ฎีกาที่ 7748/2568

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7748/2568

เรื่อง

สินสมรส ภริยาตายก่อน สามีทำพินัยกรรมยกที่ดินทั้งหมดให้บุตรบางคนได้หรือไม่

ประเด็นข้อกฎหมาย

  1. ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างสามีภริยา เมื่อภริยาถึงแก่ความตายก่อน สามีจะทำพินัยกรรมยกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดให้แก่บุตรบางคนได้หรือไม่
  2. เมื่อสินสมรสส่วนของภริยาผู้ตายยังไม่ได้แบ่งแยก แต่อยู่ในความครอบครองของสามีผู้ยังมีชีวิตอยู่ การฟ้องขอแบ่งมรดกภายหลังเกิน 1 ปี จะขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 หรือไม่
  3. ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ชำระค่าเช่าเริ่มนับตั้งแต่วันที่สามีถึงแก่ความตาย ทั้งที่โจทก์ขอค่าเช่านับแต่เดือนกันยายน 2561 เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือไม่

ข้อเท็จจริง

นาง พ. กับนาย ค. เป็นสามีภริยากัน มีบุตรด้วยกันรวม 8 คน รวมทั้งโจทก์และจำเลยทั้งสอง ระหว่างสมรสมีทรัพย์สินคือ ที่ดินโฉนดเลขที่ 17268 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านชั้นเดียว 12 ห้อง ซึ่งนำออกให้บุคคลภายนอกเช่าอยู่อาศัย

ต่อมา นาง พ. ถึงแก่ความตายก่อน โดยยังไม่ได้มีการแบ่งสินสมรสหรือจัดการมรดก หลังจากนั้น นาย ค. ถึงแก่ความตาย

ก่อนถึงแก่ความตาย นาย ค. ได้ทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ยกทรัพย์มรดกทั้งหมด รวมถึงที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ให้แก่จำเลยทั้งสอง และตั้งจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนาย ค.

โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนาง พ. เห็นว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นสินสมรสระหว่างนาง พ. กับนาย ค. นาย ค. จึงมีสิทธิทำพินัยกรรมได้เฉพาะส่วนของตน ไม่อาจนำส่วนที่เป็นของนาง พ. ไปยกให้จำเลยทั้งสองได้

โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นสินสมรส ให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนาง พ. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์กึ่งหนึ่ง และให้ชำระค่าเช่าในส่วนของนาง พ. นับแต่เดือนกันยายน 2561 เป็นต้นไป

จำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไม่ใช่สินสมรส แต่เป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 สร้างขึ้นเอง อีกทั้งโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และคดีขาดอายุความ ส่วนจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษากลับว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นสินสมรส พินัยกรรมของนาย ค. ไม่มีผลผูกพันในส่วนของนาง พ. จำเลยที่ 1 จึงได้รับอนุญาตให้ฎีกา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7748/2568 วินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างนาง พ. กับนาย ค. เมื่อนาง พ. ถึงแก่ความตาย การสมรสย่อมสิ้นสุดลง

นาย ค. มีกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอันเป็นสินสมรสอยู่กึ่งหนึ่ง ส่วนอีกกึ่งหนึ่งเป็นมรดกตกแก่ทายาทโดยธรรมของนาง พ.

นาย ค. ไม่มีสิทธินำที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในส่วนของนาง พ. ไปทำพินัยกรรมยกให้แก่จำเลยทั้งสอง เพราะส่วนนั้นไม่ใช่ทรัพย์มรดกของนาย ค.

การที่นาย ค. ทำพินัยกรรมยกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการนำสินสมรสส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของนาง พ. ไปทำพินัยกรรมยกให้แก่จำเลยทั้งสอง อันไม่ชอบด้วย ป.พ.พ. มาตรา 1481 พินัยกรรมของนาย ค. ในส่วนที่เป็นสินสมรสของนาง พ. จึงไม่มีผลผูกพัน

ส่วนประเด็นอายุความ ศาลฎีกาเห็นว่า สินสมรสระหว่างนาง พ. กับนาย ค. ยังไม่ได้มีการแบ่งแยก แต่อยู่ในความครอบครองของนาย ค.

