ฎีกาที่ 8208/2568

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8208/2568

ผู้สนับสนุนให้ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ต้องช่วยเหลือก่อนหรือขณะกระทำความผิด

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8208/2568

เรื่อง
ผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กรณีรออยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ และพาหลบหนีภายหลังความผิดสำเร็จแล้ว

หมายเหตุ: บทความนี้ปกปิดชื่อบุคคลและชื่อสถานที่ โดยใช้ตัวย่อ เพื่อความเหมาะสมในการเผยแพร่

อ้างอิง: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8208/2568


ประเด็นข้อกฎหมาย

คดีนี้มีประเด็นข้อกฎหมายสำคัญว่า

การที่จำเลยนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปกับ อ. โดยจำเลยไม่รู้มาก่อนว่า อ. จะไปฆ่าผู้ตาย ต่อมาจำเลยเพิ่งทราบเมื่อ อ. จอดรถบริเวณปากทางเข้าสวนยางพารา และให้จำเลยรออยู่บริเวณดังกล่าว

ภายหลัง อ. ยิงผู้ตายแล้ว จำเลยขับรถจักรยานยนต์พา อ. หลบหนีไป

การกระทำของจำเลยเช่นนี้ จะถือว่าเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ อ. อันเป็นความผิดฐานเป็น “ผู้สนับสนุน” ให้ อ. ฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่


ข้อเท็จจริง

อ. ขับรถจักรยานยนต์ โดยมีจำเลยนั่งซ้อนท้าย จาก อำเภอ ป. ไป อำเภอ ท.

จำเลยไม่รู้มาก่อนว่า อ. จะไปหาผู้ตายเพื่อฆ่าผู้ตาย

จำเลยเพิ่งมารู้ในขณะที่ อ. จอดรถบริเวณถนนปากทางเข้าสวนยางพารา โดย อ. บอกว่าจะไปดักยิงคน และให้จำเลยรอ

ก่อนเกิดเหตุ อ. ได้นำอาวุธปืนและกระสุนปืนไปซุกซ่อนไว้ในสวนยางพาราอยู่ก่อนแล้ว โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยทราบเรื่องดังกล่าว

จำเลยรออยู่บริเวณถนนปากทางเข้าสวนยางพารา ห่างจากจุดที่ อ. ซุกซ่อนอาวุธปืนและกระสุนปืนประมาณ 300 เมตร

และห่างจากจุดที่ อ. เข้าไปนั่งซุ่มรอผู้ตายในสวนยางพาราที่เกิดเหตุอีกประมาณ 500 เมตร

รวมระยะทางจากจุดที่จำเลยรอ ถึงจุดที่ อ. ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย ห่างกันมากถึงประมาณ 800 เมตร

หลังจาก อ. ยิงผู้ตายแล้ว อ. วิ่งออกมาบริเวณที่จอดรถ และตะโกนบอกจำเลยว่า “ไป ๆ” จำเลยจึงขับรถจักรยานยนต์พา อ. หลบหนีไป


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8208/2568 วินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยจะมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้ อ. ฆ่าผู้ตาย ข้อเท็จจริงต้องฟังได้ว่า

“จำเลยรู้มาก่อนแล้วว่า” อ. ชักชวนจำเลยให้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์จาก อำเภอ ป. ไปหาผู้ตายที่ อำเภอ ท. เพื่อฆ่าผู้ตาย

แต่คดีนี้ จำเลยไม่รู้ข้อเท็จจริงดังกล่าวมาก่อน

แม้จำเลยเพิ่งมารู้ในขณะที่ อ. จอดรถบริเวณถนนปากทางเข้าสวนยางพารา และ อ. บอกว่าจะมาดักยิงคนให้จำเลยรอ

แต่ อ. ได้เอาอาวุธปืนและกระสุนปืนมาซุกซ่อนไว้ในสวนยางพาราอยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่รอจังหวะที่จะไปเอามาใช้ยิงผู้ตาย

โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยทราบเรื่องอาวุธปืนที่ อ. นำมาซุกซ่อนไว้


