ฎีกาที่ 1341/2506

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1341/2506

📌 เรื่อง

การบรรยายฟ้องว่า
จำเลย “ใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้างวาน หรือยุยงส่งเสริม”
ให้พยานเบิกความเท็จ

เป็นฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่

และถ้าพยานเบิกความว่า
“จำหน้าคนร้ายไม่ได้”
จนศาลยกฟ้องในคดีเดิม

ถือเป็นการเบิกความเท็จใน “ข้อสำคัญในคดี” หรือไม่


⚖️ ประเด็นข้อกฎหมาย

1️⃣ การบรรยายฟ้องว่า จำเลย “ใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้างวาน หรือยุยงส่งเสริม” ให้พยานเบิกความเท็จ
เป็นการบรรยายฟ้องที่ขัดกันหรือเคลือบคลุมหรือไม่

2️⃣ การที่พยานเบิกความว่า “จำหน้าคนร้ายไม่ได้”
และศาลใช้เหตุดังกล่าวพิพากษายกฟ้องในคดีเดิม
ถือเป็น “ข้อสำคัญในคดี” หรือไม่

3️⃣ โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยให้เงินพนักงานอัยการ “5,000 บาท”
แต่ทางพิจารณานำสืบว่าให้ “8,000 บาท”
ถือเป็นข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้องหรือไม่


🧾 ข้อเท็จจริง

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกัน
“ใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้างวาน หรือยุยงส่งเสริม”
ให้นาย น. และนาย ท. ซึ่งเป็นพยานโจทก์ในคดีอาญา
เบิกความเท็จใน “ข้อสำคัญ”

โดยจำเลยจะให้เงินพยานคนละ “1,500 บาท”

และยังบอกพยานว่า
“เรื่องนี้ไม่ต้องกลัว”
เพราะได้ให้เงินพนักงานอัยการ “5,000 บาท”
และผู้บังคับกองสถานีตำรวจ “3,000 บาท” แล้ว

ต่อมานาย น. ได้เบิกความต่อศาลว่า
“จำหน้าคนร้ายไม่ได้”

ศาลในคดีเดิมจึงพิพากษายกฟ้องจำเลย

ในคดีนี้มีปัญหาว่า
ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่
ข้อความที่พยานเบิกความเป็น “ข้อสำคัญในคดี” หรือไม่
และการนำสืบจำนวนเงินไม่ตรงกับฟ้อง จะทำให้ยกฟ้องหรือไม่


🏛️ คำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

🔹 1. ประเด็นฟ้องเคลือบคลุม

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

“ที่โจทก์บรรยายการกระทำของจำเลยหลายประการรวมกันมานั้น
เป็นการบรรยายรายละเอียดการกระทำทั้งหลายที่จำเลยได้กระทำ
ซึ่งมีทั้งการยุยงส่งเสริม ใช้ จ้างวาน และบังคับขู่เข็ญรวมกันไป
หาขัดกันไม่ ไม่ทำให้จำเลยหลงต่อสู้ ฟ้องไม่เคลือบคลุม”

ดังนั้น แม้ฟ้องจะใช้ถ้อยคำหลายลักษณะประกอบกัน
ก็ไม่ทำให้ฟ้องเคลือบคลุม
หากเป็นการบรรยายพฤติการณ์การกระทำโดยรวมของจำเลย


🔹 2. ประเด็นข้อสำคัญในคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

“เมื่อศาลพิพากษายกฟ้องในคดีนั้นโดยยกเหตุว่า
นายนวลเบิกความว่าจำหน้าคนร้ายไม่ได้
ฉะนั้น ข้อความที่นายนวลเบิกความจึงเป็นข้อสำคัญในคดี”

กล่าวคือ เมื่อถ้อยคำที่พยานเบิกความ
มีผลโดยตรงต่อการวินิจฉัยของศาลในคดีเดิม
จนเป็นเหตุให้ศาลพิพากษายกฟ้อง

ข้อความนั้นย่อมเป็น “ข้อสำคัญในคดี”


🔹 3. ประเด็นข้อเท็จจริงแตกต่างกับฟ้อง

โจทก์บรรยายฟ้องว่า
จำเลยให้เงินพนักงานอัยการ “5,000 บาท”

แต่ทางพิจารณานำสืบว่า
ให้เงินพนักงานอัยการ “8,000 บาท”

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

“กรณีเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้อง
แต่เป็นเรื่องพยานโจทก์เบิกความไม่ตรงในรายละเอียดเพียงเล็กน้อย
ไม่ใช่ข้อสำคัญอันจะเป็นเหตุให้ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์”

ดังนั้น ความแตกต่างเรื่องจำนวนเงินดังกล่าว
เป็นเพียงรายละเอียดที่ไม่ตรงกัน

ไม่ใช่ข้อสำคัญถึงขนาดทำให้ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้อง
และไม่เป็นเหตุให้ศาลยกฟ้อง


✅ สรุป

คดีนี้ศาลฎีกาวางหลักไว้ 3 ประเด็นสำคัญ คือ

1️⃣ การบรรยายฟ้องว่า จำเลย “ใช้ บังคับ ขู่เข็ญ จ้างวาน หรือยุยงส่งเสริม”
หากเป็นการบรรยายพฤติการณ์การกระทำรวมกัน
ไม่ถือว่าฟ้องขัดกันหรือเคลือบคลุม

2️⃣ การที่พยานเบิกความว่า “จำหน้าคนร้ายไม่ได้”
และศาลใช้เป็นเหตุยกฟ้องในคดีเดิม
ถือเป็นข้อความใน “ข้อสำคัญในคดี”

3️⃣ จำนวนเงินที่บรรยายในฟ้องกับที่นำสืบต่างกัน
จาก “5,000 บาท” เป็น “8,000 บาท”
เป็นเพียงกรณีพยานโจทก์

“เบิกความไม่ตรงในรายละเอียดเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่ข้อสำคัญ”

จึงไม่เป็นเหตุให้ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์


🧑‍⚖️ ผลคดี

ศาลฎีกา “พิพากษายืน”


📚 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 158, มาตรา 192

ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 84, มาตรา 177

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า