สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1203/2565
เรื่อง
เช่าซื้อรถยนต์ / คืนรถโดยไม่ปรากฏว่าค้างค่างวด / หนังสือแสดงเจตนาคืนรถระบุให้รับผิดส่วนที่ขาด / ผู้ให้เช่าซื้อเรียกค่าขาดราคาได้หรือไม่
ประเด็นข้อกฎหมาย
ผู้เช่าซื้อส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่ผู้ให้เช่าซื้อ โดยขณะคืนรถ ไม่ปรากฏว่าผู้เช่าซื้อประพฤติผิดสัญญาข้อใด หรือมีหนี้ที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้อ แต่มีหนังสือแสดงเจตนาคืนรถระบุว่า หากขายรถได้เงินไม่พอชำระหนี้คงค้างตามสัญญา ผู้เช่าซื้อจะรับผิดส่วนที่ขาด หรือค่าขาดราคา ผู้ให้เช่าซื้อจะเรียกค่าขาดราคาจากผู้เช่าซื้อได้หรือไม่
ข้อเท็จจริง
จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กับโจทก์ ตกลงชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวดรายเดือน รวม 72 เดือน เดือนละ 6,436 บาท โดยเริ่มชำระงวดแรกวันที่ 20 มกราคม 2561
จำเลยชำระค่าเช่าซื้อมาแล้ว และมีข้อเท็จจริงสำคัญว่า ขณะจำเลยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ ไม่ปรากฏว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญาข้อใด หรือมีหนี้ที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้อแก่โจทก์
ต่อมาวันที่ 19 ตุลาคม 2561 จำเลยทำหนังสือแสดงเจตนาคืนรถยนต์ พร้อมส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์
ในหนังสือแสดงเจตนาคืนรถมีข้อความว่า หากโจทก์นำรถยนต์ออกขายแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้คงค้างตามสัญญา จำเลยจะรับผิดส่วนที่ขาดแก่โจทก์ ซึ่งส่วนที่ขาดในคดีนี้ คือยอดที่โจทก์นำมาฟ้องเรียกเป็น ค่าขาดราคา
ภายหลังโจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยใช้สิทธิซื้อรถยนต์ที่เช่าซื้อคืน และต่อมาวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 โจทก์นำรถยนต์ออกขายทอดตลาด ได้เงิน 168,980 บาท
โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าขาดราคาจากจำเลย โดยอ้างว่า จำเลยตกลงรับผิดส่วนที่ขาดไว้แล้วตามหนังสือแสดงเจตนาคืนรถ
จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและส่งมอบรถคืนแก่โจทก์ โดยโจทก์ไม่ได้ทวงถามหรือบอกเลิกสัญญาก่อน จึงถือว่าหนี้ระงับ อีกทั้งหนังสือแสดงเจตนาคืนรถเป็นโมฆะ และหนังสือบอกกล่าวขายทอดตลาดไม่ชอบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1203/2565 วินิจฉัยวางหลักว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ขณะจำเลยนำรถยนต์ที่เช่าซื้อไปคืนโจทก์ ไม่ปรากฏว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญาข้อใด หรือมีหนี้ที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้อแก่โจทก์
กรณีจึงไม่อาจถือว่าจำเลยใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 12 อันจะทำให้ต้องรับผิดค่าขาดราคาตามสัญญาข้อ 13
การส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ จึงถือว่าจำเลยใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นอันเลิกกันนับแต่วันที่จำเลยส่งมอบรถยนต์คืนแก่โจทก์
เมื่อสัญญาเลิกกันโดยจำเลยไม่ได้ประพฤติผิดสัญญาและไม่มีหนี้ที่ต้องรับผิดต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาค่าเช่าซื้อตามสัญญาจากจำเลย
ส่วนหนังสือแสดงเจตนาคืนรถนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เอกสารดังกล่าว มิใช่สัญญาเช่าซื้อ แต่เป็นเพียงหลักฐานการส่งมอบทรัพย์ที่เช่าซื้อคืน และเป็นการรับรองว่า หากโจทก์นำรถยนต์ออกขายได้เงินไม่พอชำระหนี้คงค้างตามสัญญา จำเลยจะรับผิดชดใช้ส่วนที่ขาดแก่โจทก์
แต่เมื่อโจทก์และจำเลย ไม่มีมูลหนี้ค่าขาดราคาต่อกัน เอกสารดังกล่าวจึงไม่มีผลบังคับให้จำเลยต้องรับผิดค่าขาดราคา
ผลคดี
ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ผลคือ ยกฟ้องโจทก์
จำเลยไม่ต้องรับผิดค่าขาดราคาตามที่โจทก์ฟ้องเรียก
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573
ผู้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้ โดยส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนแก่เจ้าของด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง
ฎีกาย่อ
ขณะจำเลยนำรถยนต์ที่เช่าซื้อไปคืนโจทก์ และโจทก์รับคืนไม่ปรากฏว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญาข้อใดหรือมีหนี้ที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้อแก่โจทก์ จึงไม่อาจถือว่าจำเลยใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 12 ซึ่งต้องรับผิดชดใช้ค่าขาดราคาตามสัญญาข้อ 13 เพราะการแสดงเจตนาคืนรถที่จะถือว่าเป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อของผู้เช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 12 ที่ระบุว่า “ผู้เช่าซื้อจะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อในเวลาใดๆ เสียก็ได้โดยผู้เช่าซื้อจะต้องคืนและส่งมอบรถยนต์...และชำระเงินทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระหรือเป็นหนี้ตามสัญญานี้อยู่ในเวลานั้นทันที...” ต้องปรากฏว่าจำเลยยังคงมีหนี้หรือเงินที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้ออยู่ในขณะที่ส่งมอบรถคืนโจทก์ เมื่อจำเลยไม่มีเงินหรือหนี้ที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้อ กรณีถือว่าจำเลยใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาด้วยการส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นอันเลิกกันนับแต่วันที่จำเลยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ โดยจำเลยไม่ได้ประพฤติผิดสัญญาและไม่มีหนี้ที่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามมาตรา 573 โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดราคาค่าเช่าซื้อตามสัญญาจากจำเลย
แม้จำเลยตกลงรับผิดในบรรดาหนี้ค้างชำระที่เกิดขึ้นจากการบอกเลิกสัญญาให้แก่โจทก์ตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 13 ตามหนังสือแสดงเจตนาคืนรถของจำเลยก็ตาม แต่หนังสือแสดงเจตนาคืนรถมิใช่สัญญาเช่าซื้อ เป็นเพียงหลักฐานการส่งมอบทรัพย์ที่เช่าซื้อคืนและจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อรับรองต่อโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อว่า หากโจทก์นำรถยนต์ที่เช่าซื้อออกขายได้เงินไม่เพียงพอชำระหนี้คงค้างตามสัญญา จำเลยจะยอมรับผิดชดใช้ส่วนที่ขาดแก่โจทก์ ซึ่งหามีผลให้จำเลยต้องรับผิดค่าขาดราคาตามเอกสารนั้นไม่ เพราะเป็นการรับสภาพหนี้สินว่ามีอยู่ทั้งที่ไม่มีเนื่องจากโจทก์และจำเลยไม่มีมูลหนี้ค่าขาดราคาต่อกัน จึงไม่มีผลบังคับแก่กันได้
อ้างอิง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1203/2565