⚖️📘 สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3247/2533
เรื่อง
บุคคลหลายคนเรียกเอาสังหาริมทรัพย์เดียวกัน
โดยอาศัยหลักกรรมสิทธิ์ต่างกัน
ประเด็นข้อกฎหมาย
กรณีบุคคลหลายคนเรียกเอาสังหาริมทรัพย์เดียวกัน
โดยอาศัยหลักกรรมสิทธิ์ต่างกัน
ผู้ใดจะมีสิทธิดีกว่ากัน
โดยเฉพาะกรณีที่ฝ่ายหนึ่ง
แม้จะรับซื้อทรัพย์ไว้โดยสุจริต
และเสียค่าตอบแทน
แต่ไม่ได้ครอบครองทรัพย์พิพาท
จะมีสิทธิดีกว่าผู้ที่ได้ทรัพย์มาโดยมีค่าตอบแทน
และได้ครอบครองทรัพย์นั้นโดยสุจริตหรือไม่
ข้อเท็จจริง
โจทก์ทำสัญญาซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลยที่ 1
ซึ่งกระทำการในฐานะเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 3
โจทก์ชำระเงินในวันทำสัญญาบางส่วน
ส่วนที่เหลือตกลงผ่อนชำระเป็น 2 งวด
จำเลยที่ 1 ได้ส่งมอบรถยนต์พิพาท
ให้โจทก์ครอบครองตลอดมา
ภายหลังโจทก์ทราบว่า
จำเลยที่ 3 ได้ขายรถยนต์พิพาทให้จำเลยที่ 4
และจำเลยที่ 4
ได้ให้จำเลยที่ 2 เช่าซื้อไป
คดีมีข้อสำคัญว่า
แม้จำเลยที่ 4 จะรับซื้อรถยนต์พิพาทไว้
โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน
แต่จำเลยที่ 4
มิได้ครอบครองรถยนต์พิพาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3247/2533 วินิจฉัยวางหลักว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
“กรณีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 4
เป็นเรื่องบุคคลหลายคนเรียกเอาสังหาริมทรัพย์เดียวกัน
โดยอาศัยหลักกรรมสิทธิ์ต่างกัน”
ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1303 ระบุว่า
ถ้าทรัพย์สินตกอยู่ในความครอบครองของผู้ที่ได้ทรัพย์นั้นมา
โดยมีค่าตอบแทน
และได้การครอบครองโดยสุจริต
ผู้นั้นมีสิทธิดีกว่าผู้อื่น
ดังนั้น เมื่อรถยนต์พิพาทตกอยู่ในความครอบครองของโจทก์
และโจทก์ได้รถยนต์นั้นมาโดยมีค่าตอบแทน
และได้ครอบครองโดยสุจริต
โจทก์จึงมีสิทธิดีกว่าจำเลยที่ 4
ผลคดี
ศาลฎีกาพิพากษายืน
โจทก์มีสิทธิดีกว่าจำเลยที่ 4
ในรถยนต์พิพาท
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1303
หลักสำคัญของมาตรานี้คือ
เมื่อมีบุคคลหลายคนเรียกเอาสังหาริมทรัพย์เดียวกัน
โดยอาศัยหลักกรรมสิทธิ์ต่างกัน
ผู้ที่จะมีสิทธิดีกว่าผู้อื่น
ต้องเป็นผู้ที่
🔹 ทรัพย์สินตกอยู่ในความครอบครองของผู้นั้น
🔹 ผู้นั้นได้ทรัพย์มาโดยมีค่าตอบแทน
🔹 ผู้นั้นได้การครอบครองโดยสุจริต
ฎีกาย่อ
โจทก์ทำสัญญาซื้อรถยนต์จากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 1 ได้มอบรถยนต์ให้โจทก์ครอบครองตั้งแต่วันทำสัญญา แต่จำเลยที่ 3 นั้นได้ขายรถยนต์พิพาทให้กับจำเลยที่ 4 แม้จำเลยที่ 4 จะรับซื้อรถยนต์พิพาทไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน แต่จำเลยที่ 4 ก็มิได้ครอบครองรถยนต์พิพาท ดังนั้น เมื่อรถยนต์พิพาทตกอยู่ในความครอบครองของโจทก์ และโจทก์ได้รถยนต์นั้นโดยมีค่าตอบแทน และได้ครอบครองโดยสุจริต โจทก์จึงมีสิทธิดีกว่าจำเลยที่ 4 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1303.
อ้างอิง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3247/2533
แหล่งที่มา: สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
คำค้นที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3247/2533, บุคคลหลายคนเรียกเอาสังหาริมทรัพย์เดียวกัน, สังหาริมทรัพย์, รถยนต์พิพาท, ซื้อรถโดยสุจริต, ครอบครองโดยสุจริต, ได้ทรัพย์มาโดยมีค่าตอบแทน, ป.พ.พ. มาตรา 1303, กรรมสิทธิ์ในรถยนต์, ผู้ซื้อสุจริต, ผู้ครอบครองทรัพย์, ฎีกาศึกษา