#ฎีกาศึกษา #ทนายความ
สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1223/2551
เรื่อง
พินัยกรรมทหารพยานไม่ครบ จะอ้างว่าเป็นพินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับได้หรือไม่
ประเด็นข้อกฎหมาย
ประเด็นที่ 1
พินัยกรรมทหารฉบับลงวันที่ 3 มกราคม 2540 มีผลใช้บังคับได้หรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า พยานลงชื่อเป็นพยานเพียงคนเดียว
ประเด็นที่ 2
หากพินัยกรรมทหารฉบับดังกล่าวตกเป็นโมฆะ จะถือว่ามีผลสมบูรณ์ในฐานะเป็น พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1657 ได้หรือไม่
ประเด็นที่ 3
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าพินัยกรรมทหารตกเป็นโมฆะ เป็นคดีที่อยู่ภายใต้บังคับอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 หรือไม่
ข้อเท็จจริง
โจทก์เป็นมารดาของเจ้ามรดก ส่วนจำเลยที่ 1 เป็นภริยาของเจ้ามรดก มีบุตรด้วยกัน 2 คน
จำเลยที่ 2 เคยเป็นภริยาของเจ้ามรดก และมีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ จำเลยที่ 3 ต่อมาจำเลยที่ 2 กับเจ้ามรดกได้หย่าขาดจากกัน
เจ้ามรดกถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2540 ต่อมามีการอ้างว่าเจ้ามรดกทำ พินัยกรรมทหารฉบับลงวันที่ 3 มกราคม 2540 ยกทรัพย์มรดกให้แก่จำเลยที่ 1 กับบุตรบางคน รวมทั้งจำเลยที่ 3
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า พินัยกรรมทหารฉบับลงวันที่ 3 มกราคม 2540 เป็นโมฆะ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า พินัยกรรมทหารฉบับลงวันที่ 3 มกราคม 2540 เป็นโมฆะ
จำเลยที่ 3 ฎีกา
ข้อเท็จจริงในประเด็นพยาน ศาลฎีกาฟังได้ว่า พินัยกรรมทหารฉบับดังกล่าวมีลายมือชื่อของนายทหาร 2 ท่านอยู่ในช่องพยาน แต่นายทหารท่านหนึ่งเบิกความว่า ไม่เคยลงลายมือชื่อเป็นพยานในพินัยกรรมทหารฉบับนั้นเลย ส่วนนายทหารอีกท่านหนึ่งเบิกความว่า เจ้าของมรดกนำพินัยกรรมทหารฉบับดังกล่าวมาให้ลงลายมือชื่อเป็นพยาน และขณะนั้นนายทหารท่านหนึ่งไม่ได้อยู่ในที่นั้นด้วย
ศาลฎีกาเห็นว่า คำเบิกความของพยานทั้งสองมีน้ำหนักน่ารับฟัง ไม่มีข้อพิรุธอันชวนให้ระแวงสงสัย ข้อเท็จจริงจึงน่าเชื่อว่า นายทหารท่านหนึ่งไม่ได้ลงชื่อเป็นพยานในพินัยกรรมทหารฉบับลงวันที่ 3 มกราคม 2540 คงมีนายทหารอีกท่านหนึ่งลงชื่อเป็นพยานในพินัยกรรมทหารเพียงคนเดียวเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1223/2551 วินิจฉัยวางหลักว่า
ประเด็นที่ 1
พินัยกรรมทหารฉบับพิพาททำขึ้นถูกต้องตามแบบหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พินัยกรรมทหารฉบับลงวันที่ 3 มกราคม 2540 มีพยานลงชื่อเป็นพยานเพียงคนเดียวเท่านั้น
พินัยกรรมทหารฉบับดังกล่าวจึงทำขึ้นโดย ไม่ถูกต้องตามแบบที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ กล่าวคือ ผู้ทำพินัยกรรมไม่ได้ลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน และพยาน 2 คนลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น
ดังนั้น พินัยกรรมทหารฉบับนี้จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1705 จำเลยที่ 3 ไม่อาจอาศัยพินัยกรรมทหารฉบับดังกล่าวมาอ้างอิงแสวงสิทธิใด ๆ ได้
ประเด็นที่ 2
พินัยกรรมทหารฉบับพิพาทจะถือเป็นพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับได้หรือไม่
จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า หากพินัยกรรมทหารฉบับนั้นตกเป็นโมฆะ ไม่มีผลใช้บังคับตามกฎหมาย ก็อาจมีผลสมบูรณ์ในฐานะที่เป็น พินัยกรรมที่เจ้ามรดกเขียนเองทั้งฉบับ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1657
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ เป็นพินัยกรรมซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ผู้ทำพินัยกรรม เขียนข้อความในส่วนสาระสำคัญด้วยลายมือของตนเองทั้งหมด มีใจความกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในเรื่องอื่นที่จะให้เกิดผลบังคับเมื่อตนตายก็ได้
ทั้งนี้ ข้อความที่เขียนด้วยลายมือตนเองต้องมีข้อความที่อ่านแล้วพอเข้าใจได้ว่า ผู้ทำพินัยกรรมประสงค์จะให้ทรัพย์มรดกตกได้แก่ใคร
แต่พินัยกรรมทหารฉบับลงวันที่ 3 มกราคม 2540 เป็น แบบพิมพ์พินัยกรรมของทางราชการทหาร ซึ่งพิมพ์ข้อความกำหนดการเผื่อตายของผู้ทำพินัยกรรมไว้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว คงเว้นช่องว่างไว้ให้ผู้ทำพินัยกรรมกรอกแต่เฉพาะสถานที่ วัน เดือน ปีที่ทำพินัยกรรม ชื่อของผู้ทำพินัยกรรม ผู้รับพินัยกรรม และลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมเท่านั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยจุดสำคัญว่า หากตัดข้อความที่เป็นตัวพิมพ์ออกเสีย ให้เหลือแต่เฉพาะข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมเขียนด้วยลายมือตนเอง ก็ ไม่มีความหมายเป็นพินัยกรรม
ดังนั้น พินัยกรรมทหารฉบับนี้จึงไม่เป็นพินัยกรรมแบบที่ผู้ทำพินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ
ประเด็นที่ 3
ฟ้องให้พินัยกรรมตกเป็นโมฆะ ขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 หรือไม่
จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องคดีเมื่อล่วงพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่รู้ว่ามีพินัยกรรมทหารฉบับลงวันที่ 3 มกราคม 2540 คดีของโจทก์จึงขาดอายุความฟ้องร้องตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บทกฎหมายที่จำเลยที่ 3 ยกขึ้นอ้างเป็นเรื่อง การใช้สิทธิเรียกร้องเอาทรัพย์มรดกที่ตนมีสิทธิได้รับในฐานะทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรม ซึ่งต้องอยู่ในบังคับบทบัญญัติแห่งอายุความ
แต่คดีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลขอให้พิพากษาว่า พินัยกรรมทหารฉบับลงวันที่ 3 มกราคม 2540 ตกเป็นโมฆะ ไม่ใช่การใช้สิทธิเรียกร้องเอาแก่จำเลยที่ 3
จึง ไม่อยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติเรื่องอายุความ ฎีกาของจำเลยที่ 3 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
ผลคดี
ศาลฎีกาพิพากษายืน
ผลคือ พินัยกรรมทหารฉบับลงวันที่ 3 มกราคม 2540 เป็นโมฆะ
จำเลยที่ 3 ไม่อาจอาศัยพินัยกรรมทหารฉบับดังกล่าวมาอ้างอิงแสวงสิทธิใด ๆ ได้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 วรรคหนึ่ง
เกี่ยวกับพินัยกรรมแบบธรรมดา ซึ่งผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน และพยาน 2 คนลงลายมือชื่อรับรองในขณะนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1657
เกี่ยวกับพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ซึ่งผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนข้อความในส่วนสาระสำคัญด้วยลายมือของตนเองทั้งหมด