ประเด็นการรออยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ

ศาลฎีกาเห็นว่า

“พฤติการณ์ที่จำเลยรออยู่บริเวณถนนปากทางเข้าสวนยางพารา ห่างจากจุดที่ อ. ซุกซ่อนอาวุธปืนและกระสุนปืนประมาณ 300 เมตร และห่างจากจุดที่ อ. เข้าไปนั่งซุ่มรอผู้ตายในสวนยางพาราที่เกิดเหตุอีกประมาณ 500 เมตร โดยไม่เห็นขณะ อ. สวมถุงมือและหยิบอาวุธปืน แม้จำเลยจะรออยู่นานประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมง ก็ไม่เป็นการให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ อ. ก่อนยิงผู้ตาย”

กล่าวคือ การที่จำเลยรออยู่บริเวณปากทางเข้าสวนยางพารา แม้จะรออยู่นาน แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยรู้เรื่องอาวุธปืน ไม่เห็นขณะ อ. หยิบอาวุธปืน และอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเป็นระยะมาก ย่อมไม่อาจถือว่าเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกก่อน อ. ยิงผู้ตาย


ประเด็นสภาพพื้นที่และเวลากลางคืน

ศาลฎีกายังพิจารณาว่า จากบริเวณที่จำเลยรอไปจนถึงจุดที่ อ. ก่อเหตุ เป็นสวนยางพาราทั้งหมด

แม้ในเวลากลางวันก็ไม่อาจมองเห็นกันได้

เมื่อเหตุคดีนี้เกิดในเวลากลางคืน จำเลยย่อมไม่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ และเข้าไปช่วยเหลือ อ. ได้ทันท่วงที

จึง “ไม่เป็นการให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ อ. ขณะยิงผู้ตาย”


ประเด็นการพาหลบหนีภายหลังเกิดเหตุ

ส่วนการที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์พา อ. หลบหนีไปนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เป็นเหตุการณ์ภายหลังจากที่ อ. กระทำความผิดสำเร็จเด็ดขาดไปแล้ว

จึง “มิใช่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่ อ. ฆ่าผู้ตาย”


สรุป

คดีนี้ ศาลฎีกาวางหลักว่า การจะเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา ต้องมีการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวก ก่อนหรือขณะผู้อื่นกระทำความผิด

แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังได้ว่า

  • จำเลยไม่รู้มาก่อนว่า อ. จะไปฆ่าผู้ตาย
  • จำเลยไม่รู้เรื่องอาวุธปืนที่ อ. ซุกซ่อนไว้
  • จำเลยรออยู่ห่างจากจุดซุกซ่อนอาวุธปืนประมาณ 300 เมตร
  • และห่างจากจุดซุ่มยิงอีกประมาณ 500 เมตร
  • บริเวณดังกล่าวเป็นสวนยางพารา แม้กลางวันก็ไม่อาจมองเห็นกันได้
  • อีกทั้งเหตุเกิดในเวลากลางคืน จำเลยไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที

ดังนั้น การรออยู่บริเวณดังกล่าวจึงไม่ถือเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวก ก่อนหรือขณะ อ. ยิงผู้ตาย

ส่วนการขับรถจักรยานยนต์พา อ. หลบหนี เป็นเหตุการณ์ภายหลังความผิดสำเร็จเด็ดขาดแล้ว จึงไม่ใช่การสนับสนุนให้ฆ่าผู้ตาย


ผลคดี

ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ภาค 8 ว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้อื่นฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

พิพากษายืน


กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
เรื่อง ผู้สนับสนุนการกระทำความผิด

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4)
เรื่อง ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน


คำค้นที่เกี่ยวข้อง: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8208/2568, ฎีกา 8208/2568, ผู้สนับสนุน, ผู้สนับสนุนให้ฆ่าผู้อื่น, ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พาหลบหนีหลังเกิดเหตุ, ช่วยเหลือหลังความผิดสำเร็จ, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289, กฎหมายอาญา, ฎีกาศึกษา

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า