ฎีกาที่ 244/2567

#ฎีกาศึกษา #ทนายความ

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2567

เรื่อง: ผู้จัดการมรดกออกใบแทนโฉนดโดยมิชอบ แล้วนำที่ดินมรดกไปขาย ทายาทมีสิทธิฟ้องติดตามเอาที่ดินคืนได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336

📌 ประเด็นข้อกฎหมาย

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ เพื่อเรียกที่ดินพิพาทคืนจากผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ได้หรือไม่

ประเด็นสำคัญของคดีนี้อยู่ที่ว่า กรณีที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก รู้อยู่แล้วว่าโฉนดที่ดินพิพาทอยู่กับโจทก์ แต่กลับไปแจ้งความว่าโฉนดสูญหาย เพื่อขอออกใบแทนโฉนด จากนั้นนำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนขายให้แก่จำเลยที่ 2

  • การออกใบแทนโฉนดและการจดทะเบียนขายดังกล่าว ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
  • จำเลยที่ 2 จะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทหรือไม่

📝 ข้อเท็จจริงในคดี

  • ที่ดินพิพาท: เดิมเป็นโฉนดเลขที่ 8235 ภายหลังมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็นโฉนดเลขที่ 96870
  • ข้อตกลงเดิม: โจทก์และจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก ได้ทำบันทึกข้อตกลงแบ่งปันทรัพย์มรดก และทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาล โดยตกลงให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์
  • การส่งมอบโฉนด: จำเลยที่ 1 ได้มอบโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ไว้แล้ว แต่โจทก์ยังมิได้จดทะเบียนรับโอน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น:

26 ธันวาคม 2560: จำเลยที่ 1 แจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่าโฉนดที่ดินพิพาทสูญหาย
5 มกราคม 2561: จำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปยื่นคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดินพิพาท
22 มีนาคม 2561: จำเลยที่ 1 ได้รับใบแทนโฉนดที่ดินพิพาท
10 เมษายน 2561: จำเลยที่ 1 จดทะเบียนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2
โดยเป็นเวลาหลังจากได้รับใบแทนโฉนดที่ดินพิพาทเพียง 18 วัน

⚖️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2567 วินิจฉัยว่า

1. สถานะของสัญญาประนีประนอมยอมความ

คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ มีที่มาจากบันทึกข้อตกลงแบ่งปันทรัพย์มรดก ที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกทำกับทายาท

โดยตกลงให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ จึงเป็น

“สัญญาแบ่งปันทรัพย์มรดก อันมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ”

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 วรรคสอง
โจทก์และจำเลยที่ 1 จึงต้องผูกพันตามข้อตกลงในสัญญาแบ่งปันทรัพย์มรดกดังกล่าว

2. การกระทำผิดหน้าที่ของผู้จัดการมรดก

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดก มีหน้าที่จัดการมรดกโดยทั่วไป และแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาททุกคน

แต่การที่จำเลยที่ 1 รู้ว่าโฉนดที่ดินพิพาทอยู่กับโจทก์ กลับมอบอำนาจให้ผู้มีชื่อไปยื่นคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดินพิพาท

เมื่อจำเลยที่ 1 ได้รับใบแทนโฉนดที่ดินพิพาทวันที่ 22 มีนาคม 2561 จำเลยที่ 1 จดทะเบียนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ในวันที่ 10 เมษายน 2561 เป็นเวลาหลังจากได้รับใบแทนโฉนดที่ดินพิพาทเพียง 18 วัน พฤติการณ์ดังกล่าว

“แสดงให้เห็นถึงความต้องการของจำเลยที่ 1 ที่จะเอาที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกมาเป็นประโยชน์ของตนเพียงผู้เดียว”

ย่อม

“ไม่เป็นไปเพื่อการจัดการทรัพย์มรดกเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาท”

และเป็น

“การกระทำผิดหน้าที่ของผู้จัดการมรดกและนอกขอบอำนาจของผู้จัดการมรดก”

จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิจดทะเบียนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2

3. ผลของใบแทนโฉนดที่ออกโดยมิชอบ

จำเลยที่ 1 ให้บุคคลอื่นไปขอใบแทนโฉนด ทั้งที่โฉนดที่ดินไม่ได้สูญหาย ใบแทนโฉนดที่ดินซึ่งจำเลยที่ 1 นำไปจดทะเบียนขายให้แก่จำเลยที่ 2 จึง

“ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

และ

“ไม่มีผลให้โฉนดที่ดินเลขที่ 96870 ถูกยกเลิกไป”

อีกทั้งถือไม่ได้ว่าใบแทนโฉนดที่ดินเลขที่ 96870 เป็นหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่คู่กรณีจะนำไปใช้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ได้ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 63 วรรคแรก วรรคสอง และมาตรา 72

ดังนั้น การจดทะเบียนซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ผลคือ จำเลยที่ 2 ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท

🎯 ผลคดีและการใช้สิทธิของโจทก์

โจทก์ย่อมใช้สิทธิในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาท ซึ่งเป็นทรัพย์มรดก ฟ้องเรียกที่ดินพิพาทคืนจากจำเลยที่ 2 ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336

กรณีนี้มิใช่โจทก์ใช้สิทธิฟ้อง โดยเป็นบุคคลผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 จึง

“ไม่จำต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 ได้รับโอนที่ดินพิพาทโดยมีค่าตอบแทนและกระทำการโดยสุจริตหรือไม่”

ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 96870 และเพิกถอนใบแทนโฉนดที่ดินเลขที่ 96870

💡 สรุปประเด็นสำคัญ

  • ผู้จัดการมรดกรู้ว่าโฉนดที่ดินพิพาทอยู่กับโจทก์แล้ว แต่กลับไปแจ้งความว่าโฉนดที่ดินพิพาทสูญหาย ทั้งที่โฉนดที่ดินไม่ได้สูญหาย
  • จากนั้นขอออกใบแทนโฉนด และนำที่ดินมรดกไปจดทะเบียนขายให้บุคคลภายนอก
  • ศาลฎีกาเห็นว่า พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความต้องการ ที่จะเอาที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดก มาเป็นประโยชน์ของตนเพียงผู้เดียว
  • จึงเป็นการกระทำผิดหน้าที่ และนอกขอบอำนาจของผู้จัดการมรดก
  • ใบแทนโฉนดที่ออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีผลให้โฉนดที่ดินเดิมถูกยกเลิกไป
  • การจดทะเบียนซื้อขายที่ดินพิพาท ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 2 ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท
  • โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาท มีสิทธิฟ้องเรียกที่ดินพิพาทคืนจากจำเลยที่ 2 ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336
  • กรณีนี้ไม่จำต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 ได้รับโอนที่ดินพิพาทโดยมีค่าตอบแทน และกระทำการโดยสุจริตหรือไม่

📚 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

  • มาตรา 1336
  • มาตรา 1719
  • มาตรา 1723
  • มาตรา 1724 วรรคหนึ่ง
  • มาตรา 1745
  • มาตรา 1750 วรรคสอง

ประมวลกฎหมายที่ดิน

  • มาตรา 63 วรรคแรก และวรรคสอง
  • มาตรา 72
🏷️ คำค้นที่เกี่ยวข้อง: คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2567, ผู้จัดการมรดก, ใบแทนโฉนด, โฉนดสูญหาย, ออกใบแทนโฉนดโดยมิชอบ, ทรัพย์มรดก, แบ่งปันทรัพย์มรดก, ฟ้องเรียกที่ดินคืน, เจ้าของกรรมสิทธิ์รวม, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750, ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 63, ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 72, เพิกถอนนิติกรรมโอนขายที่ดิน, ทายาทฟ้องเอาทรัพย์คืน, ผู้จัดการมรดกขายที่ดินมรดก

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า