สรุปคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อผ.116/2566
เรื่อง
ฝาปิดท่อระบายน้ำบนบาทวิถีชำรุดจนประชาชนตกลงไปในท่อและได้รับบาดเจ็บ เทศบาลต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือไม่ และศาลจะสงวนสิทธิแก้ไขคำพิพากษาสำหรับค่ารักษาพยาบาลในอนาคตได้หรือไม่
ประเด็นข้อกฎหมาย
เทศบาลมีหน้าที่ตรวจสอบ ดูแล และบำรุงรักษาฝาปิดท่อระบายน้ำสาธารณะให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยต่อประชาชนหรือไม่
เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอในการตรวจสอบและบำรุงรักษา จนฝาปิดท่อหักและทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ เป็นการกระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเทศบาลต้องรับผิดหรือไม่
ในกรณีที่ผู้เสียหายอาจต้องทำศัลยกรรมตกแต่งรอยแผล แต่ขณะพิพากษาการรักษายังไม่สิ้นสุดและยังไม่สามารถกำหนดค่าใช้จ่ายได้แน่นอน ศาลจะสงวนสิทธิแก้ไขคำพิพากษาเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลในอนาคตได้หรือไม่
ข้อเท็จจริง
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2560 ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเด็กหญิงอายุ 13 ปีเศษ พร้อมด้วยบิดา ไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
หลังรับประทานอาหารเสร็จ ผู้ฟ้องคดีเดินออกจากร้านไปตามบาทวิถีเพื่อกลับไปขึ้นรถยนต์ ขณะเดินผ่านฝาปิดท่อระบายน้ำซึ่งทำด้วยตะแกรงเหล็ก ผู้ฟ้องคดีเหยียบลงบนฝาปิดท่อ แต่ตะแกรงเหล็กเกิดหัก ทำให้ขาขวาตกลงไปในท่อและถูกเหล็กที่หักทิ่มแทง
แพทย์ตรวจพบว่าผู้ฟ้องคดีมีบาดแผลฉีกขาดลึกบริเวณต้นขาขวา ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ต้องเย็บบาดแผลจำนวน 22 เข็ม และภายหลังการรักษายังคงปรากฏรอยแผลเป็นอย่างชัดเจน
ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า ฝาปิดท่อระบายน้ำอยู่ในสภาพผุ ไม่มั่นคง เป็นสนิมและเสื่อมสภาพ เนื่องจากขาดการตรวจสอบและบำรุงรักษา จึงเรียกร้องให้เทศบาลแห่งหนึ่งชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และต่อมานำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง
คำวินิจฉัย
หน้าที่ของเทศบาลและความรับผิดทางละเมิด
ศาลปกครองชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฝาปิดท่อระบายน้ำบริเวณที่เกิดเหตุเป็นฝาปิดคูระบายน้ำสาธารณะซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาล
เจ้าหน้าที่ของเทศบาลมีหน้าที่ตรวจสอบ ดูแล และบำรุงรักษาฝาปิดท่อระบายน้ำให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง เพื่อไม่ให้ก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนผู้สัญจรบนทางสาธารณะ
เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอในการตรวจสอบและบำรุงรักษาฝาปิดท่อ จนฝาปิดท่อหักและทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับบาดเจ็บ จึงเป็นการกระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
เทศบาลในฐานะหน่วยงานของรัฐจึงต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดของเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
ค่ารักษาพยาบาลและค่ารักษารอยแผลเป็น
ศาลกำหนดค่ารักษาพยาบาลส่วนที่ผู้ฟ้องคดีต้องรับภาระจริงจำนวน 16,231.47 บาท
นอกจากนี้ ศาลกำหนดค่ารักษารอยแผลเป็นด้วยยา การฉีดยา และการรักษาด้วยเลเซอร์ รวมจำนวน 20,000 บาท โดยเห็นว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สัมพันธ์กับบาดแผลซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุครั้งนี้โดยตรง
ค่าเสียหายจากความเจ็บปวดและทุกขเวทนา
ศาลเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีต้องเย็บบาดแผลจำนวน 22 เข็ม หลังการรักษายังคงมีรอยแผลเป็นยาวประมาณ 20 เซนติเมตร และขณะเกิดเหตุผู้ฟ้องคดีเป็นเด็กหญิงอายุเพียง 13 ปีเศษ
อุบัติเหตุและบาดแผลดังกล่าวทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเจ็บปวดและทุกขเวทนายาวนานกว่าบุคคลทั่วไป รวมทั้งรอยแผลเป็นย่อมส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ฟ้องคดี
ศาลจึงกำหนดค่าเสียหายจากความเจ็บปวดและทุกขเวทนาจำนวน 40,000 บาท
ค่าศัลยกรรมตกแต่งรอยแผลในอนาคต
ผู้ฟ้องคดีเรียกค่าศัลยกรรมตกแต่งรอยแผลในอนาคตจำนวน 100,000 บาท
ศาลเห็นว่า การรักษาเพื่อให้รอยแผลมีสภาพดีขึ้นอาจจำเป็นต้องทำศัลยกรรมตกแต่ง แต่ต้องรอให้บาดแผลยุบตัวลงจนแน่ใจว่าเนื้อเยื่อชั้นในและผิวหนังชั้นนอกอยู่ในสภาพปกติและเหมาะสมก่อน
ขณะที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษา การรักษารอยแผลยังไม่สิ้นสุด และยังไม่สามารถกำหนดได้แน่นอนว่า ผู้ฟ้องคดีจะต้องทำศัลยกรรมหรือมีค่าใช้จ่ายจำนวนเท่าใด
ศาลปกครองชั้นต้นจึงสงวนสิทธิที่จะแก้ไขคำพิพากษาในส่วนค่ารักษาพยาบาลในอนาคต ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ตามมาตรา 444 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
