สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7084/2550
เรื่อง
เมื่อบ้านไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดิน เจ้าของโรงเรือนย่อมมีสิทธิรื้อถอน
ประเด็นข้อกฎหมาย
บ้านที่บุตรปลูกสร้างในที่ดินของบิดามารดา
โดยได้รับความยินยอมจากบิดามารดา
รวมทั้งบ้านทรงบังกะโลที่ต่อเติมขึ้นภายหลัง
จะตกเป็น ส่วนควบของที่ดิน หรือไม่
และเมื่อบ้านไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดิน
เจ้าของบ้านมีสิทธิรื้อถอนบ้านออกไปได้หรือไม่
ข้อเท็จจริง
โจทก์เป็นบุตรของนาง ศ. กับนาย พ.
ส่วนจำเลยเป็นบุตรคนโตของโจทก์
เดิมนาง ศ. กับนาย พ. เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท
ต่อมาโจทก์ปลูกสร้างบ้านเลขที่ 34 ลงบนที่ดินดังกล่าว
โดยได้รับความยินยอมจากบิดามารดา
ภายหลังนาง ศ. ทำพินัยกรรมยกที่ดินโฉนดเลขที่ 9666 ให้แก่จำเลย
และตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดก
เมื่อโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดก
โอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่จำเลยแล้ว
เกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับบ้านเลขที่ 34
และบ้านทรงบังกะโลส่วนต่อเติม
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้าน
และขอให้โจทก์สามารถรื้อถอนบ้านดังกล่าวออกไปได้
จำเลยต่อสู้ว่า
บ้านดังกล่าวเป็นส่วนควบของที่ดิน
เมื่อที่ดินตกเป็นของจำเลย
บ้านย่อมตกเป็นของจำเลยด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7084/2550 วินิจฉัยว่า
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า
บ้านเลขที่ 34 เป็นบ้านที่โจทก์ปลูกสร้างขึ้น
โดยได้รับความยินยอมจากนาย พ. กับนาง ศ.
ผู้เป็นบิดามารดาของโจทก์
กรณีจึงเป็นเรื่อง
อันเป็นการปลูกสร้างโรงเรือนหรือการปลูกสร้างอย่างอื่น
ซึ่ง
ใช้สิทธินั้นปลูกสร้างไว้ในที่ดินนั้นด้วย”
บ้านเลขที่ 34
จึงไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินพิพาท
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 146
ส่วนบ้านทรงบังกะโล
ซึ่งต่อเติมขึ้นภายหลัง
ก็ไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินพิพาทเช่นกัน
ศาลฎีกาพิพากษายืน
สรุป
บ้านที่ปลูกสร้างในที่ดินของผู้อื่น
ไม่ได้ตกเป็นส่วนควบของที่ดินเสมอไป
หากผู้ปลูกสร้างมีสิทธิปลูกสร้างในที่ดินนั้น
เช่น บุตรได้รับความยินยอมจากบิดามารดา
ให้ปลูกบ้านในที่ดินของบิดามารดา
บ้านดังกล่าวย่อมไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดิน
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 146
ดังนั้น แม้ภายหลังที่ดินจะตกเป็นของผู้อื่น
เจ้าของบ้านยังมีสิทธิในบ้าน
และมีสิทธิรื้อถอนบ้านออกไปได้
ผลคดี
ศาลฎีกาพิพากษายืน
ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านเลขที่ 34
และบ้านทรงบังกะโลส่วนต่อเติม
พร้อมให้โจทก์สามารถรื้อถอนบ้านดังกล่าวออกไปได้
กล่าวคือ เมื่อบ้านเลขที่ 34
และบ้านทรงบังกะโลส่วนต่อเติม
ไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินพิพาท
โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน
จึงยังมีสิทธิในบ้านดังกล่าว
และสามารถรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินได้
ผลสำคัญของคดีนี้ คือ แม้ที่ดินจะตกเป็นของจำเลยแล้ว แต่เมื่อบ้านไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดิน โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านย่อมมีสิทธิรื้อถอนบ้านดังกล่าวออกไปได้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 146
หลักเรื่องส่วนควบของที่ดิน
และข้อยกเว้นกรณีผู้มีสิทธิในที่ดินของผู้อื่น
ใช้สิทธินั้นปลูกสร้างโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างไว้ในที่ดินนั้น
หมายเหตุ
คดีนี้ต้องแยกให้ชัดว่า
ไม่ใช่ทุกกรณีที่ปลูกบ้านบนที่ดินของผู้อื่นแล้วจะมีสิทธิรื้อถอนได้เสมอไป
แต่ต้องพิจารณาว่า
ผู้ปลูกสร้างมี สิทธิปลูกสร้างในที่ดินของผู้อื่น หรือไม่
ในคดีนี้ ศาลฎีกาฟังว่า
โจทก์เป็นบุตรที่ได้รับความยินยอมจากบิดามารดา
ให้ปลูกบ้านในที่ดินของบิดามารดา
จึงเข้าหลักตาม ป.พ.พ. มาตรา 146
บ้านไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดิน
อ้างอิง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7084/2550
คำค้นที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7084/2550, บ้านไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดิน, ส่วนควบของที่ดิน, ป.พ.พ. มาตรา 146, ปลูกบ้านในที่ดินผู้อื่น, บุตรปลูกบ้านในที่ดินบิดามารดา, เจ้าของบ้านมีสิทธิรื้อถอนบ้าน, โรงเรือนไม่ตกเป็นส่วนควบ, สิทธิปลูกสร้างในที่ดินของผู้อื่น, เจ้าของโรงเรือนมีสิทธิรื้อถอน, ฎีกาศึกษา