กรณีจึงถือว่า นาย ค. ครอบครองทรัพย์มรดกของนาง พ. แทนทายาท อันเป็นการครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1748 ซึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754

ดังนั้น แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยเกินกว่า 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกตาย หรือนับแต่ทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก คดีฟ้องขอแบ่งมรดกของโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความ

สำหรับค่าเช่า โจทก์มีคำขอให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทในส่วนของนาง พ. นับแต่เดือนกันยายน 2561 ถึงวันฟ้อง และให้ส่งมอบค่าเช่าบ้านในส่วนของนาง พ. ทุกเดือน เดือนละ 9,000 บาท จนกว่าโจทก์จะจัดการมรดกของนาง พ. แล้วเสร็จ

แต่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินทุกเดือน เดือนละ 6,000 บาท แก่โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนาง พ. นับแต่วันที่นาย ค. ถึงแก่ความตาย คือวันที่ 30 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ

ศาลฎีกาจึงแก้ไขคำพิพากษาในส่วนนี้

ผลคดี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

  • มาตรา 1481 เดิม
    เรื่องสามีหรือภริยาไม่มีอำนาจทำพินัยกรรมยกสินสมรสที่เกินกว่าส่วนของตนให้แก่บุคคลใดได้
  • มาตรา 1533
    เรื่องการแบ่งสินสมรสเมื่อการสมรสสิ้นสุดลง
  • มาตรา 1625 (1)
    เรื่องการแบ่งทรัพย์ระหว่างคู่สมรสฝ่ายที่ยังมีชีวิตกับกองมรดกของคู่สมรสฝ่ายที่ตาย
  • มาตรา 1748
    เรื่องการครอบครองทรัพย์มรดกก่อนแบ่งมรดก
  • มาตรา 1754
    เรื่องอายุความฟ้องคดีมรดก

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

  • มาตรา 142
    เรื่องศาลพิพากษาไม่เกินคำขอ
  • มาตรา 245 และมาตรา 252
    เรื่องผลของคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์และฎีกา โดยเฉพาะกรณีหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้

พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553

  • มาตรา 6 และมาตรา 182/1 วรรคสอง
    เรื่องการนำบทบัญญัติวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับในคดีครอบครัว และผลของคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์ฎีกา

ฎีกาย่อ

เมื่อ พ. ถึงแก่ความตาย การสมรสระหว่าง พ. และ ค. สิ้นสุดลง ค. มีกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทอันเป็นสินสมรสอยู่ด้วยกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1625 (1) ประกอบมาตรา 1533 ส่วนที่เหลือย่อมเป็นมรดกตกแก่ทายาทโดยธรรมของ พ. ที่ยังมีชีวิตอยู่ และ ค. ไม่มีสิทธินำที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทส่วนของ พ. ไปทำพินัยกรรมของตนยกให้แก่จำเลยทั้งสองอันเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1481 พินัยกรรมของ ค. ในส่วนที่เป็นสินสมรสของ พ. จึงไม่มีผลผูกพัน

สินสมรสระหว่าง ค. กับ พ. ยังไม่ได้มีการแบ่งแยก แต่อยู่ในความครอบครองของ ค. ถือว่า ค. ครอบครองทรัพย์มรดกของ พ. แทนทายาทอันเป็นการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1748 ซึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับอายุความตามมาตรา 1754 แม้โจทก์ฟ้องจำเลยเกินกว่ากำหนดหนึ่งปีนับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก คดีฟ้องขอแบ่งมรดกของโจทก์ไม่ขาดอายุความตามมาตรา 1754

โจทก์มีคำขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทในส่วนของ พ. นับแต่เดือนกันยายน 2561 ถึงวันฟ้อง และให้ส่งมอบค่าเช่าบ้านในส่วนของ พ. ทุกเดือน เดือนละ 9,000 บาท จนกว่าโจทก์จะจัดการมรดกของ พ. แล้วเสร็จ แต่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินทุกเดือน เดือนละ 6,000 บาท แก่โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของ พ. นับแต่วันที่ ค. ถึงแก่ความตายวันที่ 30 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป เป็นการพิพากษาเกินคำขอ เป็นการไม่ชอบ และเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลฎีกาพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 2 ซึ่งไม่ได้ยื่นฎีกามาด้วยได้

อ้างอิงและคำค้นที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิง:
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7748/2568

คำค้นที่เกี่ยวข้อง:
สินสมรส, พินัยกรรม, ภริยาตายก่อน, สามีทำพินัยกรรม, มรดก, อายุความคดีมรดก, ฟ้องแบ่งมรดก, ผู้จัดการมรดก, พินัยกรรมยกที่ดิน, ป.พ.พ. มาตรา 1481, ป.พ.พ. มาตรา 1748, ป.พ.พ. มาตรา 1754

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า