สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 65/2569
ศาลชั้นต้นใช้กฎหมายใหม่ที่เป็นคุณลงโทษจำเลยไปแล้ว จำเลยจะขอให้ศาล “กำหนดโทษใหม่” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) อีกได้หรือไม่
ประเด็นข้อกฎหมาย
การกำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) ต้องเป็นกรณีใด
และในกรณีที่ศาลชั้นต้นได้ใช้กฎหมายใหม่ที่เป็นคุณแก่จำเลยในการพิพากษาลงโทษไปแล้ว จำเลยยังมีสิทธิร้องขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่อีกหรือไม่
ข้อเท็จจริง
ขณะเกิดเหตุ ความผิดของจำเลยที่ 1 ต้องด้วยบทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสาม
บทกฎหมายเดิมมีระวางโทษ
แต่ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ได้มีประมวลกฎหมายยาเสพติดออกมาใช้บังคับแทนกฎหมายเดิม
ศาลชั้นต้นจึงพิจารณาแล้วเห็นว่า กฎหมายใหม่เป็นคุณมากกว่ากฎหมายเดิม และพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2)
ซึ่งมีระวางโทษ
ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,000,000 บาท ก่อนลดโทษ
ภายหลังลดโทษและบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีเดิมแล้ว จำเลยที่ 1 ถูกลงโทษรวม
ต่อมา จำเลยที่ 1 ไม่ใช้สิทธิอุทธรณ์และฎีกา จนคำพิพากษาศาลชั้นต้นถึงที่สุด
จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1)
คำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
คดีนี้ ศาลชั้นต้นได้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ในการพิพากษาลงโทษไปแล้ว
หากจำเลยที่ 1 เห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษหนักเกินไป หรือยังไม่เหมาะสมแก่พฤติการณ์ในการกระทำความผิด จำเลยที่ 1 ก็ชอบที่จะ
แต่จำเลยที่ 1 กลับไม่ใช้สิทธิอุทธรณ์และฎีกา จนคำพิพากษาศาลชั้นต้นถึงที่สุดลง
ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า
เพราะศาลชั้นต้นได้ใช้
ในการพิพากษาลงโทษไปแล้ว
กรณีนี้
อีกทั้ง การขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ดังกล่าวมีผลเป็น
อันเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3
จึงไม่อาจกระทำได้
สรุปหลักกฎหมาย
การขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) ไม่ใช่ช่องทางให้จำเลยขอลดโทษใหม่เพียงเพราะเห็นว่า ศาลลงโทษหนักเกินไป
แต่ต้องเป็นกรณีที่กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลัง และโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายใหม่
ในคดีนี้ ศาลชั้นต้นได้ใช้กฎหมายใหม่ที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ในการพิพากษาลงโทษไปแล้ว
ดังนั้น หากจำเลยที่ 1 เห็นว่าโทษหนักเกินไป หรือยังไม่เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี จำเลยที่ 1 ต้องใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฎีกาตามขั้นตอนของกฎหมาย
เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ใช้สิทธิดังกล่าวจนคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จะมายื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่อีกไม่ได้
เพราะการขอเช่นนั้นมีผลเป็นการขอให้ศาลแก้ไขคำพิพากษา ซึ่งกฎหมายห้ามไว้
ผลคดี
ศาลฎีกาพิพากษายืน
จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1)
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1)
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 190
- ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90 และมาตรา 145 วรรคสาม (2)
- พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสาม
- พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3