สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4331/2568
ประเด็นข้อกฎหมาย
- การที่ภริยาด่าสามีด้วยถ้อยคำหยาบคาย เช่น เปรียบเทียบเป็นสัตว์เลื้อยคลาน หรือกล่าวว่าเป็น “แมงดาชอบเกาะจำเลยกิน” จะถือเป็นการทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุหย่าหรือไม่
- ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยา ศาลมีอำนาจกำหนดให้เกินกว่าที่คู่ความมีคำขอได้หรือไม่
- การที่ศาลกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูย้อนหลังไปก่อนช่วงเวลาที่คู่ความขอไว้ ถือเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือไม่
ข้อเท็จจริง
โจทก์กับจำเลยเป็นสามีภริยาชอบด้วยกฎหมาย จดทะเบียนสมรสเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2563
โจทก์ฟ้องหย่า อ้างว่า จำเลยมีพฤติกรรมแสดงออกที่ทำให้โจทก์ทรมานทางด้านจิตใจ โดยเมื่อจำเลยไม่พอใจโจทก์หรือมีปากเสียงกัน จำเลยมักใช้คำพูดหยาบคายเปรียบเทียบโจทก์เป็นสัตว์เลื้อยคลาน เช่น “ไอ้เหี้ย” “ไอ้สัตว์”
โจทก์ยังอ้างว่า จำเลยเปรียบเทียบโจทก์เป็นผู้ชายที่มีลักษณะเป็น “แมงดาชอบเกาะจำเลยกิน” ทำให้โจทก์รู้สึกกดดัน รู้สึกอับอาย และเกิดความเครียดสะสม จนไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับจำเลยได้
โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์กับจำเลยหย่าขาดจากกัน
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์กับจำเลยอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยามาตั้งแต่ปี 2555 ต่อมาจึงจดทะเบียนสมรสกัน จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้ด่าหรือเหยียดหยามโจทก์อย่างร้ายแรง และอ้างว่าโจทก์ไปติดพันหญิงอื่นในทำนองชู้สาว ปันใจออกห่างจากจำเลย และไปอยู่กินกับหญิงอื่นโดยไม่ส่งเสียเลี้ยงดูจำเลย
จำเลยฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่จำเลยเดือนละ 20,000 บาท เริ่มงวดแรกวันสิ้นเดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าการสมรสจะสิ้นสุด
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์หย่าขาดจากจำเลย และให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่จำเลย
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่จำเลยก่อนฟ้องแย้งเป็นเงิน 50,000 บาท และต่อไปเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้ง คือวันที่ 25 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป
โจทก์ฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4331/2568 วินิจฉัยวางหลักว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัยในประเด็นเหตุหย่าว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่า เมื่อโจทก์กับจำเลยมีปากเสียงกัน จำเลยมักจะใช้คำพูดหยาบคาย เปรียบเทียบโจทก์เป็นสัตว์เลื้อยคลาน และกล่าวถ้อยคำไม่เหมาะสมตามที่โจทก์กล่าวอ้าง
แต่ลำพังพฤติการณ์ที่จำเลยด่าว่าโจทก์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย โดยไม่มีพฤติการณ์ร้ายแรงอื่นประกอบด้วยนั้น ยังไม่ถือเป็นการทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง จนถึงขนาดเป็นเหตุให้โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยได้
ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีเหตุฟ้องหย่าจำเลย
สำหรับประเด็นค่าอุปการะเลี้ยงดู ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรกับค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยามีหลักกฎหมายแตกต่างกัน
หากเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1522 วรรคสอง ให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้เอง แม้คู่ความไม่ได้มีคำขอ
แต่ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยา ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจศาลกำหนดได้โดยไม่ต้องมีคำขอเช่นเดียวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/38 เป็นเพียงบทบัญญัติกำหนดขอบเขตการใช้ดุลพินิจของศาลในการกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูตามที่คู่ความมีคำขอมาเท่านั้น ไม่ได้ให้อำนาจศาลกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูเกินกว่าที่คู่ความมีคำขอ
เมื่อจำเลยฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูเดือนละ 20,000 บาท โดยเริ่มงวดแรกวันสิ้นเดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไป และมิได้ขอค่าอุปการะเลี้ยงดูในช่วงเวลาก่อนวันดังกล่าว การที่ศาลล่างกำหนดให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูในช่วงเวลาก่อนวันดังกล่าว และชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูรายเดือนนับแต่วันฟ้องแย้ง จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142
ผลคดี
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่จำเลยเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าการสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยจะสิ้นสุดลง
และให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษในส่วนที่พิพากษาให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่จำเลยก่อนฟ้องแย้งเป็นเงิน 50,000 บาท
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- มาตรา 1516 (3)
- มาตรา 1516 (6)
- มาตรา 1522 วรรคสอง
- มาตรา 1598/38
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
- มาตรา 142
พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
- มาตรา 6
ฎีกาย่อ
ถ้าหย่าโดยคำพิพากษาของศาลหรือในกรณีที่สัญญาหย่ามิได้กำหนดเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรไว้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1522 วรรคสอง ให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้เองโดยที่คู่ความไม่ได้มีคำขอมาด้วย แต่ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยาไม่มีบทบัญญัติให้อำนาจศาลกำหนดได้โดยไม่ต้องมีคำขอเช่นเดียวกับบุตร ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/38 เป็นเพียงบทบัญญัติกำหนดขอบเขตการใช้ดุลพินิจของศาลกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูตามที่คู่ความมีคำขอมาเท่านั้น หาได้บัญญัติให้อำนาจศาลกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูเกินกว่าที่คู่ความมีคำขอมาได้ จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่จำเลยเป็นรายเดือนทุกเดือน เริ่มงวดแรกในวันสิ้นเดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไปจนกว่าการสมรสจะสิ้นสุด โดยมิได้ขอค่าอุปการะเลี้ยงดูในช่วงเวลาก่อนวันดังกล่าวด้วย การที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูในช่วงเวลาดังกล่าว และชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูรายเดือนนับแต่วันฟ้องแย้ง (25 ตุลาคม 2564) เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142
อ้างอิง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4331/2568