สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 387-388/2488
เรื่อง พินัยกรรมพิมพ์ลายนิ้วมือ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 387-388/2488 วินิจฉัยประเด็นสำคัญเกี่ยวกับพินัยกรรมที่ผู้ทำพินัยกรรมไม่ได้ลงลายมือชื่อ แต่ใช้วิธีพิมพ์ลายนิ้วมือแทน โดยมีพยานลงชื่อรับรอง 2 คน ว่าพินัยกรรมดังกล่าวใช้บังคับได้หรือไม่ และต้องมีพยานรับรองรวม 4 คนหรือไม่
ประเด็นข้อกฎหมาย
คดีนี้มีประเด็นข้อกฎหมายสำคัญว่า
พินัยกรรมที่ผู้ทำพินัยกรรมพิมพ์ลายนิ้วมือ และมีพยานลงชื่อรับรอง 2 คน ใช้บังคับได้หรือไม่
และพยาน 2 คนที่รับรองลายพิมพ์นิ้วมือนั้น จะถือเป็นพยานรับรองลายมือชื่อในพินัยกรรมไปด้วยได้หรือไม่
หรือจะต้องมีพยานแยกเป็น 2 ชุด คือ พยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ 2 คน และพยานรับรองลายมือชื่อในพินัยกรรมอีก 2 คน รวมเป็น 4 คน
ข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดก และขอแบ่งทรัพย์ที่ตนเป็นหุ้นส่วนอยู่
จำเลยต่อสู้หลายประการ โดยอ้างว่า นาย น. ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ทั้งหมดให้แก่จำเลยแต่ผู้เดียว
ปัญหาสำคัญอยู่ที่พินัยกรรมฉบับนั้น นาย น. พิมพ์ลายนิ้วมือในพินัยกรรม โดยมีพยานลงชื่อรับรอง 2 คน
โจทก์โต้แย้งว่า พยาน 2 คนดังกล่าวเป็นเพียงพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือเท่านั้น ไม่ใช่พยานรับรองลายมือชื่อในพินัยกรรม จึงเกิดปัญหาว่าพินัยกรรมฉบับนี้ใช้บังคับได้หรือไม่
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์จึงฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว
คำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
ศาลฎีกาเห็นว่า การพิมพ์ลายนิ้วมือในพินัยกรรมนั้น กฎหมายห้ามไว้เฉพาะพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1657 วรรคสุดท้ายเท่านั้น
ส่วนพินัยกรรมในคดีนี้ เมื่อเป็นพินัยกรรมที่ทำถูกต้องตามแบบกฎหมายแล้ว การที่ผู้ทำพินัยกรรมพิมพ์ลายนิ้วมือในพินัยกรรม และมีพยานลงชื่อรับรอง 2 คน ย่อมใช้ได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า พยานที่รับรองลายนิ้วมือ 2 คนนั้น ใช้เป็นพยานรับรองลายมือชื่อในพินัยกรรมไปด้วยได้
ไม่จำเป็นต้องมีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ 2 คน แล้วต้องมีพยานรับรองลายมือชื่อในพินัยกรรมอีก 2 คน รวมเป็น 4 คน
ผลคดี
ศาลฎีกา พิพากษายืน
ผลคือ ยกฟ้องโจทก์
เพราะพินัยกรรมที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้ ใช้บังคับได้ตามกฎหมาย
สรุปหลักกฎหมาย
หลักสำคัญจากคำพิพากษาศาลฎีกานี้ คือ
พินัยกรรมแบบธรรมดา ผู้ทำพินัยกรรมสามารถพิมพ์ลายนิ้วมือแทนการลงลายมือชื่อได้ หากทำถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนด และมีพยานรับรองถูกต้อง
พยาน 2 คนที่รับรองลายพิมพ์นิ้วมือ สามารถถือเป็นพยานรับรองลายมือชื่อในพินัยกรรมไปด้วยได้ ไม่ต้องมีพยานรวม 4 คน
แต่ถ้าเป็นพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1657 จะใช้ลายพิมพ์นิ้วมือแทนลายมือชื่อไม่ได้
กล่าวโดยสรุปคือ
พินัยกรรมธรรมดา พิมพ์ลายนิ้วมือได้
แต่พินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ พิมพ์ลายนิ้วมือไม่ได้
ข้อสังเกต
คดีนี้แสดงให้เห็นว่า การพิจารณาความสมบูรณ์ของพินัยกรรม ต้องแยกก่อนว่าเป็นพินัยกรรมแบบใด
หากเป็นพินัยกรรมแบบธรรมดา การพิมพ์ลายนิ้วมือแทนการลงลายมือชื่ออาจใช้ได้ หากมีพยานรับรองถูกต้องตามกฎหมาย
แต่หากเป็นพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ กฎหมายกำหนดเคร่งครัดกว่า เพราะผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนข้อความทั้งฉบับด้วยตนเอง ลงวัน เดือน ปี และลงลายมือชื่อของตนเอง จะใช้ลายพิมพ์นิ้วมือแทนไม่ได้
ดังนั้น เวลาดูพินัยกรรมจึงไม่ควรดูเฉพาะว่ามีลายมือชื่อหรือมีลายนิ้วมือเท่านั้น แต่ต้องดูด้วยว่า พินัยกรรมนั้นทำตามแบบใด และแบบนั้นกฎหมายกำหนดเงื่อนไขไว้อย่างไร
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 4
มาตรา 1656
มาตรา 1657
ฎีกาย่อ
พินัยกรรมแบบเขียนเองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1657 กฎหมายห้ามมิให้ใช้ลายพิมพ์นิ้วมือแทนลายมือชื่อ
พินัยกรรมที่ทำถูกต้องตามมาตรา 1656 ผู้ทำพินัยกรรมพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยมีพยานลงชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ 2 คน ย่อมใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องมีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ 2 คน แล้วมีพยานรับรองลายมือชื่อในพินัยกรรมอีก 2 คน เพราะพยานที่รับรองลายพิมพ์นิ้วมือนั้น ใช้เป็นพยานรับรองลายมือชื่อในพินัยกรรมไปด้วยได้
อ้างอิง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 387-388/2488
คำค้นที่เกี่ยวข้อง
พินัยกรรมพิมพ์ลายนิ้วมือ, พินัยกรรมแบบธรรมดา, พินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ, พินัยกรรมไม่มีลายมือชื่อ, ลายพิมพ์นิ้วมือในพินัยกรรม, พยานรับรองพินัยกรรม, ป.พ.พ. มาตรา 1656, ป.พ.พ. มาตรา 1657, คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 387-388/2488, กฎหมายมรดก