ฎีกาที่ 9214/2558

สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9214/2558

เรื่อง

ที่งอกริมตลิ่งภายหลังการอุทิศที่ดินเป็นที่สาธารณประโยชน์ และการนำสืบไม่เป็นนอกฟ้องนอกประเด็น

ประเด็นข้อกฎหมาย

เมื่อเจ้าของที่ดินเดิมอุทิศที่ดินริมชายทะเลให้เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้ว ต่อมามีที่งอกริมตลิ่งเกิดขึ้น ที่งอกนั้นจะเป็นของเจ้าของที่ดินเดิมหรือไม่

และการนำสืบข้อเท็จจริงเรื่องการอุทิศที่ดินดังกล่าว จะเป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็นหรือไม่

ข้อเท็จจริง

โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 1837 เดิมมีหลักฐานเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) โดยด้านทิศตะวันตกจดทะเล

ข้อเท็จจริงสำคัญของคดีนี้คือ ต่อมาเมื่อปี 2508 ข. เจ้าของที่ดินในขณะนั้น “ตกลงยินยอมให้นายอำเภอบางละมุงกันที่ดินส่วนสุดเขตทางด้านทิศตะวันตกที่ระบุว่าจดทะเลไปจนถึงทะเลในระยะ 15 เมตร ไว้เป็นที่ชายทะเลสาธารณประโยชน์”
(กล่าวคือ กันที่ดินจากส่วนสุดเขตด้านทิศตะวันตกซึ่งจดทะเล ร่นเข้ามาในที่ดินของตนเป็นระยะ 15 เมตร เพื่อเป็นที่ชายทะเลสาธารณประโยชน์)

ภายหลังมีที่งอกออกไปอีก และจำเลยได้ทำทางเดินเท้า เดินสายไฟฟ้า และท่อประปาในบริเวณดังกล่าว โจทก์จึงฟ้องขอให้รื้อถอนและชำระค่าเสียหาย โดยอ้างว่าที่งอกพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดของตน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9214/2558 วินิจฉัยว่า

การที่ ข. ตกลงยินยอมกันที่ดินส่วนที่จดทะเลไว้เป็นที่ชายทะเลสาธารณประโยชน์นั้น ถือได้ว่า ข. ได้ “ยกหรืออุทิศที่ดินส่วนนั้นให้เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้ว” แม้จะ “มิได้มีการทำหลักฐานกันไว้เป็นหนังสือหรือจดทะเบียนโอนต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ก็มีผลบังคับได้ตามกฎหมายแล้ว”

ดังนั้น เมื่อที่ดินที่กันไว้เป็นที่สาธารณประโยชน์เกิดที่งอกริมตลิ่งขึ้น ที่ดินที่งอกนั้นย่อมเป็น “ทรัพย์สินของที่สาธารณประโยชน์แปลงนั้น” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1308 “หาใช่เป็นที่งอกริมตลิ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 1837 ของโจทก์ไม่”

ส่วนที่จำเลยนำสืบว่า ที่ชายหาดเป็นที่สาธารณประโยชน์เนื่องจาก ข. เจ้าของที่ดินเดิมตกลงอุทิศให้แก่อำเภอบางละมุงนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็น “เพียงรายละเอียดที่จำเลยสามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา” เพื่อสนับสนุนข้อเถียงตามคำให้การเดิม จึง “หาใช่เป็นการนำสืบและพิพากษาคดีนอกฟ้องนอกประเด็นอันจักต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 ไม่”

สรุป

คดีนี้วางหลักว่า เมื่อเจ้าของที่ดินเดิม “ยกหรืออุทิศ” ที่ดินให้เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้ว แม้ไม่มีหนังสือหรือจดทะเบียนโอน ก็ยัง “มีผลบังคับได้ตามกฎหมายแล้ว” และหากภายหลังเกิดที่งอกริมตลิ่งขึ้น ที่งอกนั้นย่อมเป็น “ทรัพย์สินของที่สาธารณประโยชน์แปลงนั้น” ไม่ใช่ของเจ้าของที่ดินเดิม

อีกทั้ง การนำสืบเรื่องการอุทิศที่ดินดังกล่าว เป็น “เพียงรายละเอียด” เพื่อสนับสนุนข้อเถียงตามคำให้การเดิม จึงไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็น

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2)
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1308
  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142

แสดงความคิดเห็น

ใหม่กว่า เก่ากว่า