สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3758/2543
1. การแบ่งแยกหรือแบ่งโอนที่ดินในลักษณะใด จึงจะเข้าเงื่อนไขการเรียกร้องทางจำเป็นโดยไม่ต้องเสียค่าทดแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1350
2. หากที่ดินตกอยู่ในที่ล้อม เจ้าของที่ดินมีสิทธิขอเปิดทางจำเป็นให้รถยนต์ผ่านเข้าออกได้หรือไม่
3. เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางพิพาททั้งในฐานะ “ภารจำยอม” และ “ทางจำเป็น” ศาลสามารถเลือกวินิจฉัยเพียงประเด็นทางจำเป็นได้หรือไม่
4. ค่าทดแทนการใช้ทางจำเป็นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 เป็นค่าซื้อที่ดินหรือเป็นค่าทดแทนความเสียหาย และควรกำหนดจำนวนเท่าใด
เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 508 เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน ต่อมาถูกแบ่งแยกออกเป็น 5 แปลง คือ โฉนดเลขที่ 7177 ถึง 7181 โดยที่ดินโฉนดเลขที่ 7178 ต่อมาตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 7181 ให้เจ้าของที่ดินทั้ง 4 แปลงถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน เพื่อใช้เป็นทางออกสู่ถนนพหลโยธิน
ภายหลังมีการถมคลองและสร้างเป็นถนนพหลโยธิน 11 หรือซอยเสนาร่วม เจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินโฉนดเลขที่ 7181 ได้ขอแบ่งแยกที่ดินเฉพาะส่วนที่อยู่ด้านหน้าที่ดินของตนเองออกมา
ที่ดินโฉนดเลขที่ 8822 ซึ่งอยู่ด้านหน้าที่ดินของโจทก์ ถูกแบ่งแยกออกมาจากที่ดินโฉนดเลขที่ 7181 และภายหลังตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย
ปรากฏว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 7178 ของโจทก์ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ นอกจากต้องผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 8822 ของจำเลยออกสู่ถนนพหลโยธิน 11
ต่อมาจำเลยทำรั้วปูนและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างปิดกั้นทางเข้าออก โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางพิพาท โดยอ้างทั้งทางภารจำยอมและทางจำเป็น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การเรียกร้องเอาทางจำเป็นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1350 เป็นกรณีที่มีการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนที่ดินกัน จนเป็นเหตุให้ที่ดินแปลงหนึ่งไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะ กล่าวคือ ที่ดินแปลงเดิมก่อนแบ่งแยกมีทางออกสู่ทางสาธารณะอยู่แล้ว แต่การแบ่งแยกเป็นเหตุให้แปลงที่แบ่งแยกแปลงใดแปลงหนึ่งไม่มีทางออก เจ้าของที่ดินแปลงนั้นจึงเรียกร้องเอาทางจำเป็นได้เฉพาะที่ดินที่แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกัน โดยไม่ต้องเสียค่าทดแทน
แต่คดีนี้ การแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 508 เดิมไม่ได้ก่อให้เกิดทางจำเป็น เพราะที่ดินโฉนดเลขที่ 7181 ได้จดทะเบียนให้เจ้าของที่ดินที่แบ่งแยกมีสิทธิใช้เป็นทางออกสู่ถนนพหลโยธินอยู่แล้ว
ต่อมาเมื่อมีการแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 8822 ออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 7181 ทำให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 7178 ของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อม โจทก์จึงมีสิทธิผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 8822 ของจำเลยไปสู่ถนนพหลโยธิน 11 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 วรรคหนึ่ง ไม่ใช่กรณีตามมาตรา 1350
ศาลฎีกายังวินิจฉัยว่า เมื่อที่ดินตกอยู่ในที่ล้อม เจ้าของที่ดินย่อมได้รับความคุ้มครองถึงการใช้ยานพาหนะผ่านทางในสภาพที่เป็นถนนได้ ไม่จำกัดเฉพาะการใช้ทางเดินด้วยเท้าเท่านั้น และเมื่อพิจารณาสภาพความเจริญของบ้านเมืองในปัจจุบัน รถยนต์เป็นพาหนะที่จำเป็น จึงสมควรกำหนดให้เปิดทางเพื่อให้รถยนต์ผ่านเข้าออกได้
สำหรับขนาดทางจำเป็น ศาลฎีกาเห็นว่า ทางพิพาทเป็นทางที่ใกล้ทางสาธารณะที่สุด และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ที่ดินจำเลยน้อยที่สุด จึงสมควรกำหนดทางจำเป็นให้กว้าง 6 เมตร
