกล่าว จึงยังไม่อยู่ในฐานะที่จะฟ้องบังคับบริษัทเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามทะเบียนให้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แก่ตนได้โดยตรง และยังไม่อยู่ในฐานะที่จะฟ้องบังคับให้มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้
หลักฐานไม่เชื่อมโยงโดยตรงกับที่ดินพิพาท
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ใบเสร็จภาษีบำรุงท้องที่ระบุเพียงหน่วยที่ตั้งของที่ดินและจำนวนเนื้อที่ที่ใช้คำนวณภาษี แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นที่ดินแปลงใด อีกทั้งใบเสร็จบางฉบับระบุตำแหน่งและจำนวนเนื้อที่ไม่ตรงกับที่ดินตามโฉนดพิพาท
ส่วนสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่ายชุมชน หนังสือมอบอำนาจ และใบเสร็จเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน ก็ไม่มีข้อความแสดงว่ามีความเกี่ยวข้องกับที่ดินตามโฉนดพิพาทอย่างไร
นอกจากนี้ ที่ดินมีการโอนกรรมสิทธิ์ แบ่งแยก และรวมโฉนดหลายครั้ง แต่ไม่ปรากฏว่าผู้ฟ้องคดีเคยโต้แย้งคัดค้านการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม หรือเคยยื่นคำร้องขอกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ต่อศาลยุติธรรมมาก่อน
เอกสารหลักฐานที่นำมาแสดงจึงยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่า ผู้ฟ้องคดีได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตามโฉนดพิพาทโดยความสงบ โดยเปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี และยังไม่แสดงว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีส่วนได้เสียในที่ดินโดยตรงตามมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
ผลคดี
การที่เจ้าพนักงานที่ดินมีคำสั่งไม่รับอายัดที่ดิน และการที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครมีคำวินิจฉัยยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ให้ยกฟ้อง
สรุป
คดีนี้ศาลปกครองสูงสุดไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดว่า ผู้ฟ้องคดีไม่มีสิทธิได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ แต่พิจารณาเฉพาะว่า คำสั่งไม่รับอายัดที่ดินชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ผู้ที่อ้างว่าได้ครอบครองที่ดินโดยความสงบ โดยเปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกิน 10 ปี ไม่ควรมีเพียงคำกล่าวอ้าง แต่ควรยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมเพื่อพิสูจน์สิทธิและขอให้ศาลมีคำสั่งรับรองการได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ พร้อมจัดเตรียมหลักฐานที่ระบุตำแหน่ง ขอบเขต เนื้อที่ และความเชื่อมโยงกับที่ดินพิพาทให้ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม คำพิพากษานี้ไม่ควรนำไปสรุปกว้างว่า ต้องมีคำสั่งของศาลยุติธรรมก่อนจึงจะขออายัดที่ดินได้ทุกกรณี เพราะการพิจารณาต้องขึ้นอยู่กับว่า ผู้ขอมีหลักฐานแสดงความเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงและอยู่ในฐานะที่จะฟ้องบังคับเกี่ยวกับทางทะเบียนได้เพียงพอหรือไม่
คำพิพากษาย่อ
ผู้ฟ้องคดีกับพวกอ้างว่าได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยความสงบ โดยเปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกิน 10 ปี จึงยื่นคำขออายัดที่ดินต่อสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร แต่ในขณะยื่นคำขอ ผู้ฟ้องคดียังไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมเพื่อขอให้มีคำสั่งว่าได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ และเอกสารที่นำมาแสดง ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน รูปถ่ายชุมชน ใบเสร็จภาษีบำรุงท้องที่ หนังสือมอบอำนาจ และใบเสร็จพัฒนาชุมชน ยังไม่แสดงความเกี่ยวข้องโดยตรงกับที่ดินตามโฉนดพิพาท
ผู้ขออายัดตามมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินโดยตรง และอยู่ในฐานะที่อาจฟ้องบังคับให้มีการจดทะเบียนหรือเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้ เจ้าพนักงานที่ดินมีหน้าที่พิจารณาจากเอกสารหลักฐานที่ผู้ขอนำมาแสดง โดยไม่จำต้องแสวงหาพยานหลักฐานแทนผู้ขอ เมื่อหลักฐานยังไม่เพียงพอ คำสั่งไม่รับอายัดและคำวินิจฉัยยกอุทธรณ์จึงชอบด้วยกฎหมาย ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน ให้ยกฟ้อง
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 83 วรรคหนึ่งและวรรคสอง
หลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้มีส่วนได้เสียที่ประสงค์ขออายัดที่ดิน และระยะเวลาการอายัด
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382
การได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยการครอบครองโดยความสงบ โดยเปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี
คำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 635/2547 เรื่อง การอายัดที่ดิน ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2547
หลักเกณฑ์เกี่ยวกับรายละเอียดในคำขออายัด ผู้มีส่วนได้เสีย เอกสารหลักฐาน และการสอบสวนคำขออายัด
อ้างอิง
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.294/2569
วันที่มีคำพิพากษา 2 เมษายน 2569
คำค้น
ครอบครองปรปักษ์, อายัดที่ดิน, ขออายัดโฉนด, ผู้มีส่วนได้เสียในที่ดิน, มาตรา 83, มาตรา 1382, คำสั่งไม่รับอายัด, สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร, แบ่งแยกโฉนด, ศาลยุติธรรม, ศาลปกครองสูงสุด