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1705
เกี่ยวกับผลของพินัยกรรมที่ทำขึ้นไม่ถูกต้องตามแบบ คือ ตกเป็นโมฆะ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754
เกี่ยวกับอายุความการใช้สิทธิเรียกร้องเอาทรัพย์มรดกในฐานะทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรม
ฎีกาย่อ
พลตรี น. ไม่ได้ลงชื่อเป็นพยานในพินัยกรรมทหารฉบับพิพาท คงมีพันเอก พ. ลงชื่อเป็นพยานเพียงคนเดียวเท่านั้น พินัยกรรมทหารฉบับพิพาทจึงทำขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามแบบที่ ป.พ.พ. มาตรา 1656 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 1705 จำเลยที่ 3 ไม่อาจอาศัยพินัยกรรมทหารฉบับพิพาทมาอ้างอิงแสวงสิทธิใด ๆ ได้ พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับเป็นพินัยกรรมซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ผู้ทำพินัยกรรมเขียนข้อความในส่วนสาระสำคัญด้วยลายมือตนเองทั้งหมด มีใจความกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนเอง หรือในเรื่องอื่นที่จะให้เกิดผลบังคับเมื่อตนตายก็ได้ ทั้งนี้ ข้อความที่เขียนด้วยลายมือตนเองต้องมีข้อความที่อ่านแล้วพอเข้าใจได้ว่าผู้ทำพินัยกรรมประสงค์จะให้ทรัพย์มรดกตกได้แก่ใคร แต่พินัยกรรมทหารฉบับพิพาทเป็นแบบพิมพ์พินัยกรรมของทางราชการทหาร ซึ่งพิมพ์ข้อความกำหนดการเผื่อตายของผู้ทำพินัยกรรมไว้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว คงเว้นช่องว่างไว้ให้ผู้ทำพินัยกรรมกรอกแต่เฉพาะสถานที่และวัน เดือน ปีที่ทำพินัยกรรมกับชื่อของผู้ทำพินัยกรรม ผู้รับพินัยกรรมและลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมเท่านั้น หากตัดข้อความที่เป็นตัวพิมพ์ออกเสีย ให้เหลือแต่เฉพาะข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมเขียนด้วยลายมือตนเองก็ไม่มีความหมายเป็นพินัยกรรม พินัยกรรมทหารฉบับพิพาทจึงไม่เป็นพินัยกรรมแบบผู้ทำพินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ บทบัญญัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 ที่จำเลยที่ 3 ยกขึ้นอ้างเป็นเรื่องอายุความการใช้สิทธิเรียกร้องเอาทรัพย์มรดกที่ตนมีสิทธิได้รับในฐานะทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรม แต่คดีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าพินัยกรรมทหารฉบับพิพาทตกเป็นโมฆะ ไม่ใช่การใช้สิทธิเรียกร้องเอาแก่จำเลยที่ 3 จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติเรื่องอายุความดังกล่าว
อ้างอิง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1223/2551
แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
คำค้นที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1223/2551, พินัยกรรมทหาร, พินัยกรรมพยานไม่ครบ, พินัยกรรมแบบธรรมดา, พินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ, พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ, พินัยกรรมเป็นโมฆะ, แบบพิมพ์พินัยกรรม, กรอกข้อความในแบบฟอร์มพินัยกรรม, ป.พ.พ. มาตรา 1656, ป.พ.พ. มาตรา 1657, ป.พ.พ. มาตรา 1705, ป.พ.พ. มาตรา 1754, อายุความฟ้องพินัยกรรมเป็นโมฆะ, กฎหมายมรดก, ฎีกาศึกษา