ฎีกาที่ 4746/2568

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ
สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4746/2568
เรื่อง
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเอง
ทายาทรับรู้และไม่คัดค้าน
ถือว่าเป็น “การแบ่งปันทรัพย์มรดก” แล้วหรือไม่
━━━━━━━━━━━━━━━
ประเด็นข้อกฎหมาย

คดีนี้มีประเด็นข้อกฎหมายสำคัญว่า

เมื่อจำเลยในฐานะ “ผู้จัดการมรดก”
จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท
ซึ่งเป็น “ทรัพย์มรดก”
มาเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียว

ต่อมาจำเลยโอนที่ดินมรดกอีกแปลงหนึ่งให้แก่โจทก์

โดย “ไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้าน”

กรณีเช่นนี้จะถือว่า
เป็น “การแบ่งปันทรัพย์มรดกระหว่างทายาท”
ด้วยการให้ทายาท “เข้าครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัด”
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง หรือไม่

และโจทก์ยังมีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยแบ่งที่ดินพิพาท
ให้แก่โจทก์และทายาทอีกคนหนึ่งตามคำฟ้องได้หรือไม่

━━━━━━━━━━━━━━━
ข้อเท็จจริง

โจทก์และจำเลยเป็นบุตรของนาย ก. กับนางสาว พ.

นาย ก. มีทายาทโดยธรรมหลายคน
ได้แก่ จำเลย นาง ว. โจทก์ และร้อยเอก ด.

ต่อมานาย ก. ถึงแก่ความตาย
โดยมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินพิพาท
โฉนดเลขที่ 198
และที่ดินอีกแปลงหนึ่ง
โฉนดเลขที่ 27018

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็น “ผู้จัดการมรดก” ของนาย ก.

ภายหลังจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดก
จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท
โฉนดเลขที่ 198
อันเป็น “ทรัพย์มรดก”
มาเป็นของจำเลย

แล้วจำเลยนำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนอง

ต่อมา
จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดก
จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน
โฉนดเลขที่ 27018
ให้แก่โจทก์

โจทก์ฟ้องว่า
การที่จำเลยไม่แบ่งแยกที่ดินพิพาท
โฉนดเลขที่ 198
ให้แก่โจทก์และนาง ว.
“ไม่ชอบในการจัดการมรดก”

จึงขอให้บังคับจำเลยแบ่งแยกที่ดินดังกล่าว
ให้แก่โจทก์และนาง ว.
“ตามส่วนคนละเท่า ๆ กัน”

หากแบ่งไม่ได้
ขอให้นำที่ดินออกประมูลขายตามราคาท้องตลาด
และให้แต่ละคนได้รับส่วนแบ่งเท่า ๆ กัน

━━━━━━━━━━━━━━━
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4746/2568 วินิจฉัยวางหลักว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

เมื่อผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด
และศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

จำเลยในฐานะ “ผู้จัดการมรดก”
มีหน้าที่ “จัดการมรดกโดยทั่วไป”
และ “แบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาททุกคน”
ภายใต้ขอบอำนาจตามกฎหมาย

คดีนี้
นอกจากโจทก์และจำเลยแล้ว
ยังมีนาง ว. และร้อยเอก ด.
เป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกด้วย

หลังจากจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนาย ก.
แล้วรับโอนที่ดินพิพาทของนาย ก.
มาเป็นของจำเลยซึ่งเป็นทายาท

“ไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้าน”

การกระทำของจำเลยแต่อย่างใด

กรณีจึงเป็นการแสดงว่า
โจทก์ “รับรู้และเห็นชอบในการโอนที่ดินพิพาทของจำเลยมาตั้งแต่ต้น”

นอกจากนี้
จำเลยยังได้โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 27018
เนื้อที่ 4 ไร่เศษ
ให้แก่โจทก์

โดย “ไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้านเช่นกัน”

จึงเป็นการ “สอดคล้องกับการแบ่งปันทรัพย์มรดกระหว่างทายาท”
ด้วยการให้โจทก์
“เข้าครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัด”
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง

ศาลฎีกาจึงรับฟังว่า

ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก
ที่โจทก์ “ยินยอมให้ตกเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียว”

จำเลยจึง “ไม่ต้องแบ่งปันที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์”

ทั้งจำเลยมีอำนาจ
“นำที่ดินพิพาทไปทำนิติกรรมใด ๆ ได้โดยชอบ”

โจทก์จึง “ไม่อาจบังคับให้จำเลยนำที่ดินพิพาทมาแบ่งแก่ทายาทของ ก. ตามคำฟ้องได้”

━━━━━━━━━━━━━━━
ผลคดี

ศาลฎีกา “พิพากษายืน”

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยแบ่งที่ดินพิพาทไม่ได้

แต่ในส่วนค่าทนายความ
ศาลฎีกาเห็นว่า

ที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยใช้ค่าทนายความ
ในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์
จำนวน 3,000 บาทนั้น

“ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้”

ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรกำหนดเสียใหม่ให้ถูกต้อง

โดยพิพากษายืน
ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น
และในศาลอุทธรณ์แทนโจทก์
รวม 6,000 บาท

ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

━━━━━━━━━━━━━━━
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1719
มาตรา 1723
มาตรา 1724 วรรคหนึ่ง
มาตรา 1745
มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ตาราง 6
เรื่องอัตราค่าทนายความ

━━━━━━━━━━━━━━━
ฎีกาย่อ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จัดการมรดกโดยทั่วไปและแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาททุกคนภายใต้ขอบอำนาจ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719, 1723, 1724 วรรคหนึ่ง และ 1745 หลังจากจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของ ก. แล้วรับโอนทรัพย์มรดกที่ดินพิพาทของ ก. มาเป็นของจำเลยซึ่งเป็นทายาทโดย “ไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้าน” แสดงว่าโจทก์ซึ่งเป็นทายาทด้วยกัน “รับรู้และเห็นชอบในการโอนที่ดินพิพาทของจำเลยมาตั้งแต่ต้น” ทั้งจำเลยก็ได้โอนที่ดินมรดกของ ก. แปลงหนึ่งให้แก่โจทก์โดย “ไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้านเช่นกัน” อันเป็นการแบ่งปันทรัพย์มรดกระหว่างทายาทด้วยการให้โจทก์ “เข้าครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัด” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง ที่ดินพิพาทจึงเป็นทรัพย์มรดกที่โจทก์ “ยินยอมให้ตกเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียว” จำเลยไม่ต้องแบ่งปันที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ทั้งมีอำนาจนำที่ดินพิพาทไปทำนิติกรรมใด ๆ ได้โดยชอบ โจทก์ไม่อาจฟ้องบังคับให้จำเลยนำมาแบ่งแก่ทายาทของ ก. ตามคำฟ้องได้

━━━━━━━━━━━━━━━
อ้างอิง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4746/2568

━━━━━━━━━━━━━━━
คำค้นที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4746/2568, ผู้จัดการมรดก, แบ่งมรดก, การแบ่งปันทรัพย์มรดก, ทายาท, โอนที่ดินมรดก, ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินให้ตนเอง, ทายาทไม่คัดค้าน, เข้าครอบครองทรัพย์มรดกเป็นส่วนสัด, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750, คดีมรดก, ฎีกาศึกษา

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า