สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1812/2545
เรื่อง ขอผ่อนชำระหนี้เป็นงวด ๆ เป็น “การแปลงหนี้ใหม่” หรือไม่
ประเด็นข้อกฎหมาย
การที่ผู้ค้ำประกันมีหนังสือถึงเจ้าหนี้ ขอผ่อนชำระหนี้โดยแบ่งชำระเป็นงวด ๆ
ถือเป็นการเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ อันเป็น “การแปลงหนี้ใหม่” ทำให้หนี้เดิมระงับหรือไม่
ข้อเท็จจริง
จำเลยที่ 1 ทำสัญญาขายลดเช็คไว้แก่โจทก์ ในวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท
จำเลยที่ 2 และ ด. เข้าทำสัญญาค้ำประกันหนี้สินทุกชนิด บรรดาที่จำเลยที่ 1 ได้เป็นหนี้โจทก์ทั้งหมด โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม
ต่อมา จำเลยที่ 1 นำเช็คไปขายลดแก่โจทก์ แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน
ด. มีหนังสือถึงโจทก์ ขอผ่อนชำระหนี้ ทั้งหนี้ของจำเลยที่ 1 และหนี้ของบริษัท ย.
โดยนำยอดหนี้มารวมกัน และขอแบ่งชำระเป็นงวด ๆ
จำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่า หนังสือดังกล่าวเป็นการรับสภาพหนี้ และเป็น “การแปลงหนี้ใหม่”
เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่ได้ตกลงยินยอมด้วย หนี้ตามสัญญาขายลดเช็คจึงระงับ จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1812/2545 วินิจฉัยว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
“อันการแปลงหนี้ใหม่นั้นเป็นสัญญาระหว่างคู่กรณีที่เกี่ยวข้องมุ่งประสงค์จะระงับหนี้เก่าแล้วก่อให้เกิดหนี้สินความผูกพันอันใหม่ผูกพันกันต่อไป โดยตกลงกันเปลี่ยนแปลงสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้”
แต่เมื่อพิจารณาหนังสือของ ด. แล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า
เป็นเพียงหนังสือที่ ด. มีไปถึงโจทก์ เพื่อขอผ่อนชำระหนี้ ทั้งหนี้ของจำเลยที่ 1 และหนี้ของบริษัท ย.
ซึ่งเดิมควรจะชำระหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์ ให้เสร็จสิ้นในครั้งเดียว แต่ขอแบ่งชำระเป็นงวด ๆ เท่านั้น
ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า
“จึงเป็นเพียงเปลี่ยนแปลงวิธีชำระหนี้เก่าให้ผิดไปจากเดิม หาเป็นการเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้แต่ประการใดไม่”
ดังนั้น ข้ออ้างของจำเลยที่ 2 ที่ว่าหนี้เดิมระงับเพราะมีการแปลงหนี้ใหม่ จึงฟังไม่ขึ้น
สรุป
การขอผ่อนชำระหนี้เป็นงวด ๆ เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลง “วิธีชำระหนี้เก่า” ให้แตกต่างไปจากเดิมเท่านั้น
ไม่ใช่การเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้
จึงไม่เป็น “การแปลงหนี้ใหม่” และไม่ทำให้หนี้เดิมระงับ
เมื่อหนี้เดิมยังไม่ระงับ ผู้ค้ำประกันอีกคนหนึ่ง จึงยังคงต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้ตามสัญญาค้ำประกัน
ผลคดี
ศาลฎีกาไม่รับฟังข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 ที่อ้างว่ามีการแปลงหนี้ใหม่
จำเลยที่ 2 จึงยังต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันต่อโจทก์
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349