ฎีกาที่ 3674/2568

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3674/2568

เรื่อง

นำรถที่ผู้อื่นรับไว้เป็นหลักประกันไปจำนำต่อ เป็นรับของโจรหรือยักยอก?

ประเด็นข้อกฎหมาย

จำเลยมีความผิดฐาน “รับของโจร” ตามฟ้อง หรือเป็น “ตัวการร่วมในความผิดฐานยักยอกทรัพย์”

และเมื่อความผิดฐานยักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือนหรือไม่

ข้อเท็จจริง

ผู้เสียหายเป็นผู้ครอบครองรถกระบะของกลางในฐานะผู้เช่าซื้อ

ต่อมาผู้เสียหายกู้ยืมเงินจากนาย ช. จำนวน 40,000 บาท และนำรถกระบะของกลางไปให้นาย ช. ยึดไว้เป็นหลักประกันการกู้ยืมเงิน

ภายหลังผู้เสียหายไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้

นาย ช. จึงนำรถกระบะของกลางไปฝากไว้กับจำเลย แล้วบอกให้จำเลยนำรถกระบะไปจำนำ

จำเลยรู้แล้วว่ารถกระบะของกลางเป็นของผู้เสียหาย และเป็นรถที่ผู้เสียหายนำมาให้นาย ช. ยึดไว้เป็นหลักประกันการกู้ยืมเงิน

จำเลยนำรถกระบะของกลางไปจำนำ โดยนาย ช. ให้ความยินยอม หลังจากจำนำแล้ว จำเลยโอนเงินเข้าบัญชีของนาย ส. ซึ่งเป็นบุตรเขยของนาย ช.

ต่อมาผู้เสียหายติดตามรถกระบะของกลางคืน แต่นาย ช. และจำเลยไม่สามารถติดตามรถกระบะของกลางกลับคืนมาได้

โจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดฐานรับของโจร

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานรับของโจร ลงโทษจำคุก 3 ปี และให้จำเลยคืนหรือชดใช้ราคารถกระบะของกลางแก่ผู้เสียหาย

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3674/2568 วินิจฉัยวางหลักว่า

ศาลฎีกาวางหลักว่า

“ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ไม่ใช่ความผิดเฉพาะตัวของผู้ครอบครองทรัพย์เพียงผู้เดียวเท่านั้น”

และ

“ผู้อื่นอาจร่วมกระทำความผิดกับผู้ครอบครองทรัพย์ได้ หากร่วมมือร่วมใจกันกระทำการยักยอกกับผู้ได้รับมอบหมายให้ครอบครองทรัพย์”

คดีนี้ จำเลยรู้แล้วว่ารถกระบะของกลางเป็นของผู้เสียหาย และเป็นรถที่ผู้เสียหายนำมาให้นาย ช. ยึดไว้เป็นหลักประกันการกู้ยืมเงิน

การที่จำเลยนำรถกระบะของกลางไปจำนำ โดยนาย ช. ให้ความยินยอม และหลังจากจำเลยจำนำแล้วได้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของนาย ส. บุตรเขยของนาย ช. พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่า

“จำเลยเป็นผู้ครอบครองรถกระบะของกลางด้วย”

เมื่อต่อมาปรากฏว่านาย ช. และจำเลยไม่สามารถติดตามรถกระบะของกลางคืนมาได้ แสดงว่า

“จำเลยและนาย ช. ร่วมกันเบียดบังนำรถกระบะของกลางไปจำนำ”

โดยแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น

ถือว่าจำเลยและนาย ช. มีเจตนาทุจริต

จำเลยจึงเป็น “ตัวการร่วมกับนาย ช. ในความผิดฐานยักยอก”

ไม่ใช่ความผิดฐาน “รับของโจร” ตามที่โจทก์ฟ้อง

เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานร่วมกันยักยอก ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด

คดีนี้ศาลฎีกาเห็นว่า อย่างช้าที่สุด ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวจำเลยว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564

แต่ผู้เสียหายร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2564

จึงเกิน 3 เดือน คดีเป็นอันขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96

สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไป

ผลคดี

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 6

ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคือ ยกฟ้องจำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 1 (1), มาตรา 59, มาตรา 83, มาตรา 96, มาตรา 352, มาตรา 357

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 39 (6)

ฎีกาย่อ

ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ไม่ใช่ความผิดเฉพาะตัวของผู้ครอบครองทรัพย์เพียงผู้เดียว ผู้อื่นอาจร่วมกระทำความผิดกับผู้ครอบครองทรัพย์ได้ หากร่วมมือร่วมใจกันกระทำการยักยอกกับผู้ได้รับมอบหมายให้ครอบครองทรัพย์ จำเลยซึ่งรู้แล้วว่ารถกระบะของกลางเป็นของผู้เสียหายที่นำมาให้ ช. ยึดไว้เป็นหลักประกันการกู้ยืม นำรถกระบะของกลางไปจำนำโดย ช. ให้ความยินยอม หลังจากจำเลยจำนำแล้วได้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของ ส. บุตรเขยของ ช. ถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองรถกระบะของกลาง เมื่อ ช. และจำเลยไม่สามารถติดตามรถกระบะของกลางคืนมาได้ แสดงว่าจำเลยและ ช. ร่วมกันเบียดบังนำรถกระบะของกลางไปจำนำโดยแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ถือว่าจำเลยและ ช. มีเจตนาทุจริต เช่นนี้ จำเลยเป็นตัวการร่วมกันกระทำความผิดกับ ช. ในความผิดฐานยักยอก มิใช่จำเลยนำรถกระบะของกลางไปจำนำและโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของ ส. เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับรถกระบะของกลางคืน อันเป็นการช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซึ่งรถกระบะของกลางโดยจำเลยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานยักยอก อันเป็นความผิดฐานรับของโจร การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานร่วมกันยักยอก

อ้างอิง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3674/2568

คำค้นที่เกี่ยวข้อง: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3674/2568, ยักยอกทรัพย์, รับของโจร, ตัวการร่วม, อายุความร้องทุกข์, ความผิดอันยอมความได้, ร้องทุกข์เกิน 3 เดือน, นำรถไปจำนำ, รถหลักประกันเงินกู้, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า