สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13718/2555
เรื่อง
เงินที่ทำมาหาได้ร่วมกันก่อนจดทะเบียนสมรส เมื่อนำไปซื้อที่ดินและบ้าน เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ไม่ใช่สินสมรส
ประเด็นข้อกฎหมาย
เงินที่ชายหญิงทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างอยู่กินกันฉันสามีภริยา ก่อนจดทะเบียนสมรส หากนำไปซื้อที่ดินและบ้าน ต่อมาภายหลังทั้งสองจดทะเบียนสมรสกัน
ทรัพย์ดังกล่าวจะถือเป็น สินสมรส หรือยังคงเป็น กรรมสิทธิ์ร่วมกันก่อนสมรส ซึ่งต้องแบ่งกันคนละกึ่งหนึ่ง
ข้อเท็จจริง
โจทก์และจำเลยอยู่กินกันฉันสามีภริยา แต่ในขณะซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 98 และบ้านเลขที่ 628/1 ส่วนที่อยู่บนที่ดินดังกล่าวนั้น ทั้งสองยัง ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน
ศาลฎีการับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์กับจำเลยร่วมกันซื้อที่ดินและบ้านดังกล่าวมาในปี 2538 ขณะนั้นโจทก์กับจำเลยอยู่กินกันฉันสามีภริยา โดยจำเลยช่วยโจทก์ทำมาหากิน เช่น ช่วยขายก๋วยเตี๋ยว และส่งก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้า ซึ่งโจทก์เองก็เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านรับว่า จำเลยช่วยทำหน้าที่ดังกล่าวจริง
ดังนั้น เงินที่นำไปซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 98 และบ้านเลขที่ 628/1 บางส่วน จึงเป็นเงินที่โจทก์และจำเลยทำมาหาได้ร่วมกัน
ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 1147 ศาลรับฟังว่าเป็นทรัพย์ที่บิดาโจทก์ยกให้โจทก์โดยเสน่หา จึงไม่ใช่ทรัพย์ที่ต้องแบ่งให้จำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13718/2555 วินิจฉัยวางหลักว่า
เงินที่โจทก์และจำเลยทำมาหาได้ร่วมกัน เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ก่อนที่โจทก์และจำเลยจดทะเบียนสมรสกัน
เมื่อนำเงินดังกล่าวไปซื้อที่ดินและบ้าน ที่ดินและบ้านดังกล่าวจึงเป็น กรรมสิทธิ์ร่วมของโจทก์และจำเลย
การจดทะเบียนสมรสกันในภายหลัง ไม่มีผลทำให้ที่ดินและบ้านดังกล่าวกลายเป็นสินสมรสแต่อย่างใด แต่ยังคงเป็นสินส่วนตัวของทั้งโจทก์และจำเลย ซึ่งต้องแบ่งกันคนละกึ่งหนึ่ง
ผลคดี
ศาลฎีกาพิพากษายืน
ที่ดินโฉนดเลขที่ 98 และบ้านเลขที่ 628/1 เฉพาะส่วนที่อยู่บนที่ดินดังกล่าว เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมของโจทก์และจำเลย ต้องแบ่งกันคนละกึ่งหนึ่ง
ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 1147 ซึ่งบิดาโจทก์ยกให้โจทก์โดยเสน่หา ไม่ต้องแบ่งให้จำเลย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1356
ถ้าทรัพย์สินเป็นของบุคคลหลายคนรวมกัน ท่านให้ใช้บทบัญญัติในหมวดนี้บังคับ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
มาตรา 1357
เจ้าของรวมแต่ละคนย่อมมีส่วนในทรัพย์สินรวมกันตามส่วนของตน
ฎีกาย่อ
เงินที่โจทก์และจำเลยทำมาหาได้ร่วมกัน เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันก่อนที่โจทก์และจำเลยจดทะเบียนสมรสกัน เมื่อนำเงินดังกล่าวไปซื้อที่ดินและบ้าน ที่ดินและบ้านที่ซื้อจึงเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมของโจทก์และจำเลย การจดทะเบียนสมรสกันในภายหลังไม่มีผลทำให้ที่ดินและบ้านดังกล่าวกลายเป็นสินสมรสแต่อย่างใด จึงยังคงเป็นสินส่วนตัวของทั้งโจทก์และจำเลย ซึ่งต้องแบ่งกันคนละกึ่งหนึ่ง
อ้างอิง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13718/2555
แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว
แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
คำค้นที่เกี่ยวข้อง
ฎีกาที่ 13718/2555, สินสมรส, สินส่วนตัว, กรรมสิทธิ์ร่วม, ทำมาหาได้ร่วมกันก่อนสมรส, อยู่กินกันก่อนจดทะเบียนสมรส, ซื้อที่ดินก่อนสมรส, แบ่งทรัพย์ชายหญิงไม่ได้จดทะเบียนสมรส, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1356, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1357, คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับสินสมรส, ฎีกาศึกษา