ส่วนประเด็นที่โจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางพิพาทเป็นทั้งทางภารจำยอมและทางจำเป็น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เป็นคำฟ้องที่ให้ศาลเลือกวินิจฉัยจากพยานหลักฐาน เมื่อทางพิจารณาฟังได้ว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นแล้ว ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยต่อไปว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมหรือไม่
ในเรื่องค่าทดแทน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์เป็นผู้มีสิทธิผ่านที่ดินของจำเลยตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 วรรคหนึ่ง โจทก์ต้องใช้ค่าทดแทนแก่จำเลยเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่เหตุที่มีทางผ่านนั้น โดยค่าทดแทนดังกล่าวไม่ใช่ค่าซื้อที่ดิน
ศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้จำเลยเปิดทางให้โจทก์ผ่านที่ดินของจำเลยโฉนดเลขที่ 8822 กว้าง 6 เมตร จากแนวเขตที่ดินของจำเลยทางทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก ความยาวจากที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 7178 ไปจนถึงถนนพหลโยธิน 11 หรือซอยเสนาร่วม ประมาณ 6 เมตร
โดยให้โจทก์ใช้ค่าทดแทนความเสียหายแก่จำเลยจำนวน 540,000 บาท
ศาลฎีกาไม่กำหนดให้โจทก์ชำระค่าทดแทนเป็นรายปีอีก เพราะเห็นว่าค่าทดแทนที่กำหนดให้ดังกล่าวคุ้มความเสียหายของจำเลยแล้ว
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349
หลักกฎหมายเรื่องทางจำเป็น กรณีที่ดินแปลงใดถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ เจ้าของที่ดินแปลงนั้นมีสิทธิผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้ โดยต้องเลือกที่และวิธีทำทางผ่านให้พอควรแก่ความจำเป็น และให้ที่ดินที่ล้อมอยู่เสียหายน้อยที่สุด ทั้งต้องใช้ค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดินที่ล้อมอยู่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350
หลักกฎหมายเรื่องทางจำเป็นกรณีการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนที่ดิน หากการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนทำให้ที่ดินแปลงหนึ่งไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะ เจ้าของที่ดินแปลงนั้นมีสิทธิเรียกร้องทางจำเป็นได้เฉพาะบนที่ดินที่แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกัน โดยไม่ต้องเสียค่าทดแทน
การเรียกร้องเอาทางจำเป็นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1350 เป็นกรณีที่มีการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนที่ดินกัน จนเป็นเหตุให้ที่ดินแปลงหนึ่งไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะ หมายความว่า ที่ดินแปลงเดิมก่อนแบ่งแยกมีทางออกไปสู่ทางสาธารณะ และการแบ่งแยกเป็นเหตุให้แปลงที่แบ่งแยกแปลงใดแปลงหนึ่งออกไปสู่ทางสาธารณะไม่ได้ เจ้าของที่ดินแปลงนั้นจึงมีสิทธิเรียกร้องเอาทางจำเป็นได้เฉพาะที่ดินแปลงที่แบ่งแยกหรือแบ่งโอนกัน โดยไม่ต้องเสียค่าทดแทน
เมื่อที่ดินตกอยู่ในที่ล้อม เจ้าของที่ดินย่อมได้รับความคุ้มครองถึงการใช้ยานพาหนะผ่านทางในสภาพที่เป็นถนนได้ มิได้จำกัดเฉพาะให้ใช้ทางเดินด้วยเท้าเท่านั้น และตามสภาพการณ์ความเจริญของบ้านเมืองในปัจจุบัน รถยนต์เป็นพาหนะที่จำเป็น จึงสมควรเปิดทางเพื่อให้รถยนต์ผ่านเข้าออกได้
โจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางภารจำยอมและทางจำเป็นในที่ดินพิพาท เป็นคำฟ้องที่ให้ศาลเลือกวินิจฉัยจากพยานหลักฐาน เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นแล้ว ศาลไม่จำต้องวินิจฉัยต่อไปอีกว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมหรือไม่
ผู้มีสิทธิผ่านที่ดินของผู้อื่นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 วรรคหนึ่ง ต้องใช้ค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดินที่ล้อมอยู่ เพื่อความเสียหายอันเกิดแต่เหตุที่มีทางผ่านนั้น และค่าทดแทนดังกล่าวไม่ใช่ค่าซื้อที่ดิน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3758/2543
แหล่งที่มา: สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