สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3711/2557
เรื่อง
การด่าผู้อื่นทางโทรศัพท์ เป็นความผิดฐานดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือไม่
ประเด็นข้อกฎหมาย
การที่จำเลยโทรศัพท์ไปด่าว่าผู้เสียหาย ขณะผู้กระทำและผู้เสียหายอยู่ห่างไกลกันคนละอำเภอ จะเป็นความผิดฐานดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 หรือไม่
ข้อเท็จจริง
ขณะเกิดเหตุ ผู้เสียหายและจำเลยทำงานอยู่ที่หน่วยงานแห่งหนึ่ง โดยผู้เสียหายเป็นพนักงานของหน่วยงานดังกล่าว ส่วนจำเลยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในหน่วยงานเดียวกัน
ในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยโทรศัพท์ไปหาผู้เสียหายเพื่อทวงถามเอกสาร และตามที่โจทก์นำสืบรับฟังได้ว่า จำเลยโทรศัพท์ไปหาผู้เสียหาย “ด่าว่า และทวงเอกสาร”
ขณะนั้น ผู้เสียหายอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง ส่วนจำเลยอยู่อีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไกลกันคนละอำเภอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3711/2557 วินิจฉัยว่า
“องค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 นั้น ถ้าเป็นการกล่าวด้วยวาจา ผู้กระทำต้องกล่าวซึ่งหน้าผู้เสียหาย”
เพราะบทบัญญัติมาตรานี้มี “เจตนารมณ์ป้องกันเหตุร้ายที่อาจเข้าถึงตัวกันทันทีที่มีการกล่าวดูหมิ่น”
เมื่อข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบรับฟังได้เพียงว่า จำเลยโทรศัพท์ไปด่าว่าผู้เสียหาย ขณะทั้งสองฝ่ายอยู่ห่างไกลกันคนละอำเภอ จึงยัง “ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า”
สรุป
การด่าทางโทรศัพท์ ขณะผู้กระทำกับผู้เสียหายอยู่ห่างกันคนละอำเภอ ไม่เป็นความผิดฐานดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า
เพราะความผิดตามมาตรา 393 กรณีเป็นการกล่าวด้วยวาจา ผู้กระทำต้องกล่าว “ซึ่งหน้า” ผู้เสียหาย และกฎหมายมุ่งป้องกันเหตุร้ายที่อาจเข้าถึงตัวกันได้ทันทีเมื่อมีการกล่าวดูหมิ่น
ผลคดี
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 393 ให้จำคุก 1 เดือน และปรับ 1,000 บาท โดยรอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี
ต่อมา ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลของศาลอุทธรณ์ภาค 8 และพิพากษายืน
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393