แม้จำเลยไม่ได้เข้าไปในตัวที่ดินของโจทก์โดยตรง แต่จำเลยร่วมกันปักเสาคอนกรีตและล้อมลวดหนามบริเวณแนวทางหลวงชนบทด้านหน้าที่ดินของโจทก์ จนทำให้โจทก์ไม่สามารถเข้าออกที่ดินของตนได้ การกระทำดังกล่าวจะถือว่าเป็นการบุกรุกอสังหาริมทรัพย์หรือไม่
อีกประเด็นหนึ่งคือ แม้ความผิดบางส่วนจะต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกา แต่หากเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจะมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและปรับบทลงโทษให้ถูกต้องได้หรือไม่
โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินแปลงพิพาทตามคำพิพากษาคดีแพ่ง และมีการบังคับคดีส่งมอบการครอบครองที่ดินให้แก่โจทก์แล้ว
ที่ดินของโจทก์ด้านทิศเหนือจดทางหลวงชนบท ซึ่งเป็นทางเข้าออกที่ดินของโจทก์
ต่อมา จำเลยทั้งสองร่วมกันนำเสาคอนกรีตไปปักและล้อมลวดหนามตลอดแนวด้านทิศเหนือของที่ดินโจทก์ บริเวณที่ติดกับทางหลวงชนบท ทำให้โจทก์ไม่สามารถเข้าออกที่ดินของตนได้
จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยไม่ได้เข้าไปในที่ดินของโจทก์ การกระทำจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ในคดีส่วนอาญา โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยทั้งสองไม่ได้เข้าไปในที่ดินของโจทก์โดยตรง แต่การร่วมกันปักเสาคอนกรีตและล้อมลวดหนามในบริเวณที่ทำให้โจทก์ไม่สามารถเข้าออกที่ดินของตนได้ ถือว่าเป็นการล่วงล้ำเข้าไปในอำนาจการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์แล้ว
การกระทำดังกล่าวเป็นการรบกวนการครอบครองของโจทก์โดยปกติสุข จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานบุกรุก
ศาลฎีกายังวินิจฉัยว่า แม้ความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2) ประกอบมาตรา 362, 83 จะต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 แต่การปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 ให้ถูกต้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ โดยไม่เป็นการเพิ่มเติมโทษ
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า
จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2) ประกอบมาตรา 362 และมาตรา 83
ลงโทษจำคุกคนละ 6 เดือน
ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78
คงจำคุกคนละ 4 เดือน
จำเลยทั้งสองร่วมกันปักเสาคอนกรีตและล้อมลวดหนามในที่ดินของทางหลวงชนบทตลอดแนวด้านทิศเหนือของที่ดินโจทก์ ทำให้โจทก์ไม่สามารถเข้าออกที่ดินของโจทก์ได้ ถึงแม้จำเลยทั้งสองไม่ได้เข้าไปในที่ดินของโจทก์ก็ตาม ก็ถือได้ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการล่วงล้ำเข้าไปในอำนาจการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์แล้ว อันเป็นการรบกวนการครอบครองของโจทก์โดยปกติสุข จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2) ประกอบมาตรา 83, 362
แม้ความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2) ประกอบมาตรา 362, 83 ต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 แต่การปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นเพื่อปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 ให้ถูกต้องได้ โดยไม่เพิ่มเติมโทษตามมาตรา 195 วรรคสอง และมาตรา 212 ประกอบมาตรา 225
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 83
มาตรา 362
มาตรา 365 (2)
มาตรา 78
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 195 วรรคสอง
มาตรา 212
มาตรา 220
มาตรา 225
คดีนี้ศาลฎีกาวางหลักว่า หากจำเลยปักเสาคอนกรีตและล้อมลวดหนามปิดทางเข้าออกที่ดิน จนทำให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองไม่สามารถเข้าออกที่ดินของตนได้ แม้จำเลยจะไม่ได้เข้าไปในตัวที่ดินโดยตรง ก็อาจเป็นความผิดฐานบุกรุกได้
เพราะสาระสำคัญอยู่ที่การรบกวนอำนาจการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหาย ไม่ใช่ดูเพียงว่าจำเลยเหยียบเข้าไปในเขตที่ดินหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3817/2568