ฎีกาที่ 119/2552

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ
สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 119/2552
เรื่อง ทางจำเป็นกรณีที่ดินแบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1350
ประเด็นข้อกฎหมาย

กรณีที่ดินเดิมเป็นแปลงเดียวกัน ต่อมามีการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันจนที่ดินแปลงหนึ่งไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ เจ้าของที่ดินแปลงนั้นมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินผ่านที่ดินแปลงที่ได้แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1350 หรือไม่

และสิทธิดังกล่าวจะหมดไปหรือไม่ หากโจทก์และบริวารเคยใช้ที่ดินของบุคคลภายนอกเป็นทางออกสู่ทางสาธารณะ


ข้อเท็จจริง

เดิมที่ดินของโจทก์และจำเลยเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน และมีทางออกสู่ทางสาธารณะ

ต่อมามีการแบ่งแยกที่ดินออกเป็น 2 แปลง ทำให้ที่ดินของโจทก์ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ

โจทก์และบริวารใช้ทางพิพาทซึ่งอยู่ในที่ดินของจำเลยเป็นทางออกสู่ทางสาธารณะ ต่อมาจำเลยปิดทางพิพาท ทำให้โจทก์และบริวารไม่สามารถใช้ทางพิพาทเป็นทางออกสู่ทางสาธารณะได้

จำเลยฎีกาต่อสู้ว่า โจทก์และบริวารไม่ได้ใช้ทางพิพาทตั้งแต่มีการแบ่งแยกที่ดินกันแล้ว แต่ใช้ที่ดินของบุคคลภายนอกเป็นทางออกสู่ทางสาธารณะ สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่จะเอาทางเดินผ่านที่ดินของจำเลยตาม ป.พ.พ. มาตรา 1350 จึงหมดไปแล้ว


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 119/2552 วินิจฉัยวางหลักว่า

ป.พ.พ. มาตรา 1350 เป็นบทบัญญัติที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าของที่ดินแบ่งแยกหรือแบ่งโอนกัน ซึ่งไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ มีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้

แต่สิทธิดังกล่าวเรียกร้องได้เฉพาะบนที่ดินแปลงที่ได้แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันเท่านั้น จะเรียกร้องเอาทางเดินผ่านจากที่ดินแปลงอื่นหาได้ไม่

อีกทั้งกฎหมายหาได้กำหนดถึงการสิ้นสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินผ่านไว้แต่อย่างใด

ดังนั้น แม้โจทก์และบริวารจะได้ใช้ที่ดินของบุคคลภายนอกเป็นทางออกสู่ทางสาธารณะดังจำเลยอ้าง ก็หาทำให้สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่จะเอาทางเดินผ่านที่ดินของจำเลยตามมาตรา 1350 หมดไปไม่

โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องเอาทางพิพาทเป็นทางจำเป็นจากที่ดินของจำเลยได้


ผลคดี

ศาลฎีกาพิพากษายืน

ให้จำเลยรื้อถอนเสาไม้แก่น ลวดหนาม และต้นไม้ออกจากทางพิพาท

ห้ามจำเลยและบริวารขัดขวางการใช้ทางพิพาทของโจทก์

และให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,000 บาท แทนโจทก์


กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350

เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับกรณีเจ้าของที่ดินแบ่งแยกหรือแบ่งโอนกัน แล้วที่ดินแปลงหนึ่งไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ เจ้าของที่ดินแปลงนั้นมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินผ่านที่ดินแปลงที่ได้แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันได้

หลักสำคัญจากคำพิพากษานี้ คือ การเรียกร้องทางจำเป็นตามมาตรา 1350 ต้องเรียกร้องจากที่ดินแปลงที่แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกัน ไม่ใช่เรียกร้องจากที่ดินแปลงอื่น และกฎหมายไม่ได้กำหนดว่าสิทธิดังกล่าวจะสิ้นไปเพียงเพราะผู้มีสิทธิได้ใช้ทางของบุคคลภายนอกมาก่อน


ฎีกาย่อ

ป.พ.พ. มาตรา 1350 เป็นบทบัญญัติที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าของที่ดินแบ่งแยกหรือแบ่งโอนกัน ซึ่งไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ มีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้เฉพาะบนที่ดินแปลงที่ได้แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันเท่านั้น จะเรียกร้องเอาทางเดินผ่านจากที่ดินแปลงอื่นหาได้ไม่ ทั้งกฎหมายก็หาได้กำหนดถึงการสิ้นสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินผ่านไว้แต่อย่างใด ดังนั้น แม้โจทก์และบริวารจะได้ใช้ที่ดินของ บ. เป็นทางออกสู่ทางสาธารณะ ก็หาทำให้สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่จะเอาทางเดินผ่านที่ดินของจำเลยซึ่งเป็นที่ดินที่ได้แบ่งแยกมาจากที่ดินของโจทก์ ตามมาตรา 1350 ดังกล่าวหมดไปไม่ โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องเอาทางพิพาทเป็นทางจำเป็นจากที่ดินของจำเลยได้


อ้างอิง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 119/2552
แหล่งที่มา: สำนักวิชาการ


คำค้นที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 119/2552, ฎีกาที่ 119/2552, ทางจำเป็น, ทางจำเป็นมาตรา 1350, ป.พ.พ. มาตรา 1350, ที่ดินแบ่งแยกไม่มีทางออก, ที่ดินแบ่งโอนไม่มีทางออก, สิทธิเรียกร้องทางจำเป็น, ใช้ทางคนอื่นแล้วสิทธิทางจำเป็นหมดไปหรือไม่, ทางจำเป็นจากที่ดินแปลงเดิม, กฎหมายที่ดิน, คดีทางจำเป็น, ฎีกาศึกษา

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า