ฎีกาที่ 4695/2568

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4695/2568

เรื่อง

ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาหลังพ้นกำหนด อ้างว่าไม่มีทนายความและเข้าใจคำสั่งศาลผิด ถือเป็น “เหตุสุดวิสัย” หรือไม่

ประเด็นข้อกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา “ครั้งที่ 5” หลังจาก “ล่วงพ้นกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตขยายให้แล้ว” เป็นเวลา 1 วัน

ปัญหาคือ เหตุที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าไม่ได้แต่งตั้งทนายความ ไม่มีความละเอียดรอบคอบเหมือนทนายความ เข้าใจผิดว่าศาลอนุญาตให้ขยายเวลาถึงวันที่ยื่นคำร้อง คดีมีอัตราโทษสูง และไม่เคยหลบหนี จะถือเป็น “เหตุสุดวิสัย” ที่จะขอขยายระยะเวลาภายหลังสิ้นระยะเวลาแล้วได้หรือไม่

ข้อเท็จจริง

คดีนี้จำเลยที่ 1 ต้องคำพิพากษาในคดีอาญาเกี่ยวกับความผิดฐานพยายามฆ่าและความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน

ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ให้จำเลยที่ 1 ฟังเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2567

ต่อมา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาหลายครั้ง โดยศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลาตามลำดับ ดังนี้

ครั้งที่ 1 ขยายถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2567
ครั้งที่ 2 ขยายถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2567
ครั้งที่ 3 ขยายถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2567
ครั้งที่ 4 ขยายถึงวันที่ 9 กันยายน 2567

แต่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา ครั้งที่ 5 ในวันที่ 10 กันยายน 2567 ซึ่งเป็นวันหลังจากพ้นกำหนดที่ศาลอนุญาตไว้แล้ว 1 วัน

จำเลยที่ 1 อ้างว่า “ไม่ได้แต่งตั้งทนายความ” และ “ไม่มีความละเอียดรอบคอบเหมือนทนายความ” ทำให้เข้าใจผิดว่าศาลอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาถึงวันที่ 10 กันยายน 2567 ประกอบกับคดีมีอัตราโทษสูงและจำเลยที่ 1 ไม่เคยหลบหนี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4695/2568 วินิจฉัยวางหลักว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาครั้งที่ 4 ให้แก่จำเลยที่ 1 ถึงวันที่ 9 กันยายน 2567 หากจำเลยที่ 1 ประสงค์จะยื่นฎีกา ก็สามารถยื่นฎีกาได้ภายในวันดังกล่าว

หากจำเลยที่ 1 ไม่สามารถยื่นฎีกาได้ทัน ย่อมสามารถยื่นคำร้องขออนุญาตขยายระยะเวลายื่นฎีกาต่อไปอีกได้ แต่ต้องเป็นกรณีมีพฤติการณ์พิเศษ และต้องยื่นคำร้องก่อนสิ้นระยะเวลาดังกล่าว เว้นแต่ในกรณีมี “เหตุสุดวิสัย”

การที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2567 ซึ่งล่วงพ้นกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตขยายให้แล้ว 1 วัน จึงไม่อาจทำได้ เว้นแต่กรณีมีเหตุสุดวิสัย

ดังนั้น คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตขยายระยะเวลายื่นฎีกาครั้งที่ 5 ให้แก่จำเลยที่ 1 จึง “ไม่ชอบ”

แม้ปัญหานี้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นปัญหากฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้

ผลคดี

ศาลฎีกาพิพากษา

“ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ขยายระยะเวลาฎีกาครั้งที่ 5 และยกฎีกาของจำเลยที่ 1”

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 210
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225

ฎีกาย่อ

จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาครั้งที่ 5 ล่วงพ้นกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตขยายให้แล้ว อ้างเหตุว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้แต่งตั้งทนายความและไม่มีความละเอียดรอบคอบเหมือนทนายความ ทำให้เข้าใจผิดว่าศาลอนุญาตขยายระยะเวลายื่นฎีกาถึงวันที่ยื่นคำร้องนี้ ประกอบกับคดีมีอัตราโทษสูงและจำเลยที่ 1 ไม่เคยหลบหนี ล้วนเป็นความบกพร่องของจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น มิใช่เหตุสุดวิสัยที่จะยกขึ้นอ้างเพื่อขอขยายระยะเวลาเมื่อสิ้นระยะเวลานั้นแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตขยายระยะเวลายื่นฎีกาครั้งที่ 5 ให้แก่จำเลยที่ 1 จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นควรเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวเสีย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และทำให้จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขออนุญาตให้ฎีกาและฎีกาเกินกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นขยายให้

อ้างอิง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4695/2568 จากไฟล์คำพิพากษาศาลฎีกาที่อัปโหลด

คำค้นที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4695/2568, ขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา, ยื่นฎีกาเกินกำหนด, เหตุสุดวิสัย, ไม่มีทนายความไม่ใช่เหตุสุดวิสัย, เข้าใจคำสั่งศาลผิด, ศาลฎีกายกฎีกา, ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23, ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15, ฎีกาศึกษา

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า