สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1037/2568
เรื่อง
ผู้เสียหายเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีอาญา แต่ไม่ได้ยื่นคำร้องขอค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 ศาลจะพิพากษาให้จำเลยชำระค่าขาดประโยชน์ได้หรือไม่ และมีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยหรือไม่
ประเด็นข้อกฎหมาย
เมื่อโจทก์ร่วมไม่ได้ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ศาลจะพิพากษาให้จำเลยชำระค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์ร่วมได้หรือไม่ แม้จำเลยยอมชำระเงินจำนวนดังกล่าว
พฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยหรือไม่
ข้อเท็จจริง
เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2561 จำเลยหลอกลวงบริษัทผู้เสียหายว่า จำเลยประสงค์จะเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ไอ ราคา 43,500 บาท และชำระเงินดาวน์ในวันทำสัญญา 5,000 บาท
ความจริงจำเลยไม่มีเจตนาจะเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มาตั้งแต่ต้น แต่ใช้สัญญาเช่าซื้อเป็นกลอุบายหลอกให้ผู้เสียหายส่งมอบรถจักรยานยนต์ให้ เมื่อได้รับรถแล้ว จำเลยนำรถไปจำหน่ายแก่บุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของจำเลยและบุคคลที่สาม โดยไม่ได้ชำระค่าเช่าซื้อแก่ผู้เสียหาย คงเหลือราคารถที่ผู้เสียหายยังไม่ได้รับคืน 38,500 บาท
พนักงานอัยการฟ้องจำเลยฐานฉ้อโกง และขอให้จำเลยคืนรถจักรยานยนต์หรือใช้ราคา 38,500 บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ
ระหว่างพิจารณา บริษัทผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ และจำเลยนำเงิน 31,500 บาทมาวางต่อศาลเพื่อใช้ราคารถจักรยานยนต์แก่โจทก์ร่วมบางส่วน
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกง จำคุก 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน และให้จำเลยคืนรถจักรยานยนต์หรือใช้ราคา 38,500 บาทแก่โจทก์ร่วม
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลย 5,000 บาทอีกสถานหนึ่ง ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี คุมความประพฤติจำเลยมีกำหนด 1 ปี และให้จำเลยใช้ราคารถจักรยานยนต์ที่ยังขาดอยู่ 7,000 บาทแก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ร่วมฎีกาว่า จำเลยเคยแถลงต่อศาลว่าจะชำระค่าขาดประโยชน์อีก 11,500 บาท เมื่อรวมกับราคารถ 38,500 บาท เป็นค่าเสียหาย 50,000 บาท หักเงินที่จำเลยวางไว้ 31,500 บาทแล้ว จำเลยจึงต้องชำระอีก 18,500 บาท และไม่สมควรรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย
คำวินิจฉัย
ค่าขาดประโยชน์ที่โจทก์ร่วมไม่ได้ยื่นคำร้องตามมาตรา 44/1
คดีนี้โจทก์ร่วมมีอำนาจเรียกราคารถจักรยานยนต์แทนทรัพย์ที่สูญเสียไปโดยตรงจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงของจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 และมาตรา 44 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4
แต่หากโจทก์ร่วมประสงค์จะเรียกค่าเสียหายอย่างอื่นนอกจากการคืนทรัพย์หรือใช้ราคาทรัพย์ เช่น ค่าขาดประโยชน์ โจทก์ร่วมต้องยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1
คดีนี้โจทก์ร่วมเพียงยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ แต่ไม่ได้ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 เข้ามาในคดี
แม้จำเลยจะยอมชดใช้ค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์ร่วม 11,500 บาท ศาลก็ไม่อาจพิพากษาให้จำเลยชำระค่าขาดประโยชน์ดังกล่าวได้ เพราะไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
เมื่อราคารถจักรยานยนต์ที่จำเลยต้องใช้แทนมีจำนวน 38,500 บาท และจำเลยวางเงินไว้แล้ว 31,500 บาท จึงเหลือราคารถที่จำเลยต้องชำระอีกเพียง 7,000 บาท คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในส่วนนี้ชอบด้วยกฎหมายแล้ว
การรอการลงโทษจำคุก
แม้ศาลชั้นต้นจะให้โอกาสจำเลยหาเงินมาผ่อนชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วมเป็นระยะเวลาค่อนข้างนาน และจำเลยผิดนัดหลายครั้ง แต่จำเลยได้พยายามขวนขวายหาเงินมาชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วมรวม 31,500 บาท เหลือราคารถที่ต้องชำระอีกเพียง 7,000 บาท
การลงโทษจำคุกจำเลยเป็นระยะเวลาสั้น นอกจากจะไม่เกิดผลในการฟื้นฟูแก้ไขความประพฤติของจำเลยแล้ว ยังทำให้จำเลยมีประวัติเสื่อมเสียเมื่อพ้นโทษ และยากที่จะกลับตนเป็นพลเมืองดี ประกอบสัมมาชีพโดยสุจริตเพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัวต่อไป
ตามรายงานการสืบเสาะและพินิจ จำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน ยังอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขฟื้นฟูให้กลับตนเป็นพลเมืองดี และจำเลยมีบุคคลในครอบครัวที่ต้องอุปการะดูแล
การรอการลงโทษจำคุกจึงน่าจะเป็นผลดีแก่จำเลยและสังคมโดยรวมมากกว่า ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ภาค 3
สรุป
การยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีอาญา ไม่ถือว่าเป็นการยื่นคำร้องขอค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1
พนักงานอัยการอาจขอให้จำเลยคืนทรัพย์หรือใช้ราคาทรัพย์แทนผู้เสียหายได้ในความผิดที่กฎหมายกำหนด แต่ค่าเสียหายอย่างอื่น เช่น ค่าขาดประโยชน์ ผู้เสียหายต้องยื่นคำร้องตามมาตรา 44/1 ให้ถูกต้อง
แม้จำเลยจะยอมชำระค่าขาดประโยชน์ หากโจทก์ร่วมไม่ได้ยื่นคำร้องตามมาตรา 44/1 ศาลก็ไม่อาจพิพากษาให้จำเลยชำระเงินส่วนนั้นได้
ส่วนการรอการลงโทษจำคุกต้องพิจารณาพฤติการณ์แห่งคดี ความพยายามชดใช้ค่าเสียหาย ประวัติของจำเลย โอกาสในการแก้ไขฟื้นฟู และผลกระทบจากการจำคุกระยะสั้นประกอบกัน
ผลคดี
พิพากษายืน
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มาตรา 78 และมาตรา 341
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 30 มาตรา 43 มาตรา 44 และมาตรา 44/1
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4
ฎีกาย่อ
โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ซึ่งมีคำขอให้จำเลยใช้ราคาแทนรถจักรยานยนต์ซึ่งโจทก์ร่วมสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงของจำเลยเท่านั้น โดยโจทก์ร่วมไม่ได้ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมเข้ามาในคดีนี้ แม้จำเลยยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์ร่วมด้วย ศาลย่อมไม่อาจพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์ร่วมได้ เนื่องจากเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43, 44, 44/1 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4
อ้างอิง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1037/2568
คำค้น
ฎีกาที่ 1037/2568, โจทก์ร่วม, ผู้เสียหายเข้าร่วมเป็นโจทก์, คำร้องตามมาตรา 44/1, ค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญา, ค่าขาดประโยชน์, คืนทรัพย์หรือใช้ราคา, ความผิดฐานฉ้อโกง, รอการลงโทษจำคุก, เช่าซื้อรถจักรยานยนต์