ฎีกาที่ 2087/2568

⚖️📘 สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2087/2568

เรื่อง

ทางพิพาทในที่ดินจัดสรร / ภาระจำยอมโดยอายุความ / ทางสาธารณะ / การรื้อถอนกำแพง

ประเด็นข้อกฎหมาย

  • การที่โจทก์และบุคคลในครอบครัวเคยใช้ทางพิพาท จะทำให้ได้ภาระจำยอมโดยอายุความหรือไม่
  • ทางหรือถนนในที่ดินจัดสรรที่ผู้จัดสรรจัดให้มีขึ้น ถือเป็นสาธารณูปโภคที่บุคคลภายนอกแปลงจัดสรรจะอ้างใช้ประโยชน์ได้หรือไม่
  • ที่ดินของโจทก์ซึ่งมิใช่ที่ดินในแปลงจัดสรร จะอ้างประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 เพื่อใช้ทางพิพาทได้หรือไม่

ข้อเท็จจริง

โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินแปลงหนึ่ง ส่วนจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินอีกแปลงหนึ่ง ซึ่งเดิมมีการแบ่งแยกที่ดินเป็นแปลงย่อยหลายแปลง และมีการกันแนวทางไว้เป็นทางเข้าออกสำหรับที่ดินบริเวณดังกล่าว

โจทก์อ้างว่า โจทก์และครอบครัวใช้ทางพิพาทเข้าออกที่ดินมาเป็นเวลานาน ใช้เป็นทางเดิน ทางรถยนต์ และทางสาธารณูปโภคต่าง ๆ โดยไม่มีผู้ใดคัดค้าน ต่อมาจำเลยทั้งสองก่อสร้างกำแพงคอนกรีตปิดกั้นแนวทาง ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้ทางพิพาทได้ตามเดิม

โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนกำแพง เปิดทางพิพาท และให้ถือว่าทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ รวมทั้งเรียกค่าเสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ทางพิพาทอยู่ในที่ดินของจำเลย เป็นทางที่จัดไว้สำหรับที่ดินในแปลงจัดสรร ไม่ใช่ทางสาธารณะ และโจทก์ไม่ได้ใช้ทางพิพาทในลักษณะปรปักษ์จนได้สิทธิภาระจำยอมโดยอายุความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2087/2568 วินิจฉัยวางหลักว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้โจทก์และบุคคลในครอบครัวเคยใช้ทางพิพาท แต่การใช้ดังกล่าวมีลักษณะเป็นเพียงการใช้ “ครั้งคราว” และเป็นการ “ถือวิสาสะ” มิใช่การใช้โดยมีลักษณะจำเป็นที่จะต้องใช้และใช้ติดต่อกันเรื่อยมาในลักษณะเป็นการปรปักษ์ต่อเจ้าของที่ดิน

การใช้ทางเช่นนี้จึงยังไม่พอที่จะถือว่าโจทก์ได้ภาระจำยอมในทางพิพาทโดยอายุความ

อีกทั้ง ทางหรือถนนในที่ดินจัดสรรที่ผู้จัดสรรได้จัดให้มีขึ้น ย่อมถือว่าเป็นสาธารณูปโภคที่มีไว้สำหรับผู้ซื้อที่ดินจัดสรรโดยเฉพาะ ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 โดยผลของกฎหมาย

เมื่อที่ดินของโจทก์มิใช่ที่ดินที่อยู่ในแปลงจัดสรร โจทก์จึงไม่อาจอ้างประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 มาเป็นประโยชน์แก่ตนได้

ส่วนที่โจทก์อ้างว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์อ้างยังรับฟังไม่ได้ว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะโดยปริยายในลักษณะที่โจทก์จะยกขึ้นเป็นสิทธิฟ้องบังคับจำเลยทั้งสองได้

ผลคดี

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 6

ให้ยกฟ้องโจทก์ และยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง

ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 เรื่องการได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ ซึ่งนำมาใช้ประกอบกับการได้ภาระจำยอมโดยอายุความ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 เรื่องภาระจำยอม ซึ่งอาจได้มาโดยนิติกรรมหรือโดยอายุความ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 เรื่องละเมิด ซึ่งโจทก์อ้างว่าการก่อสร้างกำแพงปิดกั้นทางของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 เรื่องสาธารณูปโภคในที่ดินจัดสรร ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นสาธารณูปโภคสำหรับผู้ซื้อที่ดินจัดสรรโดยเฉพาะ

ฎีกาย่อ

แม้โจทก์และบุคคลในครอบครัวเคยใช้ทางพิพาทแต่มีลักษณะเพียงครั้งคราวและเป็นการถือวิสาสะ มิใช่เป็นเรื่องของความจำเป็นที่จะต้องใช้และได้ใช้ติดต่อกันเรื่อยมาในลักษณะเป็นการปรปักษ์ต่อเจ้าของที่ดิน ทั้งทางหรือถนนในที่ดินจัดสรรที่ผู้จัดสรรได้จัดให้มีขึ้นย่อมถือว่าเป็นสาธารณูปโภคที่มีไว้สำหรับผู้ซื้อที่ดินจัดสรรโดยเฉพาะ ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 โดยผลของกฎหมาย ที่ดินของโจทก์มิใช่ที่ดินที่อยู่ในแปลงจัดสรร โจทก์ไม่อาจอ้างประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 มาเป็นประโยชน์แก่ตนได้ โจทก์ไม่ได้ภาระจำยอมในทางพิพาทโดยอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ประกอบมาตรา 1382

อ้างอิง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2087/2568

คำค้นที่เกี่ยวข้อง

ฎีกาที่ 2087/2568, ภาระจำยอมโดยอายุความ, ทางพิพาท, ทางสาธารณะ, ทางในที่ดินจัดสรร, สาธารณูปโภคในที่ดินจัดสรร, ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30, ป.พ.พ. มาตรา 1401, ป.พ.พ. มาตรา 1382, การรื้อถอนกำแพง, ใช้ทางโดยถือวิสาสะ

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า