การสงวนสิทธิดังกล่าวมิได้หมายความว่า ศาลกำหนดให้เทศบาลจ่ายค่าศัลยกรรมจำนวน 100,000 บาทแล้ว แต่เป็นการเปิดโอกาสให้แก้ไขจำนวนค่าสินไหมทดแทนภายหลัง หากปรากฏว่ามีความจำเป็นต้องรักษาและมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจริง
คำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด
เทศบาลอุทธรณ์เฉพาะประเด็นว่า ศาลปกครองชั้นต้นมีเหตุที่จะสงวนสิทธิแก้ไขคำพิพากษาในส่วนค่ารักษาพยาบาลในอนาคตหรือไม่
ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายแก่ร่างกายและอนามัยจริง จึงมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนทั้งความเสียหายในปัจจุบันและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
เมื่อการรักษารอยแผลยังไม่สิ้นสุดและยังไม่สามารถกำหนดความเสียหายในอนาคตได้แน่นอน การที่ศาลปกครองชั้นต้นสงวนสิทธิแก้ไขคำพิพากษาไว้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี จึงชอบด้วยมาตรา 444 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ผลคดี
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น โดยให้เทศบาลแห่งหนึ่งชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีจำนวน 76,231.47 บาท ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
ให้สงวนสิทธิที่จะแก้ไขคำพิพากษาในส่วนค่ารักษาพยาบาลในอนาคต ซึ่งผู้ฟ้องคดีอาจต้องทำศัลยกรรมตกแต่งรอยแผล ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลบางส่วนตามส่วนแห่งการชนะคดีแก่ผู้ฟ้องคดี ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
สรุป
เทศบาลมีหน้าที่ตรวจสอบ ดูแล และบำรุงรักษาทางสาธารณะ รวมถึงฝาปิดท่อระบายน้ำที่อยู่ในความรับผิดชอบ ให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยต่อประชาชน
หากเจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอ จนฝาปิดท่อชำรุดและทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ ย่อมเป็นการกระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ และเทศบาลในฐานะหน่วยงานของรัฐต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
สำหรับความเสียหายต่อร่างกายซึ่งในขณะพิพากษายังไม่สามารถกำหนดจำนวนได้แน่นอน เช่น ค่าศัลยกรรมตกแต่งรอยแผลในอนาคต ศาลอาจสงวนสิทธิแก้ไขคำพิพากษาไว้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันที่คดีถึงที่สุดได้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 420
มาตรา 438 วรรคหนึ่ง
มาตรา 444 วรรคหนึ่งและวรรคสอง
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
มาตรา 5
มาตรา 8
พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496
มาตรา 56
คำพิพากษาย่อ
ฝาปิดท่อระบายน้ำที่เกิดเหตุเป็นฝาปิดคูระบายน้ำสาธารณะซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาล เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ตรวจสอบ ดูแล และบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรงและไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชน
การที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอในการตรวจสอบและบำรุงรักษา จนฝาปิดท่อหักและทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับบาดเจ็บ เป็นการกระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ เทศบาลในฐานะหน่วยงานของรัฐจึงต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดของเจ้าหน้าที่
เมื่อผู้ฟ้องคดียังคงมีรอยแผลเป็นและอาจต้องทำศัลยกรรมตกแต่ง แต่ขณะพิพากษาการรักษายังไม่สิ้นสุดและยังไม่สามารถกำหนดค่าใช้จ่ายในอนาคตได้แน่นอน ศาลย่อมมีเหตุที่จะสงวนสิทธิแก้ไขคำพิพากษาเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลในอนาคต ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด ตามมาตรา 444 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน ให้เทศบาลชำระค่าสินไหมทดแทนจำนวน 76,231.47 บาท และสงวนสิทธิแก้ไขคำพิพากษาในส่วนค่ารักษาพยาบาลในอนาคต
อ้างอิง
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อผ.116/2566
ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาวันที่ 29 พฤษภาคม 2566
คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ
คำค้น
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อผ.116/2566, ฝาท่อระบายน้ำชำรุด, ฝาท่อหัก, ตกท่อระบายน้ำ, เทศบาลต้องรับผิด, ความรับผิดทางละเมิดของเทศบาล, ละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่, หน่วยงานทางปกครองละเลยต่อหน้าที่, ค่าสินไหมทดแทน, ค่าเสียหายจากความเจ็บปวดและทุกขเวทนา, ค่าศัลยกรรมในอนาคต, สงวนสิทธิแก้ไขคำพิพากษา, มาตรา 444 วรรคสอง