คดีนี้มีประเด็นข้อกฎหมายสำคัญว่า
ผู้ร้องทั้งสองซึ่งเป็นทายาทโดยธรรม มีสิทธิร้องขอให้บังคับเหนือที่ดินพิพาท โดยกันส่วนที่ดินของตนออกก่อนขายทอดตลาดหรือไม่
และหากกันส่วนเป็นตัวที่ดินไม่ได้ ผู้ร้องทั้งสองยังมีสิทธิร้องขอให้กันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดตามส่วนมรดกที่ตกทอดแก่ตนหรือไม่
คดีนี้สืบเนื่องจากนาย อ. เป็นลูกหนี้ของโจทก์ ต่อมาศาลมีคำพิพากษาให้จำเลย ในฐานะทายาทโดยธรรมของนาย อ. ชำระเงิน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยรับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน
เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 15464 พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน เพื่อขายทอดตลาด
ที่ดินพิพาทมีชื่อนาย อ. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แต่เป็นการถือกรรมสิทธิ์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนาง ค.
ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่า ที่ดินดังกล่าวเดิมมีชื่อนาง ค. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องทั้งสอง นาย อ. และนาย ห. เป็นบุตรของนาง ค. เมื่อนาง ค. ถึงแก่ความตาย ที่ดินจึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท
ผู้ร้องทั้งสองอ้างว่า ตนครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดแล้ว จึงขอให้กันส่วนที่ดินของผู้ร้องทั้งสองออกก่อนขายทอดตลาด
โจทก์คัดค้านว่า ที่ดินยังไม่มีการจดทะเบียนแบ่งแยก และสภาพการแบ่งที่ดินตามที่ผู้ร้องทั้งสองอ้างไม่น่าเชื่อ ชอบที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะขายทอดตลาดที่ดินทั้งแปลง ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอ
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
ผู้ร้องทั้งสองฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า ผู้ร้องทั้งสองครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดตามที่กล่าวอ้าง
ดังนั้น ผู้ร้องทั้งสองจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้บังคับเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 15464 โดยกันส่วนที่ดินตามที่ผู้ร้องทั้งสองอ้าง
อย่างไรก็ตาม เมื่อที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของนาง ค. ซึ่งตกทอดแก่ทายาท และข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ร้องทั้งสอง นาย อ. และนาย ห. เป็นบุตรของนาง ค.
ผู้ร้องทั้งสองจึงเป็นทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิได้รับที่ดินโฉนดเลขที่ 15464 ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนาง ค. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 (1)
การยึดที่ดินดังกล่าวของโจทก์ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิในการรับมรดกของผู้ร้องทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 322
ผู้ร้องทั้งสองจึงมีสิทธิร้องขอให้กันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 15464 ตามส่วนที่ตกทอดแก่ผู้ร้องทั้งสอง
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า
ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 15464 ให้แก่ผู้ร้องทั้งสองคนละ 1 ใน 4
นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3
ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
คดีนี้วางหลักสำคัญว่า
หากทายาทขอกัน “ตัวที่ดิน” ออกจากการขายทอดตลาด โดยอ้างว่าครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัด ผู้ร้องต้องพิสูจน์ให้ศาลรับฟังได้ว่าครอบครองเป็นส่วนสัดจริง
แต่หากศาลรับฟังไม่ได้ว่าครอบครองเป็นส่วนสัด ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิขอกันส่วนเป็นตัวที่ดิน
อย่างไรก็ตาม หากที่ดินนั้นเป็นทรัพย์มรดก และผู้ร้องเป็นทายาทโดยธรรม สิทธิในการรับมรดกของผู้ร้องย่อมไม่ถูกกระทบจากการยึดที่ดินของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
ดังนั้น แม้ผู้ร้องจะกันตัวที่ดินไม่ได้ แต่ยังมีสิทธิขอกันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดตามส่วนมรดกที่ตกทอดแก่ตนได้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 (1)
ทายาทโดยธรรมลำดับแรก ได้แก่ ผู้สืบสันดาน
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 322
ภายใต้บังคับมาตรา 323 และมาตรา 324 บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงทรัพยสิทธิ บุริมสิทธิ สิทธิยึดหน่วง หรือสิทธิอื่นซึ่งบุคคลภายนอกมีอยู่เหนือทรัพย์สิน หรืออาจร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินนั้นตามกฎหมาย
ผู้ร้องทั้งสองมิได้ครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัด ไม่มีสิทธิร้องขอให้บังคับเหนือที่ดินโดยกันส่วนที่ดินได้ แต่ที่ดินเป็นทรัพย์มรดกของนาง ค. ตกทอดแก่ทายาท ผู้ร้องทั้งสอง นาย อ. และนาย ห. เป็นบุตรของนาง ค. ผู้ร้องทั้งสองเป็นทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิได้รับที่ดินทรัพย์มรดกของนาง ค. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 (1) การยึดที่ดินของโจทก์ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิในการรับมรดกของผู้ร้องทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 322 ผู้ร้องทั้งสองมีสิทธิร้องขอให้กันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินตามส่วนที่ตกทอดแก่ผู้ร้องทั้งสอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8420/2568