ฎีกาที่ 8829/2568

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

⚖️ สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8829/2568

เรื่อง
อายุความฟ้องร้องบังคับชำระหนี้จากกองมรดก: 1 ปี นับอย่างไร 10 ปี นับอย่างไร

ประเด็นข้อกฎหมาย

ฟ้องแย้งของจำเลย
ซึ่งเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องที่มีต่อเจ้ามรดก
ขาดอายุความแล้วหรือไม่

โดยมีประเด็นสำคัญว่า

อายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม
ต้องนับจากวันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย
หรือ
นับจากวันที่เจ้าหนี้
“ได้รู้หรือควรจะได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก”


ข้อเท็จจริง

นาย ก. มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท
โฉนดเลขที่ 4852

นาย ก. ได้ตกลงขายที่ดินพิพาท
และมอบโฉนดที่ดินพิพาทให้จำเลยแล้ว

ไม่ใช่เพียงแต่นำโฉนดที่ดินพิพาท
ไปวางประกันหนี้เงินกู้ตามคำฟ้องของโจทก์เท่านั้น

ต่อมา นาย ก. ถึงแก่ความตาย
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561

จำเลยทราบเรื่องการตายของนาย ก.
ตั้งแต่ได้รับเอกสารยืนยันจากทางราชการ
คือวันที่ 30 สิงหาคม 2564

ต่อมาจำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8829/2568 วินิจฉัยว่า

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม
ห้ามเจ้าหนี้กองมรดกใช้สิทธิเรียกร้องที่มีต่อเจ้ามรดกมาฟ้องร้อง
เมื่อพ้นกำหนด 1 ปี

อายุความ 1 ปี
ให้นับแต่เมื่อเจ้าหนี้

“ได้รู้หรือควรจะได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก”

มิใช่
นับแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย

แต่ถ้าจะนับจากวันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย
ต้องนับระยะเวลา

10 ปี

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1754 วรรคสี่

คดีนี้ โจทก์เพียงอ้างว่า
จำเลยฟ้องแย้งเกินกว่า 1 ปี
นับแต่นาย ก. ถึงแก่ความตายเท่านั้น

แต่โจทก์ไม่ได้ยืนยันให้เห็นว่า
จำเลยได้รู้หรือควรได้รู้ถึงการตายของนาย ก. ตั้งแต่เมื่อใด

อีกทั้ง นาย ก. ไม่ใช่ญาติพี่น้องของจำเลย
ไม่ได้สนิทสนมกันมาก่อน
เพียงแต่มีการนำที่ดินพิพาทมาขายให้จำเลยเท่านั้น

การถึงแก่ความตายของนาย ก.
จึงไม่ใช่เรื่องที่จำเลยควรจะต้องรู้แต่แรก

เมื่อจำเลยไปขอคัดสำเนาเอกสารเกี่ยวกับการตายของนาย ก.
และได้รับเอกสารยืนยันจากทางราชการ
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564

จึงถือว่าจำเลยทราบเรื่องการตายของนาย ก.
ตั้งแต่วันดังกล่าว

เมื่อจำเลยมายื่นคำให้การและฟ้องแย้ง
วันที่ 20 มกราคม 2565

จึงยังไม่เกิน 1 ปี
นับแต่วันที่จำเลยได้รู้ หรือควรได้รู้
ถึงเรื่องการตายของนาย ก.

ฟ้องแย้งของจำเลย
“จึงยังไม่ขาดอายุความ”


สรุป

คำพิพากษาศาลฎีกานี้วางหลักสำคัญเกี่ยวกับ
อายุความการใช้สิทธิเรียกร้องต่อกองมรดก

โดยอายุความ 1 ปี
ในการฟ้องร้องใช้สิทธิเรียกร้องที่มีต่อเจ้ามรดก
ไม่ได้นับจากวันที่เจ้ามรดกตายเสมอไป

แต่ให้นับจากวันที่เจ้าหนี้
“ได้รู้หรือควรจะได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก”

ส่วนกรณีที่จะนับจากวันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย
ต้องนับเป็นอายุความ

10 ปี

ตามมาตรา 1754 วรรคสี่

คดีนี้จำเลยทราบเรื่องการตายของเจ้ามรดก
วันที่ 30 สิงหาคม 2564

และยื่นคำให้การพร้อมฟ้องแย้ง
วันที่ 20 มกราคม 2565

จึงยังอยู่ภายในกำหนด 1 ปี

ฟ้องแย้งของจำเลย
ไม่ขาดอายุความ


ผลคดี

ศาลฎีกาพิพากษากลับ

ให้ยกฟ้องโจทก์

และให้โจทก์โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 4852
ให้แก่จำเลย

หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตาม
ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์

แต่หากสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่อง
ให้โจทก์ชำระเงินตามที่ศาลกำหนด

โดยโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดก
ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกของนาย ก.


กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1754 วรรคสาม และวรรคสี่


หลักกฎหมายสำคัญ

อายุความ 1 ปี
นับจากวันที่เจ้าหนี้
รู้ หรือควรได้รู้ว่าเจ้ามรดกตาย

อายุความ 10 ปี
นับจากวันที่
เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย


คำค้นที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8829/2568, อายุความกองมรดก, เจ้าหนี้กองมรดก, ฟ้องร้องหนี้กองมรดก, ฟ้องแย้งขาดอายุความ, ป.พ.พ. มาตรา 1754, มาตรา 1754 วรรคสาม, มาตรา 1754 วรรคสี่, อายุความ 1 ปี กองมรดก, อายุความ 10 ปี กองมรดก, ผู้จัดการมรดก, เรียกร้องหนี้จากกองมรดก, ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก, ฎีกาอายุความ, ฎีกามรดก

ส่งต่อความรู้ทางกฎหมายให้เพื่อนๆ ของคุณ
แชร์ลง Facebook แชร์ลง LINE

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า