เครดิตบูโร

เครดิตบูโรคืออะไร “ติดบูโร” เมื่อไร ปรับโครงสร้างหนี้ช่วยอย่างไร อายุข้อมูลกี่ปี และนับเวลาอย่างไร

ประเด็นข้อกฎหมาย

  1. การมีข้อมูลในเครดิตบูโร กับการ “ติดบูโร” เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่
  2. ค้างชำระเกิน 90 วัน หมายความว่าอย่างไร
  3. ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ยังติดบูโรอยู่หรือไม่
  4. อายุข้อมูลเครดิตกี่ปี และนับจากวันไหน

ข้อเท็จจริง

ในทางปฏิบัติ คนทั่วไปมักใช้คำว่า “ติดบูโร” เพื่อหมายถึงมีประวัติค้างชำระหรือมีสถานะหนี้เสียในรายงานข้อมูลเครดิต แต่ตามระบบจริง ผู้ที่มีสินเชื่อหรือบัตรเครดิตกับสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกเครดิตบูโร ย่อมมีข้อมูลอยู่ในระบบอยู่แล้ว ไม่ว่าจะจ่ายตรงเวลาหรือจ่ายช้า ต่างกันที่สถานะบัญชีและประวัติการชำระหนี้ของแต่ละบัญชีเท่านั้น

เครดิตบูโรมีหน้าที่เก็บและเปิดเผยข้อมูลเครดิต ไม่ใช่ผู้ตัดสินว่าผู้ใด “ดี” หรือ “เสีย” โดยลำพัง

หลักกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

หนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วันนับแต่วันครบกำหนดชำระ เป็นหนี้ที่เข้าลักษณะ NPL หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

ดังนั้น ถ้าค้างเกิน 90 วัน บัญชีนั้นจึงเข้าระดับที่คนทั่วไปมักเรียกว่า “ติดบูโร” ในความหมายว่ามีสถานะหนี้เสียแล้ว

อย่างไรก็ดี การรายงานข้อมูลเครดิตไม่ได้เริ่มเมื่อค้างเกิน 90 วันเท่านั้น เพราะสถาบันการเงินส่งข้อมูลตามพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงเป็นรายเดือน ดังนั้น แม้ยังไม่เกิน 90 วัน สถานะค้างชำระก็อาจเริ่มปรากฏในรายงานได้แล้ว เพียงแต่เมื่อเกิน 90 วัน จึงเป็นจุดสำคัญที่สะท้อนสถานะ NPL อย่างชัดเจน

กรณีปรับโครงสร้างหนี้

การปรับโครงสร้างหนี้ไม่ได้แปลว่า ข้อมูลจะถูกลบออกจากเครดิตบูโรทันที เพราะบัญชีสินเชื่อยังคงอยู่ในระบบตามปกติ สิ่งที่เปลี่ยนคือเงื่อนไขการชำระหนี้และสถานะบัญชีในรายงานข้อมูลเครดิต

ถ้ารีบปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่ยังไม่เป็นหนี้เสีย อาจช่วยรักษาสถานะบัญชีไม่ให้เสียหนักได้ แต่ถ้าค้างเกิน 90 วันไปแล้วจนเป็น NPL ก่อน จึงค่อยปรับโครงสร้างหนี้ ประวัติเสียเดิมจะไม่หายทันที เพียงแต่ช่วยให้ลูกหนี้กลับมาชำระได้ตามแผน และค่อย ๆ สร้างประวัติที่ดีขึ้นใหม่

ดังนั้น ถ้าถามว่า “ติดบูโรแล้ว ปรับโครงสร้างหนี้ ต้องรอ 3 ปีใช่ไหม” คำตอบคือ ไม่ใช่แบบนั้นตรง ๆ เพราะ 3 ปีไม่ใช่ระยะเวลาที่ทำให้ประวัติเสียหายลบออกทันทีเพียงเพราะมีการปรับโครงสร้างหนี้ แต่เป็นเรื่องของอายุข้อมูลเครดิตที่แสดงในระบบ การปรับโครงสร้างหนี้ช่วยให้สถานะบัญชีกลับมาดีขึ้นได้ แต่ไม่ได้ล้างอดีตออกทันที

อายุข้อมูลและวิธีนับเวลา

อายุของข้อมูลในการประมวลผลของบริษัทข้อมูลเครดิตมีกำหนดไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่บริษัทข้อมูลเครดิตได้รับข้อมูลจากสมาชิกหรือจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

ดังนั้น จึงต้องนับจากวันที่บริษัทข้อมูลเครดิตได้รับข้อมูลของงวดนั้น ไม่ใช่นับจากวันที่เริ่มจำได้ว่าค้าง หรือวันที่ปิดหนี้เพียงวันเดียว

ข้อมูลถูกส่งเป็นรายเดือน ข้อมูลแต่ละเดือนจึงมีอายุของตัวเอง และจะทยอยหลุดออกจากระบบเมื่อครบ 36 เดือนของเดือนนั้น

ส่วนที่หลายคนยังจำว่า 5 ปี หรือ 8 ปี นั้น เป็นผลจากเกณฑ์หรือความเข้าใจเก่าในอดีต จึงทำให้เกิดความสับสนในทางปฏิบัติ แต่ถ้าอ้างเกณฑ์ที่ใช้ทั่วไปในปัจจุบันสำหรับข้อมูลเครดิตของบุคคลธรรมดา ให้ยึด 3 ปี เป็นหลัก

สรุป

มีข้อมูลในเครดิตบูโร ไม่ได้แปลว่า “ติดบูโร” เสมอไป

ค้างชำระเกิน 90 วันนับแต่วันครบกำหนดชำระ จึงเข้าลักษณะ NPL และเป็นสิ่งที่คนทั่วไปมักเรียกว่า “ติดบูโร”

ปรับโครงสร้างหนี้ไม่ล้างประวัติเสียเดิมทันที แต่ช่วยให้บัญชีกลับมาชำระได้ตามแผนและสร้างประวัติใหม่ที่ดีขึ้นได้

อายุข้อมูลเครดิตปัจจุบันโดยทั่วไปคือ 3 ปี หรือ 36 เดือน

การนับเวลา ให้นับจากวันที่บริษัทข้อมูลเครดิตได้รับข้อมูลของงวดนั้น

บรรณานุกรม

  1. ธนาคารแห่งประเทศไทย. คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับโครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้
  2. ธนาคารแห่งประเทศไทย. โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้
  3. คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต. ประกาศเรื่องอายุของข้อมูลในการประมวลผลของบริษัทข้อมูลเครดิต
  4. คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต. ประกาศเก่าที่เคยกำหนดระยะเวลา 5 ปี
  5. บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB). ถามมา-ตอบไป
  6. บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB). การปรับโครงสร้างหนี้ที่ควรรู้
  7. บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB). ข้อมูลในรายงานเครดิตและสถานะบัญชี
คำค้น: เครดิตบูโร, ติดบูโร, ปรับโครงสร้างหนี้, NPL, อายุข้อมูลเครดิต, ค้างชำระเกิน 90 วัน

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า