ฎีกาที่ 6568/2567

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6568/2567

เรื่อง

อายุความสิทธิเรียกร้องตามสัญญาสินเชื่อเงินสด / สินเชื่อหมุนเวียน หรือบัตรกดเงินสด


ประเด็นข้อกฎหมาย

สัญญาสินเชื่อเงินสดหรือสินเชื่อหมุนเวียน
ที่ผู้กู้สามารถใช้บัตรกดเงินสดเบิกถอนเงินกู้ได้

และมีข้อกำหนดให้ผู้กู้ชำระหนี้เป็นงวดรายเดือน
ไม่น้อยกว่าจำนวนเงินขั้นต่ำ

แต่สัญญาไม่ได้กำหนดว่า
หากผู้กู้เลือกผ่อนชำระเป็นงวดรายเดือน
ผู้กู้ต้องผ่อนชำระเป็นเวลากี่งวด

กรณีนี้ถือเป็นสิทธิเรียกร้องที่มีลักษณะ
“ผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ”
อันมีอายุความ 5 ปี
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (2) หรือไม่

หรือเป็นสิทธิเรียกร้องที่กฎหมายไม่ได้บัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ
จึงมีอายุความทั่วไป 10 ปี
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30


ข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2550
จำเลยทำสัญญาสินเชื่อเงินสด / สินเชื่อหมุนเวียน
กับบริษัท อ. วงเงินกู้ 58,700 บาท

คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี
และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินอัตราร้อยละ 10.92 ต่อปี

สัญญากำหนดให้จำเลยชำระหนี้เป็นงวดรายเดือน
ไม่น้อยกว่าจำนวนเงินขั้นต่ำ

โดยจำนวนเงินขั้นต่ำดังกล่าว
กำหนดไว้ไม่เกินอัตราร้อยละ 8 ของเงินต้นคงค้าง
หรือไม่ต่ำกว่า 400 บาท

หรือจำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินคงค้างในแต่ละเดือน
แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า

โดยต้องชำระทุกวันที่ 27 ของเดือน

หากจำเลยไม่ชำระงวดใดงวดหนึ่ง
จำเลยยอมให้คิดดอกเบี้ยในอัตราผิดนัด
และตามข้อกำหนดของสัญญา
ผู้ให้กู้มีสิทธิเรียกให้ผู้กู้ชำระหนี้ทั้งหมดได้ทันที

ต่อมาจำเลยเบิกถอนเงินสดตามสัญญา
แต่ชำระหนี้เพียงบางส่วน

โดยจำเลยชำระหนี้ครั้งสุดท้าย
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2556
เป็นเงิน 800 บาท

ภายหลังบริษัทโจทก์ได้รับโอนสิทธิเรียกร้อง
ตามบัญชีลูกหนี้ซึ่งรวมถึงมูลหนี้ของจำเลย

โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้อง
และทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้ว

แต่จำเลยเพิกเฉยไม่ชำระหนี้แก่โจทก์

โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องจำเลย
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2565

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน

โจทก์ฎีกา
โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6568/2567 วินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาสินเชื่อเงินสด / สินเชื่อหมุนเวียน

เป็นกรณีที่ผู้ให้กู้อนุมัติวงเงินสินเชื่อ
และมอบบัตรกดเงินสดให้ผู้กู้

โดยผู้กู้สามารถใช้บัตรกดเงินสดนั้น
เบิกถอนเงินกู้ได้

และผู้กู้ตกลงชำระหนี้เป็นงวดรายเดือน
ไม่น้อยกว่าจำนวนเงินขั้นต่ำ

ศาลฎีกาวินิจฉัยถึงลักษณะของข้อตกลงว่า

“ข้อตกลงในการชำระเงินกู้ของผู้กู้ดังกล่าว
แสดงว่าผู้กู้จะเลือกชำระคืนเงินต้นเต็มจำนวน
ที่ใช้บัตรกดเงินสดเบิกเงินกู้ไปแต่ละเดือน
พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม

หรือผู้กู้จะเลือกชำระจำนวนเงินขั้นต่ำ
ที่ผู้ให้กู้กำหนดไว้... ก็ได้”

และศาลฎีกาเน้นข้อสำคัญของสัญญาว่า

“สัญญาสินเชื่อเงินสด/สินเชื่อหมุนเวียนดังกล่าว
ไม่ได้กำหนดว่า

กรณีผู้กู้เลือกผ่อนชำระเป็นงวดรายเดือนนั้น
ผู้กู้ต้องผ่อนชำระเป็นเวลากี่งวด”

ดังนั้น สัญญาสินเชื่อเงินสด / สินเชื่อหมุนเวียนตามฟ้อง
จึงไม่มีลักษณะเป็นการผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ

และไม่ใช่สิทธิเรียกร้องที่มีกำหนดอายุความ 5 ปี
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (2)

แต่สิทธิเรียกร้องตามสัญญาสินเชื่อเงินสด / สินเชื่อหมุนเวียนเช่นนี้
กฎหมายไม่ได้บัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ

จึงมีอายุความ 10 ปี
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30


ประเด็นวันเริ่มนับอายุความ

ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า
อายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า
จำเลยชำระหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2556

และตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญา
หากผู้กู้ผิดนัดชำระงวดใดงวดหนึ่ง
ผู้ให้กู้เรียกให้ผู้กู้ชำระหนี้ทั้งหมดได้ทันที

โจทก์จึงอาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้
เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2556 เป็นต้นไป

เมื่อโจทก์ฟ้องคดีวันที่ 19 ตุลาคม 2565
จึงยังไม่เกิน 10 ปี

ฟ้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

ศาลฎีกาจึงไม่เห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 3
ที่วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ

ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น


สรุป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6568/2567 วางหลักว่า

สัญญาสินเชื่อเงินสด / สินเชื่อหมุนเวียน
หรือบัตรกดเงินสด

แม้จะมีข้อกำหนดให้ผู้กู้ชำระหนี้เป็นงวดรายเดือน
และต้องชำระไม่น้อยกว่าจำนวนเงินขั้นต่ำ

แต่เมื่อสัญญาไม่ได้กำหนดว่า
หากผู้กู้เลือกผ่อนชำระเป็นงวดรายเดือน
ผู้กู้ต้องผ่อนชำระเป็นเวลากี่งวด

สัญญาดังกล่าวจึงไม่มีลักษณะเป็นการ
“ผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ”

จึงไม่อยู่ในบังคับอายุความ 5 ปี
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (2)

แต่เป็นสิทธิเรียกร้องที่กฎหมายไม่ได้บัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ
จึงมีอายุความทั่วไป 10 ปี
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30

ในคดีนี้ จำเลยชำระหนี้ครั้งสุดท้ายวันที่ 4 เมษายน 2556
โจทก์จึงอาจบังคับตามสิทธิเรียกร้องได้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2556

เมื่อโจทก์ฟ้องคดีวันที่ 19 ตุลาคม 2565
ยังไม่เกิน 10 ปี

ฟ้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ


ผลคดี

ศาลฎีกาพิพากษากลับ

ให้จำเลยชำระเงิน 62,212 บาท
พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี
ของเงินต้น 53,926.11 บาท

นับแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป
จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

แต่ดอกเบี้ยนับถึงวันฟ้อง
ต้องไม่เกิน 23,491.10 บาท

และให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์
โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท


กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12
อายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30
สิทธิเรียกร้องที่กฎหมายไม่ได้บัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ ให้มีกำหนดอายุความ 10 ปี

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (2)
สิทธิเรียกร้องเงินที่ต้องผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ มีกำหนดอายุความ 5 ปี